หน้ารวมบทความ
   บทความ > สันติภาพ สันติวิธี > สมานใจด้วยความดี ปลูกไมตรีในผองชน
กลับหน้าแรก

สมานใจด้วยความดี ปลูกไมตรีในผองชน
พระไพศาล วิสาโล
งาน Ignite Thailand ครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๔

แบ่งปันบน facebook Share   


สมานใจด้วยความดี ปลูกไมตรีในผองชน

คนเราไม่ได้มีแต่กิเลสหรือความเห็นแก่ตัวเท่านั้น  หากเราทุกคนยังมีคุณธรรมความดี รวมทั้งเมตตา กรุณาในใจ

คุณธรรมความดีนี้เองที่ทำให้เรารู้สึกเห็นใจคนที่ตกทุกข์ได้ยาก  ทนอยู่นิ่งเฉยไม่ได้  แต่ยื่นมือไปช่วยเหลือเขา

อีกทั้งรู้สึกปลาบปลื้มตื้นตันใจเมื่อเห็นผู้อื่นช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

อย่าปล่อยให้ความดีงามนี้ซุกซ่อนในจิตใจของเรา  เปิดโอกาสให้ความดีงามนี้ออกมา เพื่อสร้างความงดงามให้แก่ชีวิต และเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตของเราให้เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกูลผู้อื่น

เราทุกคนสามารถดึงความดีงามออกมาจากใจได้ ด้วยการเปิดใจและก้าวเข้าหาผู้ที่ประสบความทุกข์ ช่วยเหลือเขา รับฟังความทุกข์ของเขา  ตลอดจนรับฟังเรื่องราวดีๆ ที่น่าประทับใจ   สิ่งเหล่านี้จะเป็นการบ่มเพาะ หล่อเลี้ยง เพิ่มพูนความดีงามในจิตใจของเรา และทำให้เรามีพลังที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า มีความหมาย

แต่การดึงความดีงามออกมาจากใจของเราอย่างเดียวคงไม่พอ เราควรพยายามดึงความดีงามออกมา จากใจของผู้อื่นด้วย ไม่ว่าผู้นั้นเป็นคนใกล้ตัว หรือคนที่อยู่ไกล  แม้กระทั่งคนที่เหินห่างหมางเมิน หรือมุ่งร้ายต่อเรา 

 คนทุกคนมีความดีงามอยู่ในจิตใจ แม้บางคนจะมีจิตใจแข็งกระด้าง แต่ก็มีความอ่อนโยนอยู่ภายใน เหมือนก้อนหินที่ยังมีพื้นที่ให้ต้นกล้าต้นน้อยๆ ได้เติบโต

เราสามารถเชิญชวนความดีงามออกมาจากใจของเขาได้  ด้วยการเปิดใจฟังความต้องการและ เรื่องราวความทุกข์ของเขา  สงบนิ่งเมื่อเขากราดเกรี้ยว ยิ้มให้เมื่อเห็นเขามีความสุข

หยิบยื่นน้ำใจไมตรีให้แม้เขาจะหันหลังให้  ยื่นมือช่วยเหลือเมื่อเห็นเขาเดือดร้อน ชื่นชมเมื่อเห็นเขาทำความดี และขอโทษเมื่อเราพลั้งเผลอหรือทำผิดพลาด

ยิ่งเราระดมความดีงามออกมาจากจิตใจของผู้คนได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งเกิดพลังในการขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวไปข้างหน้า นี่คือพลังอันยิ่งใหญ่ ที่สามารถนำพาสังคมสู่ความสงบสุขได้  

ขอเพียงแต่เราร่วมมือกัน ด้วยใจที่เปิดกว้าง มีขันติธรรม แม้เราจะมีความแตกต่างกันเพียงใดก็ตาม  ความแตกต่างนั้นหาได้เป็นอุปสรรคแห่งการร่วมมือกันไม่ หากว่าเรานำความดีมาประสานใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

เมื่อเราทำความดีมีน้ำใจไมตรีต่อกัน  เราก็จะเห็นความเป็นมนุษย์ของกันและกัน เห็นความเหมือนมากกว่าความต่าง จนสามารถก้าวข้ามความแตกต่างและความเกลียดชังกันได้

เมื่อเราร่วมกันทำความดี  ไม่เพียงก่อให้เกิดพลังสร้างสรรค์สังคมให้สงบสุขเท่านั้น แต่ยังสามารถนำความสุขมาสู่ชีวิตของเรา 

 ความสุขที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากใฝ่เสพ ใฝ่บริโภค แต่เกิดจากการที่เราทำความดีช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น  เราย่อมมีความสุขเมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุข รู้สึกภาคภูมิใจที่ชีวิตของเรามีคุณค่าขึ้นมา

ความสุขไม่จำเป็นต้องเกิดจากการหลบลี้หนีหน้าผู้คน หรือปลีกตัวอยู่แต่ผู้เดียวตามลำพัง ความสุขเกิดขึ้นได้จากการที่เราเข้าไปหาผู้คน และช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความทุกข์

นี้เป็นความสุขที่ทำให้จิตใจของเราโปร่งโล่ง เบาสบาย เพราะได้ลดความเห็นแก่ตัว เพราะได้ปล่อยวางตัวตน

ท่านอาจารย์พุทธทาสกล่าวว่า “สุขแท้มีอยู่แต่ในงาน” แน่นอนต้องเป็นงานที่สร้างสรรค์ เกื้อกูลผู้อื่น  ความดีงามสร้างสรรค์นี่แหละที่ทำให้เราได้สัมผัสถึงความสุข เป็นความสุขที่อยู่ท่ามกลางผู้คน

หากเราทำงานอย่างมีสติและปัญญา ย่อมพบว่าท่ามกลางความยุ่งเหยิงสับสนคือความโปร่งโล่ง ใจกลางแห่งความวุ่นคือความว่าง เป็นความว่างที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าและความหมาย

 

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved