หน้ารวมบทความ
   บทความ > บุคคล > สมถวิล ลือชาพัฒนพร
กลับหน้าแรก

 

สมถวิล ลือชาพัฒนพร ในความทรงจำ
พระไพศาล วิสาโล

 

สมถวิล เป็นศิษย์รุ่นน้องร่วมสำนักเดียวกับข้าพเจ้า คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  อีกทั้งยังเรียนสาขาเดียวกับข้าพเจ้า คือ สาขาวิชาประวัติศาสตร์  แต่เหตุที่มารู้จักและคุ้นเคยกันก็เพราะ เธอเป็นสมาชิกชุมนุมพุทธศาสตร์และประเพณี   ตอนที่ข้าพเจ้ายังเป็นนักศึกษาอยู่นั้น  สถานที่ที่ข้าพเจ้าแวะเวียนไปเป็นประจำก็คือ ชุมนุมพุทธ ฯ  ซึ่งอยู่ในทำเลที่เหมาะมาก คือ อยู่ใกล้หอสมุดกลาง  ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่ข้าพเจ้านิยมไป
   
ชุมนุมพุทธ ฯ ตอนนั้นเป็นที่ชุมนุมของมิตรสหายหลายคนที่คุ้นเคยกันมานาน เช่น รสนา โตสิตระกูล วีระ สมบูรณ์ สง่า ลือชาพัฒนพร โดยมีชาญณรงค์ เมฆินทรางกูร (ช้าง) เป็นพี่ใหญ่ ส่วนพจนา จันทรสันติ ซึ่งเลิกเรียนไปแล้ว ก็ยังแวะเวียนมาหาพวกเราอย่างสม่ำเสมอ  กลุ่มก๊วนนี้ยังมีเพื่อนใหม่ตามมาสมทบอีกหลายคน เช่น อัจฉรา หังสพฤกษ์ (ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลเป็น สมบูรณ์)  ลาวัณย์ เขมะพันธุ์มนัส นิพนธ์ แจ่มดวง  ตอนหลังสมถวิล ก็มาร่วมด้วย

สมถวิลเป็นรุ่นน้องที่สดใส ร่าเริง และเข้ากับผู้คนได้ง่าย  อีกทั้งรสนิยมก็ใกล้เคียงกับพวกเรามาก โดยเฉพาะเรื่องศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์  ประกอบกับภายหลังเธอเป็นแฟนกับสง่า ซึ่งสนิทสนมกับข้าพเจ้ามาตั้งแต่ออกค่ายอาสาพัฒนาที่อัสสัมชัญ  จึงคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว และพบปะกันค่อนข้างบ่อย  แม้ตอนนั้นข้าพเจ้าไม่ค่อยเข้าห้องเรียน อีกทั้งยังใช้เวลาส่วนใหญ่นอกมหาวิทยาลัย เนื่องจากตอนนั้นงานหลักคือเป็นเจ้าหน้าที่กลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคม ซึ่งเป็นNGO รุ่นแรก ๆ ของเมืองไทยก็ว่าได้

เมื่อข้าพเจ้าเรียนจบแล้ว  ก็ยังมีกิจกรรมร่วมกับสมถวิลอยู่เนือง ๆ  โดยเฉพาะงานหนังสือ  เพราะตอนนั้นพวกเรากุมบังเหียน ปาจารยสาร อยู่  ทั้งวีระ และสง่า เคยผ่านการเป็นสาราณียกรวารสารฉบับนี้มาแล้วทั้งนั้น  สมถวิลเองก็เข้ามาช่วยงานด้านนี้อยู่พักหนึ่ง  แต่กิจกรรมที่มีสีสรรมากกว่าก็คือ การเที่ยวชมโบราณสถานในต่างจังหวัด   ตอนนั้นเพื่อน ๆ หลายคน ซึ่งมีวีระเป็นแกนนำ ได้จัดตั้งกลุ่มพุทธ-ไทยปริทัศน์  จัดกิจกรรมนานาชนิดที่ชวนให้ผู้คนเข้าถึงความเป็นพุทธและความเป็นไทย  กิจกรรมที่ทำนั้นมีหลากหลาย มุ่งประเทืองทั้งปัญญาและอารมณ์ เช่น จัดสัมมนา อภิปราย  แสดงละคร และดนตรี  แต่กิจกรรมที่ผู้คนเป็นอันมากยังจำได้ไม่รู้ลืมก็คือ การเที่ยวชมศิลปะเมืองอยุธยา สุโขทัยและศรีสัชนาลัยในปี ๒๕๒๕  งานนั้นคุณอังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นวิทยากร  ความเป็นกวีเอกและศิลปินของท่านได้สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาก    งานนั้นสมถวิลเป็นกำลังสำคัญในฝ่ายผู้จัด  ส่วนข้าพเจ้านั้นหลังจากกลับจากสุโขทัย  ไม่ถึง ๒ เดือนก็เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดทองนพคุณ

เมื่อบวชแล้ว ข้าพเจ้าได้ไปบำเพ็ญภาวนาที่วัดสนามในอยู่หลายเดือน  ต่อมาก็ไปจำพรรษาแรกที่วัดป่าสุคะโต    ได้ทราบก่อนไปว่าสมถวิล กับเพื่อนอีกคน คือ ฐิติมา คุณติรานนท์(จริง) ก็จะไปร่วมปฏิบัติด้วย  สุคะโตเมื่อปี ๒๕๒๖ นั้นไปยาก ทางกันดารและอัตคัดมาก  แต่พระใหม่อย่างข้าพเจ้าไม่รู้สึกเหงาเลย ส่วนหนึ่งก็เพราะมีเพื่อนไปร่วมปฏิบัติด้วย  สมถวิลอยู่ได้แค่หนึ่งเดือน ส่วนฐิติมานั้นอยู่จนตลอดพรรษา ภายหลังก็มีศุกรจิต จตุจินดา (ฮุ้ง) ไปร่วมสมทบด้วย

แม้บวชแล้ว ข้าพเจ้าก็ยังได้พบปะสมถวิลอยู่เนือง ๆ  เพราะเมื่อเรียนจบ เธอได้ทำงานให้กับสำนักพิมพ์มูลนิธิ โกมลคีมทอง  ช่วงนี้เองที่เธอได้แสดงความสามารถด้านหนังสือให้พวกเราเห็น   กล่าวคือผลิตหนังสือได้น่าอ่าน ทั้งเนื้อหาและรูปเล่ม โดยเฉพาะหน้าปก  เพราะเธอสามารถชักชวนศิลปินรุ่นใหม่ที่มีฝีมือ มาออกแบบปก ซึ่งมีทั้งแบบประเพณีและสมัยใหม่

มีงานทำบุญแต่งงานไม่กี่งานที่ข้าพเจ้าได้เข้าร่วม  หนึ่งในนั้นคืองานแต่งงานของสมถวิลกับสง่า ที่วัดทองนพคุณ   ข้าพเจ้าต้องเตรียมตัวล่วงหน้านานเป็นอาทิตย์  เพื่อสวดพระปริตรเจริญพระพุทธมนต์ให้คล่อง  เพราะปกติข้าพเจ้าไม่ค่อยได้ออกงานพิธีเท่าไหร่  เมื่อถึงวันงานข้าพเจ้าก็สอบผ่านด้วยดี

หลังจากที่สมถวิลออกจากมูลนิธิโกมลคีมทองไปแล้ว   การพบปะกับสมถวิลก็มีน้อยลง  เธอเองก็คงวุ่นอยู่กับการทำธุรกิจส่วนตัวและการสร้างครอบครัว   แต่เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น  เธอกับสง่าก็เริ่มพาลูกเที่ยว  แห่งหนึ่งที่เธอพามาก็คือ วัดป่ามหาวัน   ตอนนั้นลูก ๆ ยังเล็ก มีแววฉลาด รักธรรมชาติ และชอบวาดรูป      ภายหลังสง่าและสมถวิลก็ชวนลูก ๆ วาดภาพประกอบให้แก่หนังสือของข้าพเจ้า คือ เพื่อนร่วมโลก โดยทั้งสองเป็นผู้จัดพิมพ์เองในปี ๒๕๔๓

สองปีต่อมาสง่าได้ชักชวนข้าพเจ้าพิมพ์หนังสือรวมคำบรรยายชื่อ รุ่งอรุณที่สุคะโต  โดยมีสมถวิลช่วยดำเนินการจัดพิมพ์     อันที่จริงตอนนั้นข้าพเจ้าลังเลที่จะนำคำบรรยายของตนมาตีพิมพ์เป็นหนังสือ เพราะข้าพเจ้าไม่ใช่คนที่ถนัดพูด  บรรยายแต่ละครั้งจะขาดความกระชับและชัดเจน บ่อยครั้งก็วกวน  แต่สง่าก็ยังยืนยันความเห็นเดิม  ผลก็คือหนังสือรวมคำบรรยายเล่มแรกของข้าพเจ้าได้ออกมาสู่สายตาผู้อ่านจนได้ หลังจากนั้นก็มีการพิมพ์ซ้ำอีกหลายครั้ง และมีหนังสือรวมคำบรรยายตามมาอีกหลายเล่มจนทุกวันนี้

สมถวิล เป็นคนขยัน กระฉับกระเฉง รักอิสระ  การทำธุรกิจสิ่งพิมพ์เล็ก ๆ ของตัวเอง จึงทำให้เธอมีความสุขกับงาน   ข้าพเจ้าเองพลอยได้อานิสงส์ไปด้วย  เพราะได้รับหนังสือดี ๆ ที่เธอกับสง่าทำอยู่เป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะเมื่อเธอไปช่วยงานมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์   หนังสือที่เธอทำนั้นล้วนเป็นหนังสือดี จัดอยู่ในประเภทคลาสสิคของวงการประวัติศาสตร์ แม้เป็นการตีพิมพ์ซ้ำเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็จัดทำรูปเล่มได้ประณีตขึ้น และน่าอ่านมาก เช่น ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ D.G.E Hall  ได้ทราบว่าสมถวิลทุ่มเทกับงานชิ้นนี้มาก

ช่วงนั้นเองที่ข้าพเจ้าได้ทราบว่าเธอเป็นมะเร็งปอด  แต่เธอก็ดูเข้มแข็ง ไม่หวั่นวิตก ยอมรับความจริงได้โดยไม่แสดงความเดือดเนื้อร้อนใจ  ภายหลังก็ทราบว่ามีอาการดีขึ้นจนเป็นปกติหลังจากได้รับการเยียวยารักษา  กระทั่งข้าพเจ้าลืมไปเลยว่าเธอเคยป่วยด้วยโรคนี้  มาทราบอีกทีเมื่อไม่กี่ปีมานี้ว่ามะเร็งกลับมาอีก  แต่เธอก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ  กระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วสง่าได้เขียนจดหมายแจ้งว่า สมถวิลกำลังป่วยหนัก ถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล   ได้ทราบจากสง่าว่าสมถวิลกำชับไว้ว่า  อย่าได้รบกวนข้าพเจ้าเป็นเด็ดขาด  ขณะเดียวกันเธอก็ไม่อยากให้เพื่อน ๆ มาเยี่ยม เพราะต้องการอยู่อย่างสงบ

ช่วงนั้นข้าพเจ้าอยู่ภูหลง  จึงโทรศัพท์ไปคุยกับเธอ  น้ำเสียงของเธอแม้ดูเหนื่อยไปบ้าง  แต่ไม่แสดงความวิตกกังวลหรือเป็นทุกข์ใจแต่อย่างใด   ดูสงบนิ่งเหมือนคนปกติด้วยซ้ำ  ฟังแล้วเหมือนคนมีกำลังใจดี ทั้ง ๆ ที่อาการของเธอนั้นลุกลามไปมากแล้ว

ไม่กี่วันหลังจากนั้นข้าพเจ้าก็เดินทางไปต่างประเทศ  โดยไม่มีโอกาสไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลเลย เพราะเดินทางถึงกรุงเทพ ฯ ก็ค่ำแล้ว  รุ่งขึ้นก็ต่อไปสนามบินสุวรรณภูมิเลย  แม้กระนั้นก็มีความหวังว่ากลับมาแล้วจะได้ไปเยี่ยมเธอ   ไม่กี่วันต่อมาสง่าก็เขียนมาบอกว่าสมถวิลอาการทรุดหนักกว่าเดิม  แต่ยังมีสติดีอยู่ เธอพร้อมรับความตาย ด้วยการแจ้งหมอเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ไม่ต้องการให้มีการปั๊มหัวใจหรือเจาะคอ

วันรุ่งขึ้น ๒๗ พฤษภาคม ข้าพเจ้าจึงเขียนจดหมายถึงเธอ ในใจนั้นยังคิดว่าเธอน่าจะยังมีชีวิตอยู่ได้อีกพักใหญ่

เจริญพร หวิน

ได้ข่าวจากสง่าว่าอาการของหวินกำลังเสื่อมถอยลง  แต่ใจของหวินยังดีอยู่  คงไม่ต่างจากตอนที่เราคุยกับ
หวินทางโทรศัพท์  ตอนนี้มีแต่ใจของหวินเองที่จะเป็นที่พึ่งของหวินได้  เพราะถึงแม้ร่างกายจะเสื่อมทรุดลงไปเรื่อย ๆ  แต่ใจยังสามารถเป็นปกติหรือดีขึ้นได้ด้วยซ้ำ

ในยามนี้สติหรือความรู้สึกตัวเป็นสิ่งสำคัญมาก  สามารถรักษาใจของหวินไม่ให้เป็นทุกข์ได้  ไม่เปิดช่องให้ความวิตกกังวล ความกลัว ความหงุดหงิด หรือความโกรธ มารังควานจิตใจได้  ขอให้หวินประคองสติเอาไว้  โดยกำหนดจิตไว้กับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย  หากอยู่กับลมหายใจไม่สะดวก ก็มารับรู้มือที่พลิกไปมา หรือกำมือไว้แล้วคลายออก อย่างสม่ำเสมอ จะบริกรรมพุท-โธ ไปด้วยก็ได้ คือ พุท-เมื่อกำ  และโธ-เมื่อคลายมือออก  หาไม่ก็ผูกจิตไว้กับสิ่งที่เป็นกุศล  เช่น พระพุทธรูป  บทสวดมนต์ง่าย ๆ  บุญกุศลหรือความดีที่หวินได้ทำ สิ่งที่หวินภาคภูมิใจ ก็ขอให้ระลึกถึงบ่อย ๆ

กายจะเป็นอย่างไร ก็ต้องปล่อยเขาไปตามสภาพ  อย่าโกรธหรือหงุดหงิดเขา เพราะเขาพยายามช่วยหวินเต็มที่แล้ว  แต่เขาทำได้มากที่สุดเท่านี้  หากหวินจะแผ่เมตตาให้เขา ก็ยิ่งดี  ขณะเดียวกันก็พยายามยอมรับทุกขเวทนาหรือความปวดที่เกิดขึ้น  อย่าผลักไส เพราะจะทำให้หวินเป็นทุกข์มากขึ้น  หากเขาจะอยู่ ก็ช่างเขา อย่าไปสนใจ   ต่างคนต่างอยู่  นึกถึงดอกบัว ที่น้ำไม่อาจเปื้อนกลีบได้  ความปวดก็เช่นกัน ทำอะไรใจหวินไม่ได้ หากมีสติหรือมีธรรมเป็นเครื่องรักษา ขอให้นึกถึงพุทธวจนะที่ตรัสกับนกุลบิดาว่า "ถึงกายของเราจะมีโรครุมเร้า แต่ใจของเราจะไม่มีโรครุมเร้าเลย"

ลองใช้โอกาสนี้พิจารณาสังขารร่างกายนี้ว่า ไม่ใช่ของเราเลย สั่งอะไรมันเลยไม่ได้สักอย่าง ลองมองว่าเขากำลังทำหน้าที่ครั้งสุดท้าย คีอแสดงธรรมให้หวินได้ตระหนักในพระไตรลักษณ์  ขณะเดียวกันหวินก็บอกกับเขาด้วยว่า กายนี้จะเสื่อมถอยหรือแตกดับอย่างไร ก็เป็นเรื่องของมัน  มันไม่เที่ยง  ไม่ใช่ของเรา  ช่างมัน  ลองทำทีละนิด ๆ เท่าทีใจจะทำไหว

ตอนนี้เราอยู่ที่เยอรมัน ไม่สามารถมาเยี่ยมหรือคุยโทรศัพท์ได้ จึงขอส่งจดหมายมาแทนพร้อมกับกำลังใจ

ธรรมและพร
พระเตี้ย 


อย่างไรก็ตามเช้าวันรุ่งขึ้นข้าพเจ้าก็ได้จดหมายจากสง่าว่า สมถวิลสิ้นลมแล้ว  ก่อนที่จดหมายของข้าพเจ้าจะได้รับการเปิดอ่าน

สมถวิลจากไปก่อนเวลาอันควร  แต่ก็ได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อผู้คนเป็นอันมาก  เธออยู่เบื้องหลังผลงานที่น่าจดจำมากมาย  เสียดายที่ข้าพเจ้าไม่ค่อยมีเวลาพูดคุยกับเธอในระยะหลัง   เธอเป็นคนคุยสนุก และมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยและเบื้องลึกของสิ่งต่าง ๆ ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังเสมอ  เพราะเรามีความสนใจเหมือนกันในหลายเรื่อง โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวงการหนังสือ  เมื่อเธอเดินทางมาถึงบั้นปลายของชีวิต  ข้าพเจ้าควรมีโอกาสพูดคุยกับเธออย่างจริงจังเป็นครั้งสุดท้าย แต่โอกาสนั้นก็ยังหลุดลอยไปจนได้

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved