|
|
ปรัชญาธรรมแห่งชีวิต ระพี สาคริก ผู้เป็นแบบอย่างแห่งชีวิตอันงดงาม
แบ่งปันบน
facebook Share
|
| อาจารย์ระพี สาคริก เป็นบุคคลที่ข้าพเจ้าคุ้นหน้ามาตั้งแต่เด็ก ถอยหลังไปราว ๔๕ ปีที่แล้ว ข้าพเจ้ามักเห็นท่านเล่าเรื่องกล้วยไม้ทางจอโทรทัศน์เช้าวันอาทิตย์ แม้ไม่มีความสนใจพืชชนิดนี้หรือชนิดใดเลย แต่ข้าพเจ้ารู้สึกชมชอบน้ำเสียงที่นุ่มนวลและท่วงทำนองการพูดของท่าน ฟังแล้วเย็นใจดี อดรู้สึกไม่ได้ว่าท่านผู้นี้เป็นคนอารมณ์ดี มีเมตตา เพียงแค่ได้ฟังท่านบรรยายก็รู้สึกเพลินแล้ว แม้ทุกวันนี้ข้าพเจ้าลืมทุกอย่างที่ท่านเล่าไปหมดแล้ว แต่ตอนนั้นชื่นชมท่านมากที่รู้รอบเรื่องกล้วยไม้ และสามารถบรรยายให้เด็กอายุ ๑๐ ขวบเข้าใจได้ง่าย ที่ตามมาควบคู่กันก็คือความภาคภูมิใจว่ากล้วยไม้ของเมืองไทยนั้นมีความงดงามระดับโลก ตอนนั้นข้าพเจ้าไม่ทราบด้วยซ้ำว่าท่านเป็นอาจารย์ชั้นผู้ใหญ่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ภายหลังยังทราบเพิ่มเติมว่าท่านเป็นนักวิชาการด้านกล้วยไม้ที่มีผลงานระดับโลก ที่นำความภาคภูมิใจมาให้แก่คนไทย เพราะสมัยนั้นคนไทยที่มีชื่อเสียงระดับนั้นมีไม่มากนัก ข้าพเจ้ามีโอกาสได้พบท่านจริง ๆ ก็ที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา หนึ่งปีหลังจากเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ ตอนนั้นข้าพเจ้าเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ปี ๓ ได้ไปเยือนอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ซึ่งลี้ภัยการเมืองไปสอนหนังสือที่นั่น โดยได้มีโอกาสพูด(ร่วมกับวีระ สมบูรณ์)เรื่องเหตุการณ์นองเลือดที่ธรรมศาสตร์ให้นักศึกษาและอาจารย์ที่นั่นด้วย เพราะเราทั้งสองได้อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนอาจารย์ระพี ซึ่งตอนนั้นเป็นอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ได้รับเชิญไปพูดกับนักเรียนไทยที่นั่นในช่วงไล่ ๆ กัน แต่ดูเหมือนบรรยากาศแห่งความหวาดระแวงจากเมืองไทยยังตามไปถึงที่นั่น จึงแทบไม่มีการสนทนาเรื่องเหตุการณ์บ้านเมืองเอาเลย แม้ว่าสองปีหลังจากนั้นท่านได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ฯ ในสมัยพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ แต่เวลาได้ยินชื่อท่านข้าพเจ้ามักนึกถึงกล้วยไม้เสมอ เพราะเท่าที่ทราบนั่นคือผลงานอันโดดเด่นของท่าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้ทราบถึงบทบาทด้านอื่น ๆ ของท่านด้วย โดยเฉพาะหลังจากท่านเกษียณแล้ว ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ชี้ให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยท่านเองเป็นแบบอย่างในการเข้าไปเรียนรู้จากชาวบ้าน ที่จริงความรู้อันเอกอุของท่านด้านกล้วยไม้ ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการไปเรียนรู้จากชาวบ้านและศึกษาวิจัยจากความเป็นจริงในท้องถิ่น มิใช่จากตำราฝรั่งหรือในห้องแอร์เท่านั้น อาจารย์ระพี เป็นผู้ใฝ่รู้และมีฉันทะในการเรียนรู้มาก ท่านจึงพร้อมจะเรียนรู้จากคนทุกวัยและทุกสถานะ ไม่เว้นแม้แต่เด็กและชาวบ้าน ทั้ง ๆ ที่ท่านมีสถานะเป็นศาสตราจารย์และนักวิชาการระดับโลก นี้เป็นคุณลักษณะแห่งบัณฑิตโดยแท้ คุณสมบัติดังกล่าวมิได้เกิดจากความตระหนักว่าความรู้นั้นมีอยู่ทุกหนแห่ง และทุกคนก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าจะเรียนรู้เท่านั้น หากยังเกิดจากความถ่อมตัวของท่านเองด้วย กล่าวคือเห็นว่าตนเองมิใช่สัพพัญญูผู้รู้รอบ แต่ยังมีอีกมากที่ตนไม่รู้ ดังนั้นจึงพร้อมที่จะเปิดใจเรียนรู้จากโลกกว้างและผู้คนรอบตัว นอกจากความใฝ่รู้แล้ว อาจารย์ระพียังเป็นผู้เปี่ยมด้วยความสุข ความสุขนั้นสัมพันธ์กับความใฝ่รู้ คือเมื่อได้เรียนรู้สิ่งใดก็มีความสุข และทำให้อยากหาความรู้เพิ่มเติม แต่ที่มาแห่งความสุขของท่านมีมากกว่านั้น อาจารย์ระพีเป็นผู้ที่รักธรรมชาติ จึงมีความสุขเมื่อได้ชื่นชมธรรมชาติ ขณะเดียวกันท่านก็มีรสนิยมทางศิลปะ โดยเฉพาะดนตรี จึงเป็นสิ่งกล่อมเกลาใจให้ท่านมีความรื่นรมย์ในชีวิต ชนิดที่ทุกคนสัมผัสได้เมื่ออยู่ใกล้ ความสุขเหล่านี้ประณีตยิ่งกว่าความสุขจากเงินทองหรือวัตถุสิ่งเสพ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ท่านมีความพึงพอใจในชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ดิ้นรนไขว่คว้าหาทรัพย์หรืออำนาจ ขณะเดียวกันทรัพย์หรืออำนาจก็ไม่สามารถหลอกล่อให้ท่านพลัดออกจากวิถีแห่งอุดมคติที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน อาจารย์ระพีเป็นผู้ที่มีทั้งความห่วงใยในบ้านเมือง และมีความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ แม้อยู่ในวัยชรา ท่านก็ไม่หยุดบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม โดยเฉพาะการพยายามถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ของท่านเพื่อประโยชน์ของอนุชน ท่านจึงมักไม่ปฏิเสธคำเชิญให้ไปบรรยายหรือแม้แต่ร่วมสัมมนาโดยเฉพาะด้านการศึกษาและการพัฒนาชุมชน หลายต่อหลายครั้งท่านไม่เพียงนั่งฟังการอภิปรายอย่างตั้งใจเท่านั้น หากยังกระตือรือร้นที่จะแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมด้วย ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ร่วมประชุมกับท่านหลายครั้งในฐานะกรรมการสภาสถาบันอาศรมศิลป์ ซึ่งท่านเป็นนายกสภา ท่านแทบไม่เคยขาดประชุมเลย อีกทั้งทำหน้าที่ประธานจนสิ้นสุดการประชุม ซึ่งใช้เวลาหลายชั่วโมง ไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับผู้ที่มีอายุเกือบ ๙๐ ปี แต่ท่านเห็นความสำคัญของการศึกษาของยุวชนมาก ท่านไม่เพียงใส่ใจการประชุม หากยังใช้โอกาสที่มีอยู่ในการเล่าประสบการณ์ของท่านให้แก่ผู้ร่วมประชุมซึ่งล้วนอ่อนเยาว์กว่าท่านมาก บ่อยครั้งบรรยากาศในที่ประชุม จึงมิใช่การอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็น แต่เป็นเสมือนการถ่ายทอดของครูสู่ศิษย์ เพื่อไม่ให้ประสบการณ์อันล้ำค่าสูญหายไปพร้อมกับท่าน แสดงให้เห็นว่าท่านมีวิญญาณแห่งความเป็นครูมาก อาจารย์ระพี นับเป็นปูชนียบุคคลที่หาได้ยากในสังคมไทยทุกวันนี้ ดังนั้นในวาระที่ท่านเจริญอายุครบ ๙๐ ปี ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยจงบันดาลให้ท่านมีพลานามัยดีทั้งกายและใจ เพื่อเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรและแบบอย่างอันดีงามแก่มหาชนในทางปรหิตปฏิบัติ และขอให้ท่านมีความเจริญงอกงามในธรรม และถึงพร้อมซึ่งอัตตหิตสมบัติด้วยเทอญ |
|
รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล
วิสาโล www.visalo.org korobiznet
เอื้อเฟื้อพื้นที่
|