หน้ารวมบทความ
   บทความ > บุคคล > สัมโมทนียกถาในวาระ ๑ ศตวรรษแห่งชาตกาลของอาจารย์องุ่น มาลิก
กลับหน้าแรก

 

สัมโมทนียกถาในวาระ ๑ ศตวรรษ
แห่งชาตกาลของอาจารย์องุ่น มาลิก

พระไพศาล วิสาโล

 

อาจารย์องุ่น เป็นชาวพุทธที่ไม่ได้ยึดติดในประเพณีหรือพิธีกรรม หรือหมกมุ่นอยู่กับการทำบุญเพื่อความมั่งมีศรีสุขส่วนตน   หากมุ่งที่แก่นธรรมคำสอนเป็นสำคัญ  ในด้านหนึ่งท่านได้อาศัยหลักธรรมในพุทธศาสนาเพื่อการขัดเกลาตนเอง  จนเกิดความสันโดษ พึงพอใจในชีวิตที่เรียบง่าย  ไม่หลงใหลเพลิดเพลินกับความหรูหราหรือการปรุงแต่งตามวิสัยของชาวโลก    จากคนที่เคยมีชีวิตตามสมัย เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ คุณวุฒิและสถานะทางสังคม  ท่านได้หันมาดำเนินชีวิตอย่างสมถะ ไม่ต่างจากชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง  แม้ท่านมีโอกาสที่จะร่ำรวยได้ แต่ก็ปฏิเสธโอกาสนั้น
     
อย่างไรก็ตามการปฏิบัติธรรมในทัศนะของอาจารย์องุ่น ไม่ได้หมายถึงการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ส่วนตนเท่านั้น   สิ่งที่ท่านทำควบคู่กันก็คือ การช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ทุกข์ยาก  ตลอดชีวิตของท่าน ท่านได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณชนมากมาย เช่น ก่อตั้งคลินิก “เวชประชา” ใช้เป็นสถานพยาบาล สำหรับผู้ป่วยยากจนในชุมชนแออัดในซอยทองหล่อและพื้นที่ใกล้เคียง สนับสนุนและส่งเสริมการอบรมสาธารณสุขเพื่อประชาชน  ตั้งมูลนิธิเพื่อให้การศึกษาและอุปถัมภ์ลูกของกรรมกร สนับสนุนส่งเสริมนักศิลปวัฒนธรรมเพื่อสังคม  รวมทั้งผลิตหุ่นมือให้เยาวชนทั่วโลก  ใช่แต่เท่านั้นสมัยที่เป็นอาจารย์ ท่านยังได้กระตุ้นให้นักศึกษาเกิดสำนึกทางสังคม และช่วยเหลือชาวชนบทผู้ยากไร้  เป็นเพราะท่านมีสำนึกอย่างแรงกล้าในเรื่องความยุติธรรมทางสังคม จึงเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองหลายครั้งหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖ จนเป็นเหตุให้ถูกจับกุมคุมขังหลังจากเกิดเหตุการณ์นองเลือด ๖ ตุลา ๑๙
     
ท่านคิดถึงคนเล็กคนน้อยและประโยชน์สุขของส่วนรวมโดยตลอด  ในบั้นปลายชีวิตของท่าน  ที่ดินของท่านในซอยทองหล่อมีมูลค่านับร้อยล้านบาท  เพียงแค่ขายให้ผู้ต้องการ ท่านก็จะได้เป็นเศรษฐีเงินล้านภายในชั่วข้ามคืน แต่ท่านเลือกที่จะสละที่ดินผืนนั้นให้เป็นสาธารณประโยชน์แทน ดังเป็นที่ตั้งของมูลนิธิปรีดีพนมยงค์ในบัดนี้  กล่าวได้ว่าในยุคนี้ผู้ที่มีจิตใจมั่นคงเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวต่อความเย้ายวนของเงินตราจำนวนมหาศาล อย่างอาจารย์องุ่น หาได้ยากอย่างยิ่ง
     
อาจารย์องุ่นเป็นตัวอย่างของคนที่ถึงพร้อมด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ตนควบคู่กับประโยชน์ส่วนรวม  ใส่ใจกับด้านในของชีวิต โดยไม่ทิ้งสังคมหรือเพื่อนมนุษย์    มีทั้งมิติด้านลึกและด้านกว้าง ซึ่งเป็นสองมิติของพุทธศาสนาที่เกื้อกูลกัน  นับเป็นแบบอย่างสำหรับชาวพุทธ (ซึ่งมักสนใจชีวิตด้านในแต่ละเลยสังคม) และนักกิจกรรมทางสังคม (ซึ่งมักสนใจสังคมแต่ละเลยชีวิตด้านใน)
     
อาจารย์องุ่นถือได้ว่าเป็นปูชนียบุคคลท่านหนึ่ง สมควรที่สาธุชนจะระลึกถึงท่านด้วยความเคารพ  แม้ท่านจากไปนานแล้วก็ตาม เพราะการเคารพและยกย่องปูชนียบุคคล นอกจากเป็นมงคลอันสูงสุดประการหนึ่งแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเร้าคุณธรรมภายในใจเรา และเสริมสร้างพลังแห่งคุณธรรมให้แผ่ไพศาล  เป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คนตราบนานเท่านาน

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved