หน้ารวมบทความ
   บทความ > บุคคล > น้อมใจใฝ่ธรรมเพื่อท่านสุพจน์
กลับหน้าแรก

น้อมใจใฝ่ธรรมเพื่อท่านสุพจน์
พระไพศาล วิสาโล


วันนี้พวกเราได้มาร่วมกันรำลึกถึงคุณงามความดีของพระสุพจน์ สุวโจ ผู้เป็นกัลยาณมิตรของเรา ขณะเดียวกันเราก็มาร่วมกันทำหน้าที่ในฐานะกัลยาณมิตรของท่าน ด้วยการการบำเพ็ญบุญกุศลอุทิศให้แก่ท่านซึ่งได้ล่วงลับไปอย่างกะทันหัน

แม้ว่าความตายจะเป็นสิ่งที่เราอาจเตรียมใจไว้แล้ว แต่อาตมาเชื่อว่าเราส่วนใหญ่คงทำใจได้ยากในกรณีของท่านสุพจน์ เมื่อได้ทราบถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ท่านมรณภาพ ยิ่งเมื่อระลึกถึงคุณงามความดีและอัธยาศัยโอบอ้อมอารีของท่าน ซึ่งไม่เพียงเป็นมิตรกับทุกคน แต่ยังเผื่อแผ่ไปถึงสรรพสัตว์ เมื่อท่านได้ล่วงลับไปในลักษณะเช่นนั้น ก็ย่อมทำให้เราหลายคนอดหวั่นไหวไม่ได้ เหตุการณ์นี้ได้สั่นคลอนความรู้สึกและความเชื่อของเราหลายคน มันได้สั่นคลอนศรัทธาในมนุษย์ รวมทั้งสั่นคลอนความเชื่อมั่นในผลแห่งความดีตามกฎแห่งกรรม หลายท่านอาจรู้สึกหวั่นไหวไม่มั่นใจในคำสอนของพระพุทธองค์ที่เน้นย้ำให้เรามีเมตตากรุณาต่อสรรพชีวิต

ในสถานการณ์เช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องระลึกถึงพระธรรมคำสอน เพราะในยามนี้ไม่มีอะไรจะเป็นที่พึ่งได้ดีกว่าพระธรรม โดยเฉพาะการน้อมนำเอาปัญญาและกรุณามาช่วยประคับประคองใจ

ปัญญาคือความเข้าใจในเรื่องชีวิต ปัญญาคือความเข้าใจในเรื่องเหตุปัจจัย เหตุการณ์ต่าง ๆ ในโลกนี้มีเหตุปัจจัยต่าง ๆ มากมายเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างสลับซับซ้อน จนบางครั้งเราไม่สามารถทำความเข้าใจได้หมด กรณีของท่านสุพจน์นั้นก็เช่นกัน มีเหตุปัจจัยมากมายหลายอย่างที่เราอาจจจะไม่สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งว่าทำไมท่านจึงต้องจากไปในในลักษณะนั้นในเมื่อท่านได้ทำความดีมาตลอด

แต่ความดีนั้นย่อมไม่มีวันสูญเปล่า นี้คือความจริงที่เราพึงตระหนัก ปัญญาช่วยให้เรามั่นใจในอานิสงส์แห่งความดี และหากเราเชื่อมั่นในอานิสงส์แห่งความดี เราก็ควรมั่นใจได้ว่าท่านสุพจน์จะได้ไปสู่สุคติ และถ้าเรามั่นใจในอานิสงส์แห่งธรรม ก็ควรจะมั่นใจได้ว่าธรรมะที่ท่านสุพจน์ได้ปฏิบัติจะสามารถช่วยท่านได้แม้กระทั่งในวาระสุดท้ายของชีวิต

เราทุกคนรู้สึกเจ็บปวดกับการที่ท่านได้จากไปในลักษณะนั้น อาตมาเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน เหตุการณ์ครั้งนี้คือความสูญเสียอันใหญ่หลวง แต่เมื่อนึกถึงประสบการณ์ของผู้ที่ได้รับความสูญเสียคล้ายๆ กับอย่างนี้ ก็ช่วยให้ความเจ็บปวดทุเลาลง เมื่อหลายปีก่อนได้เกิดเหตุการณ์อันน่าสยดสยอง จู่ๆ ก็มีคนโรคจิตเข้ามาจ้วงแทงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งด้วยมีดยาว ๗ นิ้ว อย่างไม่ยั้งมือ ทั้ง ๆ ที่มีผู้คนรายล้อมมากมาย แต่ก็ตกตลึงกับเหตุการณ์กันหมดรวมทั้งแม่ของเธอด้วย กว่าจะตั้งสติกันได้ก็ปรากฏว่าเด็กถูกแทงไปแล้วหลายแผล แม้มีคนพยายามดึงชายคนนั้นออกไป แต่เขาก็ยังจ้วงแทงเด็กต่อไปไม่หยุด กว่าจะดึงออกไปได้ เด็กสาวก็นอนจมกองเลือด แม่ได้เข้าไปประคองเด็กคนนั้นเอาไว้แต่ก็ไม่มีใครช่วยชีวิตเธอได้ ไม่นานเด็กก็สิ้นลมคาอ้อมแขนของแม่ หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป คนที่เป็นแม่ได้บันทึกเหตุการณ์ครั้งนั้นเอาไว้ ตอนหนึ่งเธอได้บรรยายถึงแววตาของลูกสาวก่อนที่จะสิ้นลมว่า

“ไม่มีความเจ็บปวดปรากฏในดวงตาของเธอ มีก็แต่ความประหลาดใจ แม้เมื่อสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไป ความรู้สึกนั้นยังคงปรากฏบนใบหน้าของเธอในขณะที่ดวงตาของเธอขุ่นมัวมากขึ้น”

ผู้เป็นแม่ยังได้บรรยายต่อไปว่า

“ ฉันเห็นเธออาเจียนเป็นเลือดออกมาแทบหมดร่าง ทรวงอกและใบหน้าของเธอเต็มด้วยริ้วรอยของบาดแผลทั้งเล็กและใหญ่ เธอต้องสะบัดศีรษะไปมาและพยายามต่อสู้เพื่อให้หลุดพ้นจากชายคนนี้ ..... ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าความรู้สึกนึกคิดอะไรผ่านเข้ามาในใจของเธอ เธอรู้สึกอย่างไรกันแน่

“ คุณรู้ไหมว่ามันดูเหมือนอะไร มันดูเหมือนเป็นความปล่อยวาง หลังจากเห็นมันจู่โจมเธอแบบนั้น ฉันรู้สึกสงบใจลงเพราะได้เห็นสายตาที่ปล่อยวาง เธอคงปล่อยวางจากความเจ็บปวดครั้งนี้ เพราะมันไม่ปรากฏบนใบหน้าของเธอ ฉันคิดว่าเธออาจช็อก ดูเหมือนเธอจะแปลกใจแต่ไม่ได้หวาดกลัวอย่างที่ฉันเองรู้สึก.....ครั้งหนึ่งเราเคยมีภาพเขียนของเธอ สายตาของเธอในภาพเป็นแบบเดียวกัน ดวงตานั้นเปิดกว้าง ทว่าไม่ใช่ความหวาดหวั่น ดูเหมือนจะไร้เดียงสา เป็นความปล่อยวางอย่างไร้เดียงสา ในท่ามกลางกองเลือดและสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การได้เห็นสายตาคู่นั้นช่วยให้คนเป็นแม่อย่างฉันเบาใจลงได้บ้าง”

เด็กน้อยจากไปโดยไร้ความรู้สึกเจ็บปวดปรากฏในดวงตา อาตมาได้ทราบมาว่ามีหลายเหตุการณ์ที่คล้ายกับกรณีนี้ แม้จะประสบกับเหตุการณ์ร้ายแรง แต่ผู้ประสบเหตุก็ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดอย่างน้อยก็ช่วงแรก ๆ กลับมีความรู้สึกสงบด้วยซ้ำ เมื่อได้อ่านบันทึกของคุณแม่ผู้นี้แล้ว อาตมาก็หวังและก็เชื่อว่าท่านสุพจน์ น่าจะได้ผ่านเหตุการณ์ในขณะสุดท้ายของชีวิตคล้าย ๆ กับเด็กหญิงคนนี้ โดยเฉพาะท่านสุพจน์เป็นผู้บำเพ็ญธรรมมานานกว่าสิบปี ก็เชื่อว่าท่านน่าจะประคองสติและความสงบใจเอาไว้ได้ในวาระสุดท้ายของชีวิต เมื่อคิดเช่นนี้ก็ทำให้รู้สึกเบาใจ

อย่างไรก็ตามกรณีท่านสุพจน์ก็ทำให้เราต้องใคร่ครวญอย่างจริงจังว่า หากเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นกับเรา เราจะทำอย่างไร โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันอะไร ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้นไม่เลือกว่าพระหรือโยม ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่เราจะต้องเตรียมใจให้พร้อมเสมอกับอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับเรา โดยเฉพาะการเจริญมรณสติอยู่เป็นประจำ

เหตุการณ์นี้ได้ย้ำเตือนเราว่าธรรมะเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องบำเพ็ญอยู่เนืองนิจ และที่ต้องบำเพ็ญอย่างมากในกรณีนี้ก็คือ เมตตากรุณา เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่เราจะมีเมตตาจิตต่อผู้ที่ทำร้ายท่านสุพจน์ แต่อาตมาคิดว่านี้คือสิ่งท้าทายความเป็นชาวพุทธของเรา มันได้ท้าทายเราว่าเราจะมีธรรมะเป็นที่พึ่งของจิตใจได้หรือไม่

ในยามนี้ขอให้เราระลึกถึงพุทธพจน์ที่ว่า แม้มีโจรผู้ต่ำช้ามาเลื่อยอวัยวะใหญ่น้อยของเธอ หากภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดมีใจคิดร้ายต่อโจรเหล่านั้น ก็ไม่ชื่อว่าเป็นผู้ทำตามคำสอนของเรา ภิกษุทั้งหลาย เธอพึงศึกษาอย่างนี้ว่า จิตของเราจักไม่แปรปรวน เราจักไม่เปล่งวาจาชั่วหยาบ เราจักมีเมตตา จิตไม่มีโทสะภายใน จักแผ่เมตตาให้แก่บุคคลเหล่านั้น

แม้ว่าผู้กระทำผิดสมควรได้รับโทษตามกฎหมายบ้านเมือง แต่ในแง่ของชาวพุทธ เราควรให้อภัยคนเหล่านั้น มีเมตตากรุณาต่อคนเหล่านั้น อย่างที่พระพุทธองค์และพระโพธิสัตว์ทั้งหลายได้บำเพ็ญเป็นแบบอย่างมาแล้ว คนเหล่านี้เขาทำความชั่วร้ายเพราะความหลง เขาทำเพราะถูกครอบงำด้วยความโลภและความโกรธ เขาทำเพราะความไม่รู้ในบาปบุญคุณโทษ เขาหารู้ไม่ว่าเขาได้ทำบาปมหันต์ซึ่งจะส่งผลให้เขาได้รับทุกขเวทนาทั้งในชาตินี้และชาติหน้า

ขอให้เราแผ่เมตตาให้แก่คนบาปนี้ด้วย ขอให้เขาได้มีดวงตาเห็นธรรม ได้เข้าใจและสำนึกผิดในที่สุด

ใจที่มีเมตตาและให้อภัยคือใจที่เป็นกุศล หากเราทำใจได้เช่นนี้ก็ขอให้เราแผ่บุญกุศลเหล่านี้ไปให้แก่ท่านสุพจน์ อาตมาเชื่อว่าหากท่านมีญาณวิถีหยั่งรู้ ท่านจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้เรามาบำเพ็ญกุศลให้ท่านสุพจน์ นอกจากการถวายทานแก่พระสงฆ์ตามประเพณีแล้ว ขอให้เราทำบุญด้วยการน้อมใจใฝ่ธรรมและเจริญเมตตา แผ่ให้ท่านสุพจน์ เพื่อท่านจักได้เข้าถึงสุคติในสัมปรายภพด้วยเทอญ

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved