หน้ารวมบทความ
   บทความ > บุคคล > ชีวิตและงานของพระครูบรรพตสุวรรณกิจ
กลับหน้าแรก

ชีวิตและงานของพระครูบรรพตสุวรรณกิจ
พระไพศาล วิสาโล


แบ่งปันบน facebook Share

 

พระครูบรรพตสุวรรณกิจ หรือพระอาจารย์คำเขียน สุวณโณ ได้ชื่อว่าเป็นพระนักพัฒนารูปหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในหมู่องค์กรพัฒนาเอกชนโดยเฉพาะในภาคอีสาน แต่ท่านเองมีพื้นเพทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน และจนทุกวันนี้ก็ยังอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการสอนธรรมและวิปัสสนากรรมฐาน ขณะเดียวกันก็ยังใส่ใจในชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านตลอดจนธรรมชาติแวดล้อม ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเศรษฐกิจในปัจจุบัน

พระครูบรรพตสุวรรณกิจถือกำเนิดที่อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เมื่อพ.ศ.๒๔๗๙ ก่อนที่จะมาเติบใหญ่ที่อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ โดยเหตุที่บิดาได้จากไปแต่ท่านยังเยาว์วัย ท่านจึงต้องรับภาระในครอบครัวก่อนวัยอันควร เป็นเหตุให้บวชเณรได้ไม่นานก็ต้องลาสิกขามาช่วยแม่ทำนาและดูแลน้อง ๆ

เมื่อเข้าวัยฉกรรจ์ท่านหันมาเป็นหมอธรรม มีอาชีพทางสะเดาะเคราะห์กับรักษาโรคด้วยเวทมนต์คาถาและน้ำมนต์ จนเมื่อได้มาพบหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ และทดลองฝึกสติปัฏฐานตามแนวของท่าน ชั่วเวลาเพียงเดือนเดียว ก็เห็นผลของการปฏิบัติ เข้าใจแก่นแท้ของศาสนา จึงละทิ้งไสยศาสตร์ และตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ ๓๐ ปีในพ.ศ. ๒๕๐๙

หลังจากที่ท่านติดตามหลวงพ่อเทียนได้ ๓ ปี ท่านได้มีโอกาสจาริกไปยังภูโค้ง ซึ่งเป็นเทือกเขาไม่ไกลจากหมู่บ้านของท่าน และได้ธุดงค์แวะเวียนสำนักสงฆ์ที่ญาติผู้พี่ของท่านได้บุกเบิกเอาไว้ จนกระทั่งในพ.ศ.๒๕๑๙ จึงได้เริ่มจำพรรษาที่นั่น ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นวัดป่าสุคะโต

ในพ.ศ.๒๕๒๐ ท่านได้รับนิมนต์ไปจำพรรษา ณ วัดภูเขาทอง บ้านท่ามะไฟหวาน ที่นั้นเองท่านได้เห็นความทุกข์ยากของชาวบ้าน ที่ต้องไปทำไร่ตามชายป่าพร้อมกับพาลูกน้อยไปด้วย เป็นเหตุให้มีเด็ก ป่วยไข้เป็นจำนวนมาก ที่เป็นมาลาเรียก็มีไม่น้อย ด้วยจิตเมตตา ท่านจึงรับเด็กเล็กมาดูแลในวัดระหว่งที่พ่อแม่ออกไปทำไร่ ด้วยเหตุนี้ศูนย์เด็กเล็กแห่งแรกในจังหวัดชัยภูมิจึงเกิดขึ้นในวัดเล็ก ๆ บนหลังเขาอันแสนกันดารแห่งนี้

นอกงานสงเคราะห์เด็กแล้ว ท่านยังเป็นผู้นำในการพัฒนาหมู่บ้าน จากเดิมซึ่งมีสภาพไม่ต่างจากบ้านป่าเมืองเถื่อน เต็มไปด้วยนักพนันและผู้ร้ายหนีคดี ท่ามะไฟหวานก็กลายเป็นหมู่บ้านที่สงบสุข ผู้คนและถนนหนทางเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีวัดเป็นทั้งแกนกลางทางด้านจิตใจ และศูนย์กลางทางด้านสงเคราะห์ชุมชน

ตลอดเวลาที่ท่านทำกิจกรรมสงเคราะห์ชุมชนอยู่นั้น เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจับตามองท่านด้วยความระแวงสงสัย เนื่องจากภูโค้งในเวลานั้นจัดเป็นเขตแทรกซึมของคอมมิวนิสต์ มิหนำซ้ำยังมีคนหนุ่มสาวขึ้นมาหาท่านอยู่เนือง ๆ เพื่อสนับสนุนงานสงเคราะห์ชุมชนของท่าน และมีจำนวนไม่น้อยที่ขึ้นมาเรียนกรรมฐานจากท่าน แต่ท่าทีดังกล่าวของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมิได้ทำให้ท่านหวั่นไหวแม้แต่น้อย ด้วยความมั่นคงและเมตตาธรรมในจิตใจ ท่านสามารถเอาชนะความระแวงสงสัยของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นได้ในที่สุด

ท่านได้ย้ายกลับมายังวัดป่าสุคะโตในพ.ศ.๒๕๒๕ และหันมาจับงานด้านอบรมกรรมฐานพร้อม ๆ กับการอนุรักษ์ป่าร่วม ๕๐๐ ไร่ ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาป่าไม่กี่ผืนที่หลงเหลือบนภูโค้ง แต่ในเวลาเดียวกันท่านก็ตระหนักถึงปัญหานานาประการที่ชาวบ้านประสบเนื่องจากการเอาชีวิตไปผูกติดกับตลาดพืชผล ท่านจึงพยายามส่งเสริมการผลิตแบบพึ่งตนเองแทนที่จะปลูกเพื่อขายด้วยพืชเชิงเดี่ยว ทั้งนี้โดยใช้วัดเป็นที่สาธิต ภายหลังก็ได้หันมาเน้นเกษตรกรรมอินทรีย์

ในช่วง ๓ ปีหลัง ท่านเห็นถึงความเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วของภูโค้ง ไม่เพียแต่ป่าจะหดหายเท่านั้น แม้แต่ลำน้ำก็เป็นพิษมากขึ้น เพราะการใช้สารเคมีอย่างหนักในหลายหมู่บ้าน ท่านจึงริเริ่มโครงการธรรมยาตราเพื่อชีวิตและลุ่มน้ำลำปะทาวขึ้น โดยชักชวนพระสงฆ์ แม่ชี ชาวบ้าน และนักเรียนในพื้นที่มาร่วมกันเดินเท้าและพักแรมตามหมู่บ้านต่าง ๆ เป็นเวลา ๑ สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านตระหนักถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น และร่วมกันหาแนวทางการพิทักษ์ป่าและปกป้องลำน้ำ ปัจจุบันโครงการนี้ได้ดำเนินติดต่อมาเป็นปีที่ ๓ แล้ว โดยมีผู้สนใจจากจังหวัดและประเทศต่าง ๆ มาร่วมเดินด้วย

แม้ความคิดริเริ่มของพระครูบรรพตสุวรรณกิจไม่อาจประสบความสำเร็จไปเสียหมด แต่จุดเด่นของท่านคือการประสานกรรมฐานซึ่งเป็นเรื่องด้านใน เข้ากับการพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์ธรรมชาติซึ่งเป็นเรื่องด้านนอก ได้อย่างกลมกลืน จนกลายเป็นแบบอย่างให้แก่พระสงฆ์และฆราวาสที่มักสนใจแต่เพียงด้านเดียว ให้หันมาคำนึงอีกด้านหนึ่งบ้างไม่มากก็น้อย ท่านจึงเป็นพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งของกลุ่มเสขิยธรรม ที่ได้รับความเคารพนับถือ และเป็นที่ปรึกษาทั้งในเรื่องชีวิตและงานอยู่เนือง ๆ

ปัจจุบันท่านได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าคณะตำบลหนองขาม นอกเหนือจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง โดยมีสำนักสงฆ์อยู่ในความดูแลของท่าน ๒ แห่งบนเขาลูกเดียวกันคือ วัดป่าสุคะโตและวัดป่ามหาวัน


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved