หน้ารวมบทความ
   บทความ > บุคคล > รำลึกถึงซูซูกิ เรียววะ
กลับหน้าแรก

ภาพประกอบโดยความเอื้อเฟื้อจาก
คุณ Mr.Jonathan Watts และ คุณ Masayo Urasaki

รำลึกถึงซูซูกิ เรียววะ
พระไพศาล วิสาโล
๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

คุณซูซูกิ เรียววะ เป็นมิตรที่ดีที่สุดคนหนึ่งของคนไทย รวมไปถึงผู้คนอีกหลายประเทศ เช่น พม่า บังคลาเทศ โดยเฉพาะที่เป็นผู้ยากไร้ อาตมานับว่าเป็นผู้โชคดีคนหนึ่งที่ได้รู้จักคุณซูซูกิมานานเกือบยี่สิบปี ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา คุณซูซูกิเป็นผู้ “ให้” ฝ่ายเดียวก็ว่าได้ และเป็นฝ่าย “รับ” น้อยมาก ที่สำคัญก็คือ การให้ของคุณซูซูกินั้นเป็นไปโดยมิได้ถือตัวว่าอยู่สูงกว่าผู้รับ คุณซูซูกิปฏิบัติกับเขาเหล่านั้นเยี่ยงมิตร แม้ว่าเขาจะมีสถานะต่ำกว่าหรือวัยอ่อนกว่าก็ตาม

อาตมาพบกับคุณซูซูกิครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๓๑ ตอนนั้นคุณซูซูกิกับคณะไปเมืองไทยเพื่อร่วมประชุมเกี่ยวกับบทบาทของศาสนาในเอเชีย หลังจากนั้นเราก็พบปะกันแทบทุกครั้งที่มีการประชุมของ INEB แต่อาตมามีโอกาสคุ้นเคยกับคุณซูซูกิอย่างจริงจังก็ตอนที่มาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกกับพระประจักษ์เมื่อปี ๒๕๓๗ นาโกย่าเป็นเมืองแรกที่เราได้รับเชิญให้มาพูดคุยกับคนญี่ปุ่นเกี่ยวกับปัญหาการทำลายป่าในเมืองไทย ครั้งนั้นคุณซูซูกิเป็นหนึ่งในคณะเจ้าภาพที่ดูแลต้อนรับและเดินทางร่วมกับเราในอีกหลายเมือง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณซูซูกิเปิดวัดของท่านต้อนรับเราอย่างเต็มที่ นั่นเป็นครั้งแรกที่อาตมาได้เข้าพักในวัดญี่ปุ่น แม้จะเป็นวัดเล็ก ๆ แต่เราก็ประทับใจมากกับน้ำใจไมตรีที่ได้รับจากครอบครัวของคุณซูซูกิ ตอนนั้นอาตมาไม่รู้เลยว่าจะได้มีโอกาสมาพัดวัดนี้อีกหลายครั้ง และได้รับความเอื้อเฟื้อจากครอบครัวของคุณซูซูกิต่อมาอีกหลายปี

อาตมาประทับใจมากกับความเป็นกันเองของคุณซูซูกิ คุณซูซูกิเป็นคนไม่ถือตัวและไม่ติดพิธีรีตองเลยเมื่อคบกับคนไทย แม้เราจะทำอะไรไม่ถูกต้องตามประเพณีญี่ปุ่น คุณซูซูกิก็ไม่ถือสา แถมยังพร้อมจะช่วยเหลือทุกครั้งที่มีโอกาส อาตมาจำได้ว่าเมื่อปี ๒๕๓๙ ได้เดินทางกลับเมืองไทยโดยมาขึ้นเครื่องบินที่โอซากา (นาโกย่า?) ก่อนกลับคุณซูซูกิชวนให้มาพักที่วัดของท่าน ตอนนั้นข้าพเจ้ามีสัมภาระมากมาย โดยเฉพาะหนังสือซึ่งบรรจุในกระเป๋าใบใหญ่ คุณซูซูกิมารับอาตมาที่สถานีรถไฟ พอเห็นกระเป๋าใบใหญ่ ก็ตรงเข้ามาแบกสะพายอย่างไม่ลังเล แม้รูปร่างจะเล็กแต่คุณซูซูกิก็แบกและเดินเหินอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี วันรุ่งขึ้นก็ต้องสะพายกระเป๋าใบนั้นและใบอื่นของอาตมาขึ้นรถไฟเพื่อไปขึ้นรถโดยสารต่อไปสนามบินโอซาก้า นับว่าทุลักทุเลพอสมควร แต่คุณซูซูกิก็ยังอารมณ์ดีเช่นเคย อาตมาอายุน้อยกว่าคนซูซูกิมาก แต่คุณซูซูกิก็ช่วยเหลืออย่างไม่ติดยึดในอาวุโส

ทุกครั้งที่มาญี่ปุ่น หากต้องแวะเมืองนาโกย่า อาตมาเป็นต้องได้รับเชิญให้มาพักที่วัดของคุณซูซูกิ โดยได้รับการปฏิบัติเยี่ยงมิตรที่คุ้นเคย เกือบทุกครั้งก็จะมีแขกของอาตมา(โดยเฉพาะคนไทย)มาหาที่วัด คุณซูซูกิและครอบครัวก็ต้อนรับด้วยความยินดี ไม่เคยถือว่าเป็นการรบกวนแต่อย่างใด ที่จริงคุณซูซูกิยังทำอะไรมากกว่านั้นมากมายเพื่อช่วยเหลือคนไทย นอกจากการช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากในญี่ปุ่น รวมทั้งการเปิดวัดให้เป็นบ้านพักฟื้นของเพื่อนคนไทยที่เจ็บป่วย (สุภาพร พงศ์พฤกษ์) คุณซูซูกิ ยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือคนไทย คนพม่า คนบังคลาเทศ และอีกหลายชาติในเอเชีย เวลาไปเมืองไทย ก็มักหาโอกาสไปเยี่ยมคนพม่าและไทยใหญ่ตามชายแดน หรือไปพบปะคนไทยที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น ที่วัดพระบาทน้ำพุ เป็นต้น

อาตมาพบปะคุณซูซูกิครั้งสุดท้ายเมื่อปี ๒๕๔๕ ไม่คิดเลยว่าจะไม่มีโอกาสพบคุณซูซูกิอีก คุณซูซูกิจากไปก่อนวัยอันควร นับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญ ไม่จำเพาะกับครอบครัวของท่านเท่านั้น แต่ยังเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของคนไทยในญี่ปุ่น ตลอดจนมิตรสหายอีกมากมายในหลายประเทศ คุณซูซูกิเป็นผู้ที่มีความจริงใจและนิสัยโอบอ้อมอารีอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีอารมณ์ดีอยู่เสมอ ใครที่ได้อยู่ใกล้คุณซูซูกิ ย่อมรู้สึกถึงพลังแห่งความเมตตา และพลอยมีอารมณ์ดีไปด้วย คุณซูซูกิสามารถมองเรื่องร้าย ๆ ให้กลายเป็นเรื่องขัน เวลาเจอกับการกระทำที่ไม่น่ารักของใครบางคน ก็สามารถมองให้เป็นเรื่องตลกได้ และสามารถพูดถึงคนเหล่านั้นได้โดยไม่มีความเกลียดชัง คุณซูซูกิจึงนับว่าเป็นผู้ที่มีธรรมะสูงมากคนหนึ่ง แต่ถ้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าคุณซูซูกิ ท่านก็คงหัวเราะอย่างขวยเขินและออกตัว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณซูซูกิเป็นผู้ที่มีความเป็นพระอย่างมาก อาจจะมากกว่าพระอีกมากมายที่อ้างว่าถือศีลหรือวินัยมากกว่าท่าน

คุณซูซูกิเป็นผู้ที่ประกอบความดีไว้มากมาย อาตมาจึงมั่นใจว่าคุณซูซูกิได้ไปสู่สุคติ และกำลังเสวยวิปากสมบัติในสัมปรายภพ หรือสุขาวดีตามความเชื่อของท่าน แม้คุณซูซูกิจะจากไปแล้ว แต่ความดีของท่านยังสถิตอยู่ในใจของผู้คนอีกมากมาย และจะเป็นพลังบันดาลใจให้เราอยากทำความดีตามอย่างท่าน อาตมาเชื่อแน่ว่าความดีที่เราได้ทำร่วมกับท่านในยามที่มีชีวิตอยู่ จะเป็นปัจจัยให้เราได้มาร่วมภพร่วมชาติกับคุณซูซูกิอีกในอนาคต ถึงตอนนั้นก็หวังว่าอาตมาจะได้เป็นฝ่ายเอื้อเฟื้อเกื้อกูลท่านบ้าง และเราคงจะได้ยิ้มหัวให้กันอีก ตลอดจนเป็นกำลังใจให้กันจนกว่าเราจะเดินไปถึงจุดหมายปลายทางคือพระนิพพานในที่สุด

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved