หน้ารวมบทความ
   บทความ > บุคคล > พนมเทียน
กลับหน้าแรก

พนมเทียนในความทรงจำ

พระไพศาล วิสาโล

 

“พนมเทียน” เป็นนามปากกาที่ข้าพเจ้าคุ้นตามาตั้งแต่เล็ก สมัยนั้นร้านหนังสือเช่าในกรุงเทพ ฯ ไม่ว่าร้านใด มีหนังสือของพนมเทียนวางล่อตานักอ่านแทบทั้งนั้น โดยเฉพาะ “เพชรพระอุมา” ประกอบกับบ้านข้าพเจ้าอยู่ไม่ไกลจากผ่านฟ้า ซึ่งเป็นย่านที่มีร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ชื่อดังตั้งอยู่มากมาย เวลาไปหาซื้อหนังสือแถวนั้น เป็นต้องเจอหนังสือของพนมเทียนวางขายอยู่เรียงเป็นแถว โดยเฉพาะในร้านของสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา ซึ่งพิมพ์ “เพชรพระอุมา”อย่างต่อเนื่อง กล่าวได้ว่าข้าพเจ้าเติบโตมาในยุคที่พนมเทียนกำลังโด่งดัง

แต่ด้วยความเป็นเด็ก ข้าพเจ้าจึงชอบอ่านหนังสือภาพ อย่าง“วิเตชา” หรือ “อัศวินสายฟ้า” และต่อมาก็ “สิงห์ดำ” และ “จิ้งจอกล่องหน” มากกว่านิยายเล่มหนา ๆ อย่าง “เพชรพระอุมา” แม้กระทั่งนิยายกำลังภายในซึ่งตอนนั้นกำลังโด่งดัง ฝีมือการแปลของจำลอง พิศนาคะ และ ว.ณ เมืองลุง (ผลงานของสำนักพิมพ์เพลินจิตต์ ซึ่งอยู่ละแวกเดียวกับผ่านฟ้า) ซึ่งลุงข้าพเจ้าติดตามอ่านอย่างงอมแงม ข้าพเจ้าก็ยังไม่สนใจเปิดอ่านเลย แต่ถ้าเป็นหนังสือชุด “สามเกลอ” หรือพล นิกร กิมหงว ของป.อินทรปาลิต ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หนังสือชวนขันดูจะเหมาะกับรสนิยมของเด็กชั้นประถมอย่างข้าพเจ้ามากกว่า

อันที่จริงตอนนั้นข้าพเจ้ายังเข้าใจว่า พนมเทียน เป็นนักเขียนรุ่นเดียวกับ ป.อินทรปาลิตด้วยซ้ำ เวลานึกถึง “เสือใบ” (ของป.อินทรปาลิต) ก็ไพล่ไปนึกถึง “เล็บครุฑ” (ของพนมเทียน) หนักกว่านั้นบางทีก็สับสนกับ “อินทรีแดง” (ของ เศก ดุสิต) ที่เป็นเช่นนั้นคงเพราะมีเนื้อหาแนวบู๊หรือแนวaction เหมือนกัน ที่สำคัญคือทั้ง ๓ เรื่องถูกทำเป็นภาพยนตร์ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก (แต่ข้าพเจ้าไม่เคยดูเลยสักเรื่อง)

ถึงแม้ข้าพเจ้าไม่เคยอ่าน “เพชรพระอุมา”เลย แต่ก็เคยดูหนังเรื่องนี้ที่ศาลาเฉลิมไทย เป็นหนังที่ดูสนุก น่าเสียดายที่มีแค่ตอนเดียว หลังจากนั้นก็หายเงียบไป ที่จริงตอนนั้น (พ.ศ.๒๕๑๔) ข้าพเจ้าเริ่มเป็นวัยรุ่นแล้ว “เพชรพระอุมา” น่าจะเหมาะกับรสนิยมของข้าพเจ้าบ้างแล้ว แต่ปรากฏว่าพอเป็นวัยรุ่นเข้าจริง ๆ ข้าพเจ้ากลับสนใจหนังสือแนววิจารณ์สังคมมากกว่า กลายเป็นแฟนวารสารอย่าง “สังคมศาสตร์ปริทัศน์” และติดตามอ่านหนังสือของส.ศิวรักษ์อย่างจริงจัง ถึงตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจอ่านนิยายเลยไม่ว่าของไทยหรือเทศ เป็นเช่นนั้นนานนับสิบปี จะว่าไปก็นับว่าน่าเสียดายที่รสชาติของวรรณกรรมได้ขาดหายไปจากชีวิตช่วงหนึ่ง

ด้วยความที่เข้าใจไปว่าพนมเทียนเป็นนักเขียนรุ่นเดียวกับ ป.อินทรปาลิต ซึ่งจากไปนานแล้ว ข้าพเจ้าจึงคิดว่าพนมเทียนได้กลายเป็นบุคคลในตำนานไปแล้ว จนกระทั่งได้รู้ในภายหลังว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ ยิ่งเมื่อได้รู้ว่า “เพชรพระอุมา” ซึ่งโด่งดังเมื่อ ๕๐ กว่าปีที่แล้ว ที่แท้เป็นผลงานของนักเขียนวัยหนุ่ม อายุแค่ ๓๐ ต้น ๆ ก็อดทึ่งไม่ได้ ยังไม่ต้องพูดถึงความสามารถในการผลิตผลงานที่ตรึงใจผู้อ่านอย่างต่อเนื่องนานกว่า ๒๕ ปี นับเป็นประวัติการณ์ที่หาได้ยาก ไม่เฉพาะในแวดวงวรรณกรรมไทยเท่านั้น

ข้าพเจ้าไม่เคยพบคุณฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เจ้าของนามปากกาพนมเทียน เป็นการส่วนตัว แต่ก็ได้รับเมตตาจากท่านอยู่เป็นระยะ ๆ ทั้งนี้โดยมีสื่อกลาง คือ คุณวิษณุฉัตร ผู้เป็นบุตร ข้าพเจ้ารู้จักกับนัฐหรือวิษณุฉัตรทีแรกผ่านผลงานของเขา อาทิ “เด็กเก็บว่าว” (งานแปลจากผลงานของฮาเหล็ด โฮเซนี) และ “เสือเพลินกรง” ทั้งสองเล่มเป็นงานที่ข้าพเจ้าชอบมาก โดยเฉพาะเล่มหลัง เป็นประจักษ์พยานอย่างดีว่านัฐเป็น “ลูกไม้ใต้ต้น”

แม้ข้าพเจ้าไม่เคยอ่านนิยายของพนมเทียนเลย แต่ก็ได้อ่านผลงานบันทึกความทรงจำของท่านหลายเล่ม ซึ่งท่านได้เมตตาส่งมาให้อ่านอยู่เป็นระยะ ๆ อาทิ “ก่อนเทียนจะถึงไฟ” “เพียงพิมพ์ดีดพูดได้” รวมทั้ง “เจาะลึกเบื้องหลังเพชรพระอุมา” นับว่าเป็นโชคดีของนักอ่านอย่างข้าพเจ้าอยู่บ้างที่ยังได้สัมผัสกับผลงานของพนมเทียน นักเขียนชั้นครูที่ผลงานมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แม้ท่านจะจากไปแล้ว แต่ได้ทิ้งผลงานให้แก่วงวรรณกรรมไทยอย่างมากมาย ชนิดที่น้อยคนจะสามารถทำได้ เป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าที่จะยังประโยชน์ให้แก่คนรุ่นนี้และคนรุ่นหลังไปได้นานเท่านาน


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved