หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารซีเคร็ต >
เติมเต็มชีวิตในเวลาน้อยนิด
กลับหน้าแรก


นิตยสารซีเครท
: No.198 26 กันยายน 2016
Joyful Life & Peaceful Death

เติมเต็มชีวิตในเวลาน้อยนิด
พระไพศาล วิสาโล

อาจารย์วิษณุเป็นคุรุชาวอินเดียที่มีลูกศิษย์ลูกหามาก  วันหนึ่งอาจารย์เรียกศิษย์สองคนที่ใกล้ชิดมาหาแล้วพาไปยังห้องเปล่าสองห้อง  ให้เงินคนละ ๑ รูปีแล้วสั่งว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ห้องเต็ม  ไชยารีบวิ่งไปที่ตลาดทันทีและพยายามหาของที่สามารถซื้อมาใส่ห้องให้เต็มด้วยเงิน ๑ รูปี  แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ เพราะ ๑ รูปีนั้นน้อยเกินไป สุดท้ายเขาก็คิดออก  เขาไปหาคนเก็บขยะ  ใช้เวลาเจรจาไม่นาน เขาก็ขนขยะกองใหญ่ไปใส่ในห้องของตนจนเต็มด้วยความภาคภูมิใจที่ทำงานสำเร็จ

ส่วนจิตรนั้นเมื่อได้รับคำสั่งจากอาจารย์  ก็นั่งสมาธิ ทำจิตสงบอยู่ในห้องพักใหญ่  จากนั้นก็เดินไปที่ตลาด ซื้อไม้ขีดไฟ  ธูป และประทีป  เมื่อกลับมายังห้องของตน เขาก็จุดธูปและประทีป  ไม่นานห้องก็อบอวลด้วยกลิ่นหอมและเต็มไปด้วยแสงสว่าง

เมื่ออาจารย์วิษณุมาตรวจงานของลูกศิษย์ทั้งสอง  เขาเบือนหน้าหนีทันทีที่ย่างเท้าเข้าห้องของไชยาเพราะกลิ่นเหม็นโชยมาอย่างแรงจากกองขยะ  แต่อาจารย์กลับแย้มยิ้มเมื่อเดินเข้าไปในห้องของจิตร ซึ่งสว่างไสวและอบอวลด้วยกลิ่นมะลิและไม้จันทน์

นิทานเรื่องนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความแตกต่างทางสติปัญญาของศิษย์ทั้งสองเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นมุมมองหรือทัศนคติที่แตกต่างกันด้วย  ไชยานั้นให้ความสำคัญกับวัตถุหรือสิ่งที่จับต้องได้  เขาจึงนึกถึงแต่การหาวัตถุสิ่งของมาใส่ห้องให้เต็ม  แต่ในเมื่อเงิน ๑ รูปีนั้นซื้ออะไรได้ไม่มาก เขาจึงลงเอยด้วยการซื้อกองขยะ กล่าวอีกนัยหนึ่งเขาวัดความสำเร็จด้วยปริมาณ

ตรงข้ามกับจิตร  เขาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นนามธรรม  ไม่เน้นที่ปริมาณ แต่มุ่งที่คุณภาพ  เมื่อต้องหาอะไรมาใส่ในห้องให้เต็ม  เขาจึงนึกถึงแสงสว่างและกลิ่นหอม  ซึ่งให้ความสุขและรื่นรมย์ใจแก่เจ้าบ้านและผู้มาเยือน

มองให้ลึก  เรื่องของไชยาและจิตร มิใช่อะไรอื่น หากคือภาพสะท้อนของผู้คนในโลกนี้  ห้องนั้นคืออุปมาของชีวิต  ส่วนเงิน ๑ รูปีนั้นหมายถึงเวลาอันน้อยนิดที่เรามีอยู่ในโลกนี้  ผู้คนทั้งหลายปรารถนาที่จะเห็นชีวิตของตนได้รับการเติมเต็ม  แต่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเติมเต็มชีวิตของตนด้วยวัตถุ  ดังนั้นจึงทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่มีเพื่อแสวงหาเงินทองและสะสมทรัพย์สมบัติให้มากที่สุด  คนเหล่านั้นรู้สึกว่าชีวิตตนจะมีคุณค่าได้ต่อเมื่อมีวัตถุประดับประดา ใช้รถหรูราคาแพง หรือใช้สินค้าแบรนด์เนม  อย่างไรก็ตามบ่อยครั้งสิ่งที่หามานั้นมีสภาพไม่ต่างจากกองขยะ คือนอกจากไม่ได้ใช้แล้ว ยังรกบ้าน เป็นภาระแก่จิตใจ   ยิ่งทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากการคดโกงหรือการผิดศีลด้วยแล้ว ก็เป็นขยะดี ๆ นี้เอง เพราะเต็มไปด้วยโทษและส่งกลิ่นเหม็นประจานเจ้าของ

แท้จริงแล้วมีสิ่งอื่นที่ดีกว่าที่ช่วยเติมเต็มชีวิตของเรา นั่นคือ บุญกุศล  ความดีงาม รวมทั้งความสงบเย็นในจิตใจ อันเกิดจากคุณธรรมและความเข้าใจชีวิต   ใครที่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในจิตใจ จะไม่รู้สึกพร่อง กลับรู้สึกเต็มเปี่ยมอยู่ตลอดเวลา  คนแวดล้อมก็มีความสุข ตรงข้ามกับคนที่พรั่งพร้อมด้วยวัตถุ  หากไร้สิ่งเหล่านี้ในจิตใจ  จะรู้สึกพร่องอยู่ตลอดเวลา  จึงดิ้นรนตักตวงไม่หยุดหย่อน แต่ได้เท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้จักพอ  ขณะเดียวกันคนแวดล้อมก็อยู่อย่างไม่เป็นสุข เพราะกลายเป็นที่ระบายความทุกข์ของคนเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา 

เราทุกคนล้วนมีเวลาเพียงน้อยนิดในโลกนี้  เราไม่สามารถใช้เวลาทั้งหมดที่มีเพื่อหาวัตถุสิ่งเสพมาสนองความปรารถนาจนเต็มอิ่มได้  แต่เวลาน้อยนิดที่เรามีอยู่นั้นมากพอที่จะแสวงหาความดีงามมาเติมเต็มจิตใจจนอิ่มเอมได้

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster