หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารซีเคร็ต >
อยู่อย่างไรให้เป็นสุข และตายอย่างไรให้หมดทุกข์
กลับหน้าแรก


นิตยสารซีเครท
:  Vol.7 No.179
Dhamma Daily

อยู่อย่างไรให้เป็นสุข และตายอย่างไรให้หมดทุกข์
พระไพศาล วิสาโล

ใช้ชีวิต “เบิกบาน มีความสุข” กับการใช้ชีวิต “เพลิดเพลิน มีความสุข” เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

ตอบ: ใช้ชีวิตให้เบิกบาน หมายถึง การมีจิตใจแจ่มใสสดชื่นไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม  อันนี้รวมถึงว่า ในขณะที่คุณเผชิญความทุกข์ยากลำบาก เช่น เจ็บป่วย ยากจน คุณยังยิ้มแย้มแจ่มใสได้  เหมือนอย่าง มหาตมา คานธี แม้ท่านจะถูกจับกุมคุมขัง แต่ท่านก็อยู่ในเรือนจำด้วยความเบิกบาน   การใช้ชีวิตแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี ส่วนการใช้ชีวิตแบบเพลิดเพลินนั้นต่างกัน  เพลิดเพลินนั้นมีนัยยะของการเสพสุขหรือหาความสุขจากสิ่งเสพ  ทีนี้สมมติว่าอาหารไม่อร่อย แดดร้อน ฝนตก คุณยังจะเพลิดเพลินได้อยู่ไหม พึงระลึกเสมอว่าความสุขที่เราเข้าไปเสพเสวยอย่างเพลิดเพลินนั้นมันไม่เที่ยง

ถ้ารู้สึกท้อแท้กับชีวิต ไม่มีกำลังใจ เราควรทำอย่างไร

ตอบ: อาตมาชอบที่ซิโก้ (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง) ให้สัมภาษณ์ เขาเคยไปค้าแข้งที่ประเทศอังกฤษ แต่เขาไม่เคยได้ลงสนามเลย ได้แต่นั่งเก้าอี้ผู้เล่นสำรอง เขารู้สึกเครียดและทุกข์มาก รู้สึกว่าการไปอังกฤษครั้งนั้นล้มเหลว แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ได้คิดว่า การไปอังกฤษครั้งนั้นมีแต่ได้กับได้  คือ ได้รถ ได้บ้าน ได้ภาษา ได้พัฒนาร่างกาย  ได้เดินทาง ได้รู้จักผู้คนมากมาย  ได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ และได้สัมผัสกับลีกที่มีสีสันมากที่สุด เสียอย่างเดียวคือไม่ได้ลงเล่น  เมื่อเห็นอย่างนี้ความรู้สึกของเขาก็เปลี่ยนไป  เห็นไหมว่า  มันอยู่ที่มุมมอง สิ่งดีๆ มีอยู่ แต่ถ้าเรามองไม่เห็น ก็เป็นทุกข์

สาเหตุที่เราท้อ เป็นเพราะเรามองเห็นแต่ความล้มเหลวและยึดมั่นถือมั่นกับผลสำเร็จมากเกินไป พอไม่ได้อย่างที่ต้องการหรือได้ไม่ถึงเป้าที่เราวางไว้ เราก็เลยทุกข์  อาตมาอยากแนะนำให้วางใจใหม่ คลายความยึดมั่นถือมั่น  พยายามมองเห็นสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ และพยายามทำงานอย่างมีความสุข อย่าไปหวังความสุขจากผลสำเร็จ แต่ให้มีความสุขทุกขณะที่ทำ ถ้าคุณมีความสุขเป็นตัวหล่อเลี้ยง คุณจะไม่รู้จักคำว่าท้อ ไม่รู้จักคำว่าล้มเหลว ไม่รู้จักคำว่าหมดแรง มันอยู่ที่ใจและมุมมองมากกว่า

มรณานุสติมีควาหมายใกล้เคียงกับวลี “ทำความดีหรือมีความสุขให้มากๆ เหมือนกับว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เรามีชีวิตอยู่” หรือไม่

ตอบ: ใกล้เคียง แต่มรณานุสติไม่ได้กระตุ้นให้เราอยากทำความดีเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เรารู้จักปล่อยวาง เพราะได้คิดว่าตายไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง นอกจากนั้นถ้าเราเจริญมรณานุสติดี เราจะมีความสุขได้ง่าย หลายคนพอรู้ว่าตัวเองจะตาย เขากลับรู้สึกมีความสุข เบิกบานแจ่มใส  เหมือนอย่างนักดนตรีชาวอังกฤษชื่อ วิลโก้ จอห์นสัน (Wilko Johnson)  วันหนึ่งหมอบอกว่าเขาเป็นมะเร็งตับ มีชีวิตอยู่ได้ 9-10 เดือน เมื่อออกจากโรงพยาบาล แทนที่เขาจะหดหู่ กลับมีชีวิตชีวา แค่ได้เห็นต้นไม้ ท้องฟ้า ก็รู้สึกว่ามันวิเศษมาก  เวลามีลมมากระทบ เขารู้สึกเหมือนขนนกที่ปลิวในสายลม คือรู้สึกอิสระเสรี เขาถึงกับบอกว่า อะไรก็ตามที่เคยทำให้เขาเศร้าสร้อย วิตกกังวลหรือรำคาญ มันไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป  ที่เขารู้สึกอย่างนี้ได้ เป็นเพราะความตายมาเตือนให้ตระหนักว่า สิ่งที่มองเห็นอยู่นั้น ต่อไปจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว เพราะฉะนั้นเขาจึงรู้สึกว่าทุกสิ่งมีคุณค่ามาก

อาตมาคิดว่าเราควรใช้ความตายที่ใกล้เข้ามากระตุ้นให้เราเห็นความสุขในปัจจุบันขณะ  รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดความเพียรด้วย  ความเพียรในที่นี้นอกจากหมายถึงการทำความดีแล้ว ยังรวมถึงการฝึกใจให้เห็นความจริงด้วย  นี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่พระพุทธเจ้าสอนให้เจริญมรณานุสติอยู่ประจำ ดังตรัสว่า “ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้ ใครจะรู้ความตายแม้พรุ่งนี้”

ตอนนี้คิดว่าตัวเราตายไปก็ไม่มีอะไรติดค้างแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าตอนตายจริงๆ จิตจะเป็นอย่างไร มีวิธีฝึกจิตอย่างไร

ตอบ: การเจริญสติปัฏฐานสี่เป็นหัวใจของกรรมฐานแบบพุทธ ซึ่งอาตมาคิดว่าจำเป็นอย่างมาก ถ้าเราต้องการตายอย่างสงบ เราต้องรู้จักปล่อยวางอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ  จะทำอย่างนั้นได้ต้องหมั่นเจริญสติ ให้รู้กายและใจอยู่เนือง ๆ เพราะเวลาเราจะตาย เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะมีความรู้สึกหรือความคิดอะไรเกิดขึ้นบ้าง เราอาจคิดว่าไม่มีอะไรติดค้างใจ แล้ว  แต่เมื่อจะตายจริงๆ ความห่วงหาอาลัยหรือความรู้สึกผิดที่เรากดไว้อาจโผล่ขึ้นมาก็ได้ กรณีหลังนั้นเราอาจจะขอขมาใครไม่ทันแล้ว ทำได้อย่างเดียวคือปล่อยวาง  แต่จะปล่อยวางได้เราต้องรู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น  สิ่งที่จะทำให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ก็คือสติ เพราะฉะนั้นการเจริญสติปัฏฐานสี่จึงเป็นพื้นฐานสำคัญ

การเจริญอนุสติ 10  ประการก็มีประโยชน์มาก  โดยเฉพาะ ๔ ประการแรกคือ การระลึกถึงพระพุทธ พระธรรมพระสงฆ์ และความดีที่ได้ทำ การนึกถึงพระรัตนตรัยในเวลาจะตายนั้น ช่วยทำให้จิตใจเรามั่นคง คลายความหวาดวิตก  ส่วนการนึกถึงความดีที่ได้ทำ ช่วยให้เกิดความภาคภูมิใจในชีวิตที่ผ่านมา และมั่นใจว่าจะไปดี  ในกรณีที่เกิดทุกขเวทนาหรือความเจ็บปวด  การระลึกถึงพระรัตนตรัยหรือบุญกุศลที่ได้ทำ ช่วยให้เราเกิดปีติ ปราโมทย์ ทำให้ทุกขเวทนาลดน้อยลงและทำให้เราสามารถตายอย่างสงบได้

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster