หน้ารวมบทความ
   บทความ > บุคคล > รำลึกถึงคุณพ่อบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์
กลับหน้าแรก

 


รำลึกถึงคุณพ่อบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์
พระไพศาล วิสาโล

แบ่งปันบน facebook Share   

ในทัศนะของพุทธศาสนา มงคลสูงสุดอย่างหนึ่งในชีวิตคือการได้คบหาคนดี คนดีผู้หนึ่งซึ่งนำสิริมงคลอย่างสูงมาสู่ชีวิตของข้าพเจ้าก็คือ สังฆราชบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์ แม้ท่านมีตำแหน่งเป็นถึงมุขนายกแห่งสังฆมณฑลอุบลราชธานี แต่ท่านก็มีความเป็นกันเอง เปี่ยมด้วยเมตตา ไม่ติดในยศตำแหน่ง จนผู้น้อยต่างศาสนาอย่างข้าพเจ้าเรียกท่านว่า “คุณพ่อบุญเลื่อน”ได้อย่างสนิทใจ

ข้าพเจ้าโชคดีที่ได้รู้จักคุณพ่อบุญเลื่อนตั้งแต่ข้าพเจ้ายังเป็นยุวชนซึ่งตอนนั้นกำลังเร่าร้อนด้วยอุดมการณ์ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนหนุ่มสาวที่เร่าร้อนในเวลานั้น (หรือแม้กระทั่งทุกวันนี้)จะได้มีโอกาสพบผู้ใหญ่ที่ทั้งน่าเคารพน่าศรัทธาและเข้าใจคนหนุ่มสาวเหล่านั้น แต่คุณพ่อบุญเลื่อนเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณลักษณะดังกล่าวอย่างครบถ้วน

ข้าพเจ้าได้ยินกิตติศัพท์ของคุณพ่อบุญเลื่อนมาตั้งแต่สมัยที่ข้าพเจ้าเป็นนักเรียนมัธยม เนื่องจากท่านเป็นผู้บุกเบิกเครดิตยูเนียนเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ แต่ได้พบท่านจริง ๆ ก็เมื่อปี ๒๕๑๙ เนื่องจากมีโอกาสได้ฟังคำบรรยายของท่านเกี่ยวกับประสบการณ์การต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของคริสตชนในเกาหลีและฟิลิปปินส์ โดยไม่คิดว่าเมืองไทยจะต้องประสบกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงเช่นเดียวกับสองประเทศนั้นในอีกไม่กี่เดือนต่อมา แต่หลังจากเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๑๙ ข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับท่านอย่างใกล้ชิด เมื่อท่านรับเป็นประธานกลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคม (กศส.)ในปี ๒๕๒๐ สืบต่อจากอาจารย์โกศล ศรีสังข์

กศส.ในเวลานั้นเป็นกลุ่มที่ทางการจับตามองด้วยความหวาดระแวง เนื่องจากเรารณรงค์เรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมผู้ต้องหาคดี ๖ ตุลา รวมทั้งคัดค้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นทั่วทุกหัวระแหง บางฝ่ายถึงกับมองว่าเราเป็นแนวร่วมของคอมมิวนิสต์ซึ่งตอนนั้นกำลังทำสงครามสู้รบกับรัฐบาล โดยมีนักศึกษาประชาชนจำนวนมากเข้าไปสมทบหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลา ผลที่ตามมาก็คือประธานและกรรมการกศส.หลายคนถูกกดดันทั้งจากฝ่ายทางการและผู้ที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์ จนในที่สุดอาจารย์โกศลต้องลาออกจากการเป็นประธานกศส.

การที่คุณพ่อบุญเลื่อนรับเป็นประธานกศส.คนที่สองเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความกล้าหาญมากเพราะผู้นำในศาสนจักรหลายคนไม่เข้าใจจุดยืนของกศส.ที่เชื่อว่าความยุติธรรมและการปกป้องสิทธิมนุษยชนด้วยสันติวิธีเป็นหนทางเดียวที่จะนำความสมานฉันท์กลับคืนสู่บ้านเมือง แต่คุณพ่อบุญเลื่อนก็ยืนหยัดมั่นคงในแนวทางของกศส. แม้จะถูกโจมตีอย่างมากมายเพียงใดก็ตาม

ที่น่าประทับใจไม่น้อยกว่ากันก็คือ แม้งานของกศส.จะทำให้ท่านเสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่ท่านให้อิสระอย่างเต็มที่แก่พวกเราซึ่งเป็นคนทำงาน นั่นเป็นเพราะท่านมีความไว้วางใจทั้งในความบริสุทธิ์ใจและวิจารณญาณของพวกเราซึ่งล้วนเป็นคนหนุ่มสาว ขณะเดียวกันก็มีความไว้เนื้อเชื่อใจกรรมการที่ร่วมทำงานกับพวกเรา ดังนั้นเมื่อคณะทำงานมีความเห็นอย่างไร ท่านมักจะให้ความเห็นชอบด้วย ในการประชุมทุกครั้งท่านเป็นฝ่ายฟังความเห็นของเจ้าหน้าที่และกรรมการเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ให้คำแนะนำที่ดี ๆ แก่พวกเราเสมอ และที่ขาดไม่ได้คือการให้กำลังใจแก่พวกเรา

ในยามที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน พวกเราซึ่งเป็นคนหนุ่มสาวรู้สึกผิดหวังกับผู้ใหญ่จำนวนมากที่คิดแต่จะเอาตัวรอดยิ่งกว่าจะนึกถึงประโยชน์สุขของบ้านเมือง ไม่กล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องโดยเฉพาะกรณีที่สวนทางหรือขัดแย้งกับผู้มีอำนาจในเวลานั้น ยิ่งพวกเรามาทำงานที่ล่อแหลม ผู้ใหญ่จำนวนมากยิ่งพยายามวางระยะห่างจากพวกเรา ด้วยความหวาดกลัวอันตรายที่จะมาถึงตัว แต่คุณพ่อบุญเลื่อนหาเป็นเช่นนั้นไม่ ท่านเปี่ยมด้วยความกล้าหาญแต่ยืนหยัดอย่างสุภาพเปี่ยมด้วยความเมตตา การได้พบและทำงานร่วมกับท่านจึงเป็นโชคของพวกเราอย่างยิ่ง ทำให้เราเกิดกำลังใจ กล้าที่จะทำงาน ขณะเดียวกันก็ได้ซึมซับความกล้าหาญอย่างสุภาพและอ่อนน้อมถ่อมตนจากท่านไปด้วยไม่น้อย

สำหรับข้าพเจ้า การได้มีท่านเป็นกัลยาณมิตรในช่วงสำคัญของชีวิต เป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ทำให้รู้ว่าผู้ใหญ่ที่น่านับถือนั้นเป็นอย่างไร นอกจากการเป็นแบบอย่างของผู้ใหญ่ที่น่านับถือแล้ว ท่านยังเป็นแบบอย่างของคริสตชนที่เปี่ยมด้วยความลุ่มลึกทางศาสนธรรมอันสามารถสัมผัสได้ จะว่าไปแล้วการที่ข้าพเจ้าได้รู้จักท่านทำให้เห็นว่า “ยี่ห้อ”ทางศาสนานั้นสำคัญน้อยกว่าคุณภาพภายใน ข้าพเจ้าพบว่า หากเข้าถึงแก่นแท้ของศาสนาของตนแล้ว ความแตกต่างทางศาสนาก็แทบจะไม่สำคัญเลย ที่พูดเช่นนี้เพราะข้าพเจ้ารู้สึกว่าใกล้ชิดทางจิตใจกับท่าน มากกว่าหลายคนที่ร่วมศาสนาเดียวกับข้าพเจ้าด้วยซ้ำ มิใช่เพราะข้าพเจ้าคุ้นเคยกับท่านเนื่องจากทำงานด้วยกันมาหลายปีเท่านั้น หากเป็นเพราะท่านกับข้าพเจ้ามองเห็นตรงกันว่าไม่ว่านับถือศาสนาใดเราทุกคนต่างเป็นเพื่อนมนุษย์ที่ควรแก่การเอื้ออาทรต่อกัน

แม้ข้าพเจ้ามีโอกาสทำงานร่วมกับคุณพ่อบุญเลื่อนเพียง ๕-๖ ปี (เพราะหลังจากนั้นข้าพเจ้าได้บวชเป็นภิกษุซึ่งทำให้พ้นสภาพจากการเป็นเจ้าหน้าที่กศส.) แต่ช่วงเวลาดังกล่าวก็นับว่ามีความสำคัญส่วนหนึ่งก็เพราะได้เรียนรู้คุณธรรมหลายประการจากท่าน โดยเฉพาะความกล้าหาญ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความใจกว้าง และความเมตตากรุณา การได้มีท่านเป็นกัลยาณมิตรจึงเป็นส่วนหนึ่งของความเจริญงอกงามทางจิตใจของข้าพเจ้า

หลังจากข้าพเจ้าได้บวชเป็นภิกษุแล้ว ได้มีโอกาสพบท่านเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่ก็ในการประชุมของกศส.(ซึ่งข้าพเจ้าได้รับนิมนต์เป็นกรรมการผู้หนึ่งด้วย) มีบ้างบางครั้งที่ได้ไปเยือนท่านถึงสังฆมณฑลอุบลราชธานี โดยท่านให้การต้อนรับอย่างดี แต่แม้จะไม่ได้พบท่านบ่อยนัก ก็สดับตรับฟังข่าวคราวจากท่านเนือง ๆ และทราบว่าท่านยังคงทำงานช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ทุกข์ยากอย่างแข็งขันเช่นเดิม แม้สังขารของท่านจะไม่ค่อยอำนวยเท่าใดนัก

การจากไปของท่านนับว่าเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของคริสตชนและของประเทศไทย แต่สำหรับคุณพ่อบุญเลื่อนแล้ว การละจากโลกนี้ไปมิใช่อะไรอื่นหากคือการได้ไปพบพระผู้เป็นเจ้า จึงหาใช่สิ่งที่ควรเสียใจแต่ประการใดไม่

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved