หน้ารวมบทความ
   บทความ > สารโกมล > รู้ทันความคิด
กลับหน้าแรก

สารโกมล ฉบับที่ ๓ มีค-กค.๕๘
รู้ทันความคิด

พระไพศาล วิสาโล

อันตรายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา มักจะมาจากสิ่งภายนอก เช่น จากศัตรู สัตว์ร้าย ภัยธรรมชาติ น้ำเชี่ยว เขาสูง เหวลึก รวมถึงพิษจากผลไม้หรืออาหาร มนุษย์เราอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ผ่านมาหลายล้านปี สืบทอดเผ่าพันธุ์กันมา นับแสนนับล้านชั่วอายุคน เพราะเรารู้จักหลบหลีกอันตรายที่มาจากภายนอก ทั้งภัยจากสัตว์และธรรมชาติ สะสมจนกลายเป็นสัญชาตญาณของคนเรา ว่าจะอยู่รอดได้ก็ต้องหมั่นรู้เท่าทันอันตรายจากภายนอก

แต่สมัยนี้วิถีชีวิตของคนเราไม่ได้มีอันตรายจากภายนอกมากเท่าแต่ก่อน ทุกข์ภัยที่เกิดขึ้นกับผู้คนส่วนใหญ่เป็นทุกข์ทางใจ ไม่ใช่ทุกข์ทางกาย อันตรายที่จะมาบีบคั้นร่างกายของเราให้เดือดร้อนทุกข์ทรมานนั้นน้อยลงไปทุกที สัตว์ร้ายก็ดี ภัยธรรมชาติก็ดี เดี๋ยวนี้มีน้อยมาก จะมีก็แต่ภัยจากเทคโนโลยี รถยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ต่างๆ แต่ถึงอย่างไรก็นับว่าเรามีความปลอดภัยมากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านั้นเราสามารถควบคุมจัดการได้มากกว่าสิงสาราสัตว์ที่เป็นอันตราย ความหิว ความเจ็บป่วยก็ลดน้อยลงมาก แม้จะไม่หมดไปก็ตาม

ความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับเราทุกวันนี้ถ้ามีร้อยส่วน ก็เป็นความทุกข์กายประมาณ ๓๐ ส่วน อีก ๗๐ ส่วนที่เหลือเป็นความทุกข์ใจ ความทุกข์เพราะพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ประสบกับสิ่งที่ไม่รัก หรือปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้น เหล่านี้ล้วนแต่เป็นทำให้ทุกข์ใจ อยากเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งแต่ไม่ได้ อยากได้ของชิ้นนั้นชิ้นนี้แต่ไม่ได้ พลัดพรากจากของรัก  เช่น เงินหาย ของเสีย แฟนทิ้ง ประสบกับสิ่งที่ไม่รัก อันนี้ไม่ต้องถึงขั้นมีคนมาทำร้าย แค่มีคนมาต่อว่าด่าทอ ติฉินนินทา ตัดพ้อต่อว่า ทำอะไรข้ามหน้าข้ามตา ไม่ให้ความเป็นธรรม พวกนี้ทำให้ทุกข์ใจทั้งนั้น ไม่ใช่ทุกข์กาย แต่แน่นอนถ้าวางใจไม่เป็น จัดการกับความทุกข์ใจไม่ได้ ก็ทำให้เกิดความทุกข์กายตามมา เช่น เจ็บป่วย ป่วยเพราะสร้อยหาย ป่วยเพราะถูกเพื่อนโกงเงิน

ทุกข์ใจถ้าสะสมมากๆ ก็ทำร้ายเราได้ ทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ หรืออาจถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่เป็นผู้เป็นคนอีกต่อไป ความทุกข์ใจเกิดจากอะไร เกิดจากอารมณ์ที่สะสมหมักหมม เผาลน หรือบีบคั้นทิ่มแทงใจ อารมณ์เหล่านี้มาจากไหน มาจากความคิด มีความคาดหวังแล้วไม่ได้อย่างที่คาดหวังก็ทุกข์ ความคาดหวังเป็นความคิดอย่างหนึ่งที่เจือด้วยความอยาก เมื่อเรามีความคิดว่าสิ่งนี้ควรสิ่งนี้ไม่ควร แล้วไปเจอสิ่งที่ไม่ควรเข้าก็ทุกข์ใจขึ้นมา เช่น คิดว่าเราควรจะได้รับเงินเดือนมากกว่านี้ ที่ได้รับอยู่มันน้อยไป หรือเจอรถติดทั้งที่เป็นเช้าวันอาทิตย์ เราคิดว่ามันไม่ควรจะติดเลย พอคิดว่าไม่ควรเท่านั้นแหละใจก็ทุกข์เลย

คนเราทุกข์เพราะความคิด ความคาดหวัง   เรียกรวมๆ ว่าเป็นความปรุงแต่งทางใจ ทีแรกก็ปรุงแต่งทางความคิด จากนั้นก็ปรุงแต่งต่อเป็นอารมณ์ เมื่อประสบพบเจอเรื่องที่ไม่เป็นอย่างที่คิด ไม่เป็นไปอย่างที่คาด ก็เกิดความเสียใจ โกรธ น้อยเนื้อต่ำใจ  เกิดความทุกข์ขึ้นมาทันที เป็นความทุกข์ใจที่สามารถทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ ทั้งๆ ที่มีอาหารกินครบสามมื้อ มีบ้านที่อยู่สบาย แต่ไม่สามารถจะกินอิ่มนอนอุ่นได้ ไม่ใช่เพราะขาดแคลน ไม่ใช่เพราะหนาว แต่เพราะว่าทุกข์ที่ใจ ทุกข์เพราะการปรุงแต่งทางใจ

แต่ถ้าเรารู้ทันความคิดและอารมณ์ปรุงแต่ง มันก็จะไม่เป็นปัญหา ปัญหาคือเราไม่รู้ทัน เราปล่อยให้มันเล่นงานจิตใจ เพราะมัวแต่ไปรับรู้หรือจดจ่อสิ่งนอกตัว พอมีความทุกข์ใจก็ไปโทษสิ่งภายนอก โทษไฟสัญญาณจราจรว่าแดงนานเกินไป ทำไมไม่เขียวสักที โทษรถติดว่าทำให้เราทุกข์ใจ แต่ลองพิจารณาดูนะว่า ไม่ว่าไฟแดงจะนานสักแค่ไหน แต่หากเราไม่มีความคิดว่ามันควรจะเขียวได้แล้ว การติดไฟแดงก็ไม่ได้ทำให้เราทุกข์ใจ หรือถึงรถจะติดมาก แต่เราไม่รีบร้อน การถึงที่หมายช้าก็ไม่ทำให้เราทุกข์ใจ แต่คนเรามักมองไม่เห็นความคิดความอยาก ความคาดหวังที่เกิดขึ้นในใจ แต่กลับไปเพ่งโทษสิ่งภายนอก ที่เป็นเช่นนี้เพราะเรามัวแต่ส่งจิตออกนอก ไม่ได้กลับมาดูใจ รู้ทันความคิดอารมณ์ที่เกิดขึ้น

การที่เราจะดูใจรู้ทันความคิดไม่ใช่เรื่องยาก ใจของเรามีสติที่จะทำหน้าที่นี้อยู่แล้วเหมือนตาใน แต่เรากลับให้ความสนใจกับสิ่งภายนอกมากกว่า อาจเป็นเพราะว่าเรามีอายตนะรับรู้สิ่งภายนอกถึง ๕ อย่าง มันเลยแส่ส่ายออกไปเพ่งสิ่งที่อยู่นอกตัว  อันนั้นอาจจะจำเป็นสำหรับมนุษย์ที่ต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติ กับสัตว์ร้ายสมัยที่ยังอยู่ป่า แต่สมัยนี้เรามาอยู่เมือง ภัยจากสิ่งภายนอกน้อยลง ภัยจากภายในมีมากขึ้น แต่เรายังไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการ ยังมัวเพ่งมองอันตรายจากภายนอก มองไม่เห็นอันตรายจากภายใน จากความคิดปรุงแต่ง

เพียงแค่ความรู้สึกที่ว่า “ฉันเป็น nobody ฉันเป็นคนที่ไม่มีความหมาย” มันก็สามารถทำร้ายเราได้อย่างน่ากลัว  คนจำนวนมากฆ่าตัวตายเพราะรู้สึกว่า “ฉันเป็นnobody ฉันไม่มีตัวตนในสายตาใคร” นี่เป็นความคิดทั้งนั้น แต่ความคิดแบบนี้สร้างความทุกข์ใจจนถึงขั้นฆ่าตัวตายได้ คนที่จะฆ่าตัวตายได้นั้นเป็นเพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า โดดเดี่ยว ไม่มีใครให้พึ่งพาอาศัย ไม่มีใครช่วยได้ หรือบางคนไม่ได้ฆ่าตัวเอง แต่กลับไปฆ่าคนอื่นโดยเฉพาะคนดัง เช่น มาร์ค แชปแมน ที่ยิงจอห์น เลนนอนจนตาย  เขาให้สัมภาษณ์ว่า เขาฆ่าจอห์น เลนนอน เพราะต้องการเป็น “somebody”   ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขารู้สึกไม่มีค่าในสายตาใครเลย  ทำอะไรก็ล้มเหลว ไม่ว่าเรื่องการเรียน การทำงาน หรือความรัก  เขาพยายามทำหลายอย่างให้คนสนใจ แต่ก็ไม่มีใครสนใจ ก็เลยตัดสินใจฆ่าจอห์น เลนนอนเพื่อให้โลกสนใจเขา เพราะต้องการมีตัวตนในสายตาคนอื่น

ความรู้สึกว่าตัวเองเป็น nobody เป็นเรื่องของความคิดล้วนๆ เลย ทำไมถึงเป็นปัญหาขนาดนี้ได้ เพราะไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้ใจตัวเอง แต่มันจะไม่เป็นปัญหารบกวนใจเลย ถ้าเราหันมาดูใจตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved