หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารซีเคร็ต >
พลังแห่งเมตตากรุณา
กลับหน้าแรก


นิตยสารซีเครท
: No.190 26 พฤษภาคม 2016
Joyful Life & Peaceful Death

พลังแห่งเมตตากรุณา
พระไพศาล วิสาโล

อองตวน เดอ แซ็งแตกซูเปรี ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “เจ้าชายน้อย”   เล่าถึงนักบินผู้หนึ่งชื่อ อองรี กีโยเมต์  คราวหนึ่งเครื่องบินของเขาตกลงกลางเทือกเขาแอนดีสในทวีปอเมริกาใต้  เป็นเวลาสามวันเต็มที่เขาเดินลุยหิมะท่ามกลางความหนาวเหน็บ ในที่สุดก็สิ้นเรี่ยวแรงจนล้มฟุบ  เขารู้ดีว่าหากเขาไม่รีบลุกขึ้นมาเดินต่อเขาจะไม่มีโอกาสทำเช่นนั้นได้อีก 

แต่หลังจากเดินต่อไปพักใหญ่ เขาก็รู้สึกหมดหวัง เพราะมองเห็นแต่ทิวเขาขาวโพลนด้วยหิมะสุดลูกหูลูกตา  ความเหนื่อยล้าแสนสาหัสทำให้เขาตัดสินใจหยุดดิ้นรนและพร้อมที่จะตาย   เขากล่าวคำอำลาภรรยาและลูก ๆ ก่อนที่จะสิ้นลม แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า หากไม่มีใครพบศพเขา  ภรรยาของเขาก็จะต้องรอถึง ๔ ปีกว่าจะได้รับเงินประกัน

ตอนนั้นเองที่อองรีตัดสินใจว่าเขาจะตายตรงนั้นไม่ได้   เมื่อเปิดตาเขาก็เห็นหินก้อนหนึ่งโผล่ขึ้นมากลางหิมะห่างจากจุดที่เขานอนอยู่ราว ๑๐๐ เมตร  ด้วยความรักภรรยา เขารวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายกระเสือกกระสนไปยังหินก้อนนั้น หวังว่าถ้าเขาตายตรงนั้น คงมีคนพบร่างของเขาในเวลาไม่นาน  ปรากฏว่าเขาไม่เพียงเดินไปถึงหินก้อนนั้น  หากยังมีเรี่ยวแรงเดินต่อไปอีกเกือบ ๑๐๐ กิโลเมตรจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  เขารอดตายในที่สุด

ความรักและความห่วงใยต่อผู้อื่นนั้นสามารถปลุกพลังในใจเราจนสามารถทำสิ่งที่ทำได้ยาก  เมื่อคิดถึงผู้อื่น ความทุกข์ของเราจะกลายเป็นเรื่องเล็ก  ทำให้เราสามารถอดทนต่อความยากลำบากที่เกิดกับตนเองได้อย่างคาดไม่ถึง 

คุณหมออมรา มลิลา เล่าถึงชายผู้หนึ่งซึ่งประสบอุบัติเหตุจนมีอาการสาหัส เป็นตายเท่ากัน  ช่วงที่เขาโคม่านั้น ใจว้าวุ่นยุ่งเหยิงสับสนมาก แต่หลายครั้งมีความรู้สึกราวกับว่ามีพลังบางอย่างดึงดูดใจของเขาให้กลับมาอยู่กับกาย   เมื่อเขาฟื้นจากโคม่า จึงรู้ว่านั่นเป็นเพราะพลังเมตตาจากหัวหน้าพยาบาล ซึ่งทุกครั้งที่ขึ้นเวร จะยื่นมือมาสัมผัสตัวเขาอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งสวดมนต์และแผ่เมตตาให้เขา

อย่างไรก็ตามแม้ฟื้นจากโคม่า เขาก็ยังไม่พ้นวิกฤต มีช่วงหนึ่งที่เขารู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานมากจนคิดว่าจะไม่รอด อาการดังกล่าวมักเกิดขึ้นตอนดึก ๆ แต่ทุกครั้งที่เขาคิดยอมแพ้และอยากตาย ก็จะนึกถึงหัวหน้าพยาบาลผู้นั้นว่า หากเธอมาพบเตียงเปล่าในวันรุ่งขึ้น เธอคงเสียใจว่าเป็นเพราะเธอดูแลเขาไม่ดีพอเขาจึงตายจากไป  ดังนั้นเขาจึงพยายามที่จะอยู่ต่อจนถึงรุ่งเช้า เพื่อบอกเธอว่า เธอทำดีที่สุดแล้ว ถ้าเขาตายก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ แต่เป็นเพราะร่างกายของเขาไม่ไหวจริง ๆ

แต่เมื่อถึงตอนเช้า เขาก็ลืมร่ำลาหัวหน้าพยาบาลผู้นั้น ครั้นตกดึก เขาก็เจ็บปวดทุกข์ทรมานอีก แต่ด้วยความเป็นห่วงหัวหน้าพยาบาล เขาพยายามอดทนจนถึงรุ่งเช้า เพื่ออำลาเธอ แต่แล้วก็ลืมทำเช่นนั้นอีก  เป็นเช่นนี้อยู่หลายวัน จนเขามีอาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลได้ในที่สุด

หากคิดถึงแต่ตนเอง ชายทั้งสองคนในเรื่องข้างต้น คงตายไปนานแล้ว  แต่เป็นเพราะคิดถึงผู้อื่น ทั้งคู่จึงบังเกิดเรี่ยวแรงและความอดทนจนมีชีวิตรอดต่อไปได้  ความคิดถึงหรือห่วงใยผู้อื่นนั้น เรียกอีกอย่างว่า เมตตากรุณา  ไม่เพียงปลุกพลังให้แก่กายและใจเท่านั้น หากยังสามารถเยียวยากายและใจได้ด้วย

มีการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ที่ป่วยด้วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน  หากมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน โอกาสตายภายในหนึ่งปีมีแค่ ๑ ใน ๖ เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง  ไม่เพียงกับสัตว์เท่านั้น แม้กระทั่งความผูกพันกับต้นไม้ก็มีผลต่อสุขภาพกายและใจมาก  การวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า  เพียงแค่การดูแลต้นไม้ เช่น รดน้ำให้ทุกวัน ช่วยลดอัตราการตายของผู้เฒ่าในบ้านพักคนชราได้ถึงครึ่งหนึ่ง

เมตตากรุณา ไม่เพียงกับคน แม้กระทั่งกับสัตว์และต้นไม้ มีอานุภาพต่อกายและใจของเราอย่างคาดไม่ถึง  เป็นธรรมโอสถที่หาได้ง่ายเพราะมีอยู่แล้วในใจเรา  ขอเพียงแต่เปิดใจนึกถึงคนอื่นให้มากขึ้นเท่านั้น เมตตากรุณาก็จะเบ่งบานขึ้นในใจเรา

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster