หน้ารวมบทความ
   บทความ > สันติภาพ สันติวิธี > คำกล่าวรับรางวัลคนค้นคนอวอร์ดประจำปี ๒๕๕๓
กลับหน้าแรก

คำกล่าวรับรางวัลคนค้นคนอวอร์ดประจำปี ๒๕๕๓
รางวัลเกียรติยศ
พระไพศาล วิสาโล

 

แบ่งปันบน facebook Share   

รางวัลที่มอบให้อาตมาในวันนี้ มีค่าเกินกว่าที่อาตมาจะรับไว้เป็นรางวัลหรือเกียรติยศส่วนตัวได้ อาตมาขอน้อมรับรางวัลนี้ในฐานะที่เป็นสิ่งเชิดชูความดี เชิดชูธรรมะ สันติธรรม ความรักและการให้อภัย การเชิดชูความดี เป็นสิ่งที่สำคัญในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนเย้ยหยันความรัก เชิดชูความเกลียดชัง มองว่าการให้อภัยหมายถึงความอ่อนแอ หรือมีความเชื่อว่า กล้าทำชั่ว กลัวทำดี ในยามที่ผู้คนมีความเชื่อแพร่หลายเช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่สังคมจะปลุกพลังแห่งความดี ด้วยการเชิดชูธรรมะเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คน และเพื่อทำให้ตระหนักว่า ไม่มีวิธีใดที่จะเอาชนะความชั่วได้ นอกจากความดี ไม่มีอะไรที่จะชนะความโกรธเกลียดได้ นอกจากความเมตตาและการให้อภัย

สังคมไทยทุกวันนี้เต็มไปด้วยความทุกข์มาก ผู้คนมีความเดือดร้อน มีการกดขี่บีฑากัน มีความรุ่มร้อนภายใน อันเกิดจากความโกรธเกลียด จนกระทั่งก่อรูปเป็นโครงสร้างที่มีความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมอย่างกว้างขวาง ในสภาพเช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้คนจะได้รวมพลังแห่งความดี เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดีงาม ซึ่งจะทำเช่นนี้ได้ เราไม่สามารถเรียกร้องจากใคร นอกจากปลุกพลังแห่งความดีขึ้นมาในใจของตัวเอง สามารถที่จะดับไฟแห่งความโกรธเกลียดภายในใจได้ในเบื้องต้น แต่ก็ไม่ควรจะพอใจเพียงเท่านั้น ควรจะนำความสงบเย็นของเราแผ่ออกไปเพื่อช่วยสร้างความสงบเย็นในสังคมด้วย แม้ว่าจะถูกกระทบกระแทกเพียงใดก็ตาม

จะว่าไปแล้ว เหตุการณ์นองเลือดเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้สร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้คน และทำให้คนจำนวนไม่น้อยมองว่า นี่เป็นความล้มเหลวของความรัก ของเมตตา ของสันติวิธี แต่ที่จริงแล้ว มันเป็นสิ่งที่บอกว่า เรายังปลุกพลังแห่งความรัก แห่งความดี แห่งสันติวิธีไม่เพียงพอ มันไม่ใช่ความล้มเหลวของธรรมะ แต่มันเป็นความล้มเหลวของเราเอง ที่ยังไม่สามารถที่จะดึงธรรมะจากใจของเรา ให้มาช่วยระงับความรุ่มร้อนได้ แต่ก็หวังว่าเหตุการณ์นั้นจะไม่ทำให้เราท้อแท้ท้อถอย แต่เห็นความจำเป็นในการที่จะสร้างความดีงามเริ่มต้นจากใจของตัวเอง โดยไม่กลัวอุปสรรคใด ๆ

เมื่อช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคม อาตมากับเพื่อนๆ ได้ทำเครือข่ายสันติวิธี เพื่อเรียกร้องให้ผู้คนใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา ก็ถูกคนที่ไม่เข้าใจจากสองฝ่ายโจมตีกล่าวร้าย พวกเราก็มีคติว่า “ทนคำด่าว่า อย่ากลัวเปลืองตัว” สำหรับชาวพุทธแล้วหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือการละวางตัวตน เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรที่จะกลัวเปลืองตัว ถ้าตัวตนจะสึกหรอ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีมิใช่หรือ

อาตมาคิดว่าสำหรับผู้ที่ต้องการจะสร้างความดีเพื่อก่อให้เกิดความสงบสุขในสังคม เราต้องไม่กลัวเปลืองตัว และเราควรจะยินดีถ้าหากตัวตนจะสึกหรอ เพราะว่านั่นยิ่งทำให้จิตใจโปร่งเบาสบายมากขึ้น แน่ละว่าการทำงานเพื่อสังคมคงจะไม่ใช่มีแต่คำด่าว่า แต่คงจะต้องเจอปัญหาต่างๆ อีกมากมาย อาจจะสูญเสียอิสรภาพ หรือสูญเสียอย่างอื่นที่มีค่า แต่ถ้าเราตระหนักถึงความไม่เที่ยงของชีวิตและเชื่อในความดีงาม ว่าจะมั่นคงยั่งยืนแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่เราจะต้องหวาดกลัว เราจะมีความมั่นคงในการทำความดี และหากเราจะต้องละจากโลกนี้ไป ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องเสียดาย เพราะเราเกิดมาอย่างไร เราก็ไปอย่างนั้น

ขอขอบคุณคนค้นคน ที่มอบรางวัลนี้ให้เพื่อเป็นเครื่องเชิดชูธรรมและหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ทุกท่านในการทำความดี และดึงความดีออกมาจากใจของตน เพื่อสร้างความดีงามร่วมกันในสังคม ขอเจริญพร

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved