หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารซีเคร็ต >
ลบดึงดูดลบ
กลับหน้าแรก


นิตยสารซีเครท
: No.194 26 กรกฎาคม 2016
Joyful Life & Peaceful Death

ลบดึงดูดลบ
พระไพศาล วิสาโล

“ลบดึงดูดลบ”  เป็นความเชื่อที่แพร่หลายในหมู่คนจำนวนไม่น้อย เช่นเดียวกับ “บวกดึงดูดบวก”  ความเชื่อดังกล่าวมีมูลความจริงไม่น้อยหากว่า “ลบ” คำแรกนั้นหมายถึงความรู้สึกลบ เช่น ความโกรธ เกลียด หวาดระแวง

มีงานวิจัยมากมายที่ชี้ว่าความรู้สึกลบนั้นทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น  เช่น เมื่อปีที่แล้วมีการศึกษาพบว่าความโกรธอย่างรุนแรงทำให้โอกาสที่จะเกิดหัวใจวายภายในสองชั่วโมงเพิ่มเป็น ๘.๕ เท่า

ที่น่าสนใจคืองานวิจัยของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยลเมื่อเร็ว ๆ นี้  ซึ่งได้ข้อสรุปว่า  คนวัย ๔๐ ที่มีความคิดลบต่อวัยชรา (เช่น เห็นว่าคนแก่เป็นพวกใจลอย เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ยาก)  เมื่อเวลาผ่านไป ๒๕ ปี คนเหล่านี้จะสูญเสียเนื้อสมองบางส่วน (ฮิปโปแคมปัส) มากกว่า รวมทั้งมีลิ่มเลือดมากกว่า ซึ่งล้วนเป็นตัวบ่งชี้ของการเป็นโรคอัลไซเมอร์  สอดคล้องกับการวิจัยก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าคนที่มีอคติต่อวัยชราจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากขึ้นใน ๔๐ ปีให้หลัง

ข้อมูลดังกล่าวชี้ว่า “ลบดึงดูดลบ”นั้น บางครั้งก็ส่งผลเกือบจะทันที คือแค่ไม่กี่ชั่วโมง  บางครั้งก็ใช้เวลานาน  แต่จะช้าหรือเร็วก็ล้วนมีเหตุผลที่อธิบายได้  ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นมาลอย ๆ

ในชีวิตประจำวันเราจะพบว่า ความคิดลบนั้นย่อมนำพาสิ่งที่เป็นลบมาหาเราอยู่เสมอ   แต่อาจจะไม่ได้มาในแบบที่คนเป็นอันมากวาดภาพเอาไว้  คือเกิดขึ้นมาโดยไม่มีที่มาที่ไป หรือเพราะพลังอำนาจบางอย่างที่เข้าใจได้ยาก  แต่เกิดจากเหตุปัจจัยอันมีที่มาจากความคิดลบนั้นเอง

“พร” เกิดมาในครอบครัวที่พ่อแม่มีปากเสียงเป็นประจำ   เธอมักเห็นพ่อด่าว่าแม่  บางทีก็ใช้กำลังกับแม่  จึงมีอคติต่อพ่อ   รวมทั้งเกลียดชังผู้ชายที่ชอบใช้กำลังกับภรรยา    ครั้นเธอเป็นสาว  หลงรักชายหนุ่มคนหนึ่ง จึงได้แต่งงานกัน   แต่บ่อยครั้งภาพฝังใจในวัยเด็กทำให้เธออดระแวงไม่ได้ว่าสามีของเธอจะเป็นเหมือนอย่างพ่อ  ความหวาดระแวงนั้นเองทำให้เธอรู้สึกไวเป็นพิเศษกับคำพูดและอารมณ์ของสามี  

แม้สามีเธอจะเป็นคนอ่อนหวาน รักครอบครัว แต่บางครั้งก็มีความหงุดหงิดเวลาอยู่กับเธอ  พูดเสียงเข้มกับเธอ  แม้มันเกิดขึ้นไม่บ่อย  น้อยกว่าความอ่อนโยนที่เขามีกับเธอ  แต่เธอมักเลือกเห็นและเลือกจำแต่อารมณ์และคำพูดที่เป็นลบของสามี เมื่อผสมกับความทรงจำอันเลวร้ายที่มีต่อพ่อ อคติของเธอที่มีต่อเขาก็ถูกตอกย้ำหนักแน่นขึ้น    ผลก็คือเธอมีความรู้สึกลบกับสามีมากขึ้นเป็นลำดับ  ความรักเริ่มจืดจาง ความโกรธและหวาดระแวงเริ่มมาแทนที่

อคติและความรู้สึกลบ  ทำให้เธอมีพฤติกรรมลบกับสามีถี่ขึ้น เช่น ต่อว่าสามี  ระบายอารมณ์ใส่เขา กล่าวหาว่าเขาไม่รักเธอ จากนั้นก็ขุดเอานิสัยต่าง ๆ ของเขามาตำหนิ เช่น ขี้เกียจ ไม่สนใจลูก  เธอมีเรื่องต่อว่ากล่าวโทษเขาเป็นประจำ  เมื่อเจอแบบนี้วันแล้ววันเล่า ในที่สุดสามีของเธอก็คุมอารมณ์ไม่อยู่  ตวาดใส่เธอ และเกือบใช้กำลังกับเธอ 

กรณีอย่างนี้มองเผิน ๆ ก็อาจสรุปได้ง่าย ๆ ว่า เป็นเพราะความรู้สึกลบที่มีต่อพ่อ เธอจึงได้สามีที่มีนิสัยอย่างพ่อ (หรือดึงดูดให้คนที่มีนิสัยอย่างพ่อมาเป็นสามีของเธอ)  แต่หากพิจารณาให้ดีจะพบว่า การที่สามีมีพฤติกรรมดังกล่าว มิใช่เพราะนิสัยดั้งเดิมของเขาเป็นอย่างนั้น หากแต่เป็นผลจากการกระทำของตัวเธอเองเป็นสำคัญ   เริ่มจากการคิดลบ (ว่าสามีคงไม่ต่างจากพ่อ) ทำให้เธอเห็นลบ (เลือกเห็นแต่สิ่งไม่ดีของสามี) ทำให้เกิดความรู้สึกลบ (โกรธและระแวงสามี)  ตามมาด้วยพฤติกรรมลบ (ต่อว่า กล่าวโทษเขา)  ในที่สุดก็ทำให้สามีตอบโต้เธอด้วยอารมณ์และพฤติกรรมลบ พูดอีกอย่างหนึ่ง ความคิดลบของเธอกระตุ้นปลุกปั่นให้เขามีพฤติกรรมลบกับเธอ

“ลบดึงดูดลบ” จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากกฎแห่งกรรม  เราทำอย่างไร ก็ได้ผลอย่างนั้น  ดังมีสำนวนว่า “ให้ทุกข์แก่เขา  ทุกข์นั้นถึงตัว”    แต่สิ่งที่เราทำนั้นจะเป็นบวกหรือลบ  ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราคิด เห็น หรือรู้สึกอย่างไร  ถ้าคิดลบ เห็นลบ รู้สึกลบ ก็ย่อมทำลบ ซึ่งเท่ากับกระตุ้นให้คนอื่นเกิดปฏิกิริยาที่เป็นลบ และส่งผลลบแก่เรา

ในทางตรงข้ามถ้าปรารถนาบวก ก็ต้องเริ่มต้นจากการคิดบวก  บางอย่างแค่คิดบวก  ก็เกิดผลบวกแล้ว (เช่น มีสุขภาพดี ไกลจากโรคหัวใจและอัลไซเมอร์)  แต่มีอีกหลายอย่างที่คิดบวกไม่พอ ต้องทำบวกด้วย จึงจะเกิดผลบวกแก่เรา

บวกย่อมดึงดูดบวก หากว่าบวกตัวแรกนั้นหมายถึงการคิดดีและทำดี  แล้วสิ่งดี ๆ ก็จะตามมา  อาทิ ความรัก ความเกื้อกูลจากผู้อื่น และความสุขใจ  แต่ถ้าคิดถึงแต่เงินทองและความสำเร็จ แล้วหยุดแค่นั้น  ก็ยากที่เงินทองและความสำเร็จจะตามมา

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster