หน้ารวมบทความ
   บทความ > บุคคล > รำลึกถึงคุณทองใบ ทองเปาด์
กลับหน้าแรก

รำลึกถึงคุณทองใบ ทองเปาด์
พระไพศาล วิสาโล

แบ่งปันบน facebook Share   

 

ข้าพเจ้ารู้จักคุณทองใบ ทองเปาด์เป็นครั้งแรกผ่านหนังสือเรื่อง “คอมมิวนิสต์ลาดยาว” ซึ่งได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกหลังจากเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ฯผ่านไปได้แค่ปีเดียว สิทธิเสรีภาพที่เปิดกว้างหลังการโค่นล้มระบอบเผด็จการทหารที่ยืนยาวถึง ๑๖ ปี ได้ทำให้คนหนุ่มสาวรุ่นเดียวกับข้าพเจ้าได้รับรู้มากขึ้นถึงเรื่องราวของนักคิดนักเขียนฝ่ายก้าวหน้ารุ่นก่อนพ.ศ.๒๕๐๐ อาทิ อิศรา อมันตกุล อุทธรณ์ พลกุล กรุณา กุศลาศัยโดยเฉพาะจิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งแทบจะกลายเป็นบุคคลต้องห้ามที่เลือนหายไปจากประวัติศาสตร์เลยทีเดียว จนเมื่อประชาธิปไตยเบ่งบาน ผู้คนจึงรู้จักเขาอีกครั้งหนึ่ง “คอมมิวนิสต์ลาดยาว”เป็นหนังสือเพียงเล่มเดียวในช่วงนั้นก็ว่าได้ที่เปิดเผยเรื่องราวของจิตร ภูมิศักดิ์ อย่างคนที่มีเลือดเนื้อ ในระหว่างที่เขาถูกจองจำเป็นเวลา ๖ ปี

ข้าพเจ้ามารู้จักคุณทองใบจริง ๆ ก็ต่อเมื่อเหตุการณ์ ๖ ตุลา ฯ ผ่านไปแล้วหนึ่งปี ช่วงนั้นข้าพเจ้าเป็นผู้ปฏิบัติงานของกลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคม (กศส.) ซึ่งงานหลักตอนนั้นคือช่วยเหลือผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งมิได้มีแต่ผู้ต้องหาคดี ๖ ตุลา ฯ เท่านั้น หากรวมถึงนักศึกษาประชาชนอีกมายที่ถูกจับกุมด้วยข้อหาต่าง ๆ กันอย่างไม่เป็นธรรม คดีหนึ่งที่กศส.ให้ความช่วยเหลืออยู่คือ คดีของสุภาพ พัสอ๋อง กับเพื่อน ซึ่งถูกจับกุมด้วยข้อหาคอมมิวนิสต์ก่อนเกิดเหตุการณ์ ๖ ตุลา ฯ ตอนนั้นคุณทองใบ เป็นทนายให้กับคดีนี้อยู่ ข้าพเจ้ากับเพื่อน ๆ จึงมีกิจที่จะต้องติดต่อคุณทองใบอยู่เสมอ

แม้คุณทองใบ จะมีอาวุโสกว่าพวกเรามาก แต่ก็ให้ความเป็นกันเองกับพวกเรา จนพวกเรารู้สึกคุ้นเคย ถึงกับเรียกว่า “พี่ทองใบ” หรือต่อมาก็กร่อนเหลือ “พี่ใบ”ได้อย่างคล่องปาก พี่ทองใบเป็นคนอารมณ์ดี มีรอยยิ้มให้กับพวกเราเสมอ แม้พวกเราไม่ค่อยประสีประสาเรื่องกฎหมาย พี่ทองใบก็ยินดีอธิบายให้อย่างละเอียด การทำงานกับพี่ทองใบนั้นกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเรา แม้คดีที่เราดูแลช่วยเหลืออยู่นั้นไม่ใช่คดีง่ายเลย โดยเฉพาะเมื่อระบอบเผด็จการกลับมาใหม่หลังเหตุการณ์ ๖ ตุลา ฯ ใครที่ทำงานเกี่ยวกับคดีคอมมิวนิสต์จึงย่อมถูกจับตามเป็นพิเศษ ไม่เว้นแม้แต่พี่ทองใบซึ่งเป็นทนาย

เมื่อคดี ๖ ตุลาขึ้นสู่ศาลทหารในปี ๒๕๒๑ พี่ทองใบได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะทนาย คดีนี้เป็นคดีใหญ่ ผู้ต้องหามีหลายสิบคน ทนายจึงมีจำนวนมากตามไปด้วย พี่ทองใบย่อมมีภาระมาก แต่พี่ทองใบก็ทำงานนี้โดยมีรอยยิ้มให้กับผู้คนที่มาติดต่อเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ราวกับไม่รู้สึกว่ามีภาระกัดดันอะไรเลย สำหรับคนทำงานรุ่นเด็ก ๆ อย่างพวกเรา พี่ทองใบยังให้เวลาและความเมตตาอยู่เสมอ

เวลานั้นสถานที่ที่เราพบปะพี่ทองใบมักจะเป็น สำนักงานของพี่ทองใบ ย่านฝั่งธน ซึ่งเป็นคูหาเดียวแฝงอยู่ในย่านชาวบ้านร้านตลาด หลีกออกมาจากถนนใหญ่ สำนักงานมีเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ตัว มีลักษณะเรียบง่ายมาก ไม่มีภาพอย่างสำนักงานทนายความทั่วไปที่เราเคยเห็น ที่จริงจะเรียกว่าสำนักงานก็คงไม่ถูกต้องทีเดียวนัก น่าจะเรียกว่าบ้านมากกว่า เพราะพี่ทองใบกับครอบครัวพักที่นั่นด้วย

พี่ทองใบเป็นทนายที่อยู่อย่างเรียบง่ายและติดดินมาก สมกับที่ได้สมญานามว่า “ทนายคนยาก” ความสมถะของพี่ทองใบทำให้สามารถทำงานเพื่อคนยากไร้ได้อย่างเต็มที่ เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องสถานภาพและรายได้มากนัก พี่ทองใบเป็นตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นชัดว่า ความสมถะเรียบง่าย กับความกล้าหาญนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่ออยู่ง่ายกินง่ายก็กล้าทวนกระแส กล้าต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม และกล้าท้าทายผู้มีอำนาจ เพราะไม่กลัวว่าจะต้องอยู่อย่างยากลำบาก หรือไม่ได้รับการยกย่องเชิดชู

การถูกจองจำในคุกถึง ๘ ปี น่ามีส่วนหล่อหลอมให้พี่ทองใบสามารถอยู่อย่างเรียบง่ายสมถะได้ อีกส่วนหนึ่งอาจมาจากภูมิหลังของพี่ทองใบซึ่งเป็นลูกชาวนาและมีฐานะยากจน พี่ทองใบเป็นคนไม่ลืมกำพืดตนเอง ซ้ำยังภูมิใจในความเป็นลูกชาวนาและลูกอีสาน นั่นคงเป็นเหตุผลสำคัญที่พี่ทองใบยังคงรักษาคุณค่าหลายประการเอาไว้ได้ เช่น ความเรียบง่าย ความเป็นกันเอง ความมีน้ำใจ รวมทั้งความใจเย็นและอดทน

หลังจากที่มีการนิรโทษกรรมคดี ๖ ตุลา ข้าพเจ้ามีกิจพบปะพี่ทองใบน้อยลงเพราะไปทำงานส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือคดีการเมือง ยิ่งเมื่อมาบวชพระด้วยแล้ว ก็เรียกได้ว่าเหินห่างไปเลย มีโอกาสพบกับพี่ทองใบบ้างก็ในงานสัมมนา ซึ่งไม่บ่อยนัก พบกันทีไร พี่ทองใบก็ยังคงมาทักทายพูดคุยอย่างสนิทสนม เรียกชื่อเล่นของข้าพเจ้าเหมือนที่เคยเรียกเมื่อครั้งเป็นฆราวาส

ครั้งสุดท้ายที่ข้าพเจ้าพบพี่ทองใบก็คือที่สนามบินสุวรรณภูมิ เราทั้งสองได้สนทนากันนิดหน่อยขณะนั่งอยู่ในรถที่พาขึ้นเครื่องบินลำเดียวกัน พี่ทองใบกำลังจะกลับบ้านที่มหาสารคาม ส่วนข้าพเจ้ากำลังกลับวัดที่ชัยภูมิ ข้าพเจ้าคิดไม่ถึงว่าการแยกย้ายจากกันที่สนามบินขอนแก่นวันนั้นจะเป็นการแยกจากกันชั่วนิรันดร์ เพราะไม่กี่เดือนหลังจากนั้นพี่ทองใบก็เสียชีวิต

พี่ทองใบเป็นแบบอย่างของอุดมคติที่จับต้องสัมผัสได้ เป็นอุดมคติที่สามารถบันดาลใจให้เราอยากทำความดีและกล้าต่อสู้กล้าเสียสละเพื่อสิ่งที่ดีงาม การได้มีโอกาสพบและรู้จักกับบุคคลเช่นนี้ ย่อมเป็นมงคลยิ่งแก่ชีวิต

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved