หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสาร Kids & Family > ฟังเสียงต้นไม้พูด
กลับหน้าแรก
 

นิตยสาร : Kids & Family
Vol. : สิงหาคม ๒๕๔๘

คอลัมน์ Last Page : ฟังเสียงต้นไม้พูด
By : รินใจ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

อรศรีไปเยี่ยมเพื่อนซึ่งมีบ้านอยู่ชานเมือง เธอเห็นต้นไม้ใหญ่สูงเด่นต้นหนึ่งอยู่กลางสวน ก็ชอบใจ แต่เจ้าของบ้านบอกว่ากำลังจะโค่นต้นไม้ต้นนี้ในเร็ว ๆ นี้ เธอแปลกใจจึงถามเหตุผล ก็ได้คำตอบว่า “ตอนซื้อมาคนขายเขาบอกว่ามันจะมีดอก เราก็รอ เฝ้ารอ รดน้ำ ทำอะไรก็แล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีดอกสักที มีแต่ใบ เจ็บใจนัก เลยจะตัดทิ้งเสียเลย”

อรศรีฟังแล้วก็อึ้ง เพราะแม้ต้นไม้ต้นนี้จะไม่มีดอก แต่ก็ให้ร่มเงาแผ่กว้าง และเป็นที่อาศัยของสัตว์สารพัดชนิด ทั้งนก กระรอก และมด ฯลฯ ถ้าโค่นลงมาแล้ว สัตว์พวกนี้จะอยู่กันอย่างไร

แต่เจ้าของบ้านนั้นถือว่าตนเองเป็นเจ้าของต้นไม้ต้นนี้ เพราะจ่ายเงินซื้อมา จึงมีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว ส่วนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่เป็นเพื่อนร่วมสวนจะเดือดร้อนอย่างไร เธอไม่สนใจเอาเลย เพราะนึกถึงแต่ประโยชน์ของตนอย่างเดียว ยิ่งสุขทุกข์ของต้นไม้ต้นนี้ด้วยแล้ว ไม่อยู่ในห้วงคำนึงของเธอแม้แต่น้อย

อันที่จริงแม้จะไม่นึกถึงใครเลย แค่นึกถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับตัวเองอย่างเดียว ก็มีเหตุผลมากมายที่ไม่สมควรตัดต้นไม้ต้นนี้ เพราะร่มเงาของเขาช่วยทำให้บ้านร่มเย็นและบรรยากาศในสวนร่มรื่น เสียงร้องของนกนานาชนิดที่มาเกาะต้นไม้ก็ไพเราะเสนาะโสต ตื่นเช้าขึ้นมามีอะไรที่จะจรรโลงใจให้ชื่นบานเท่ากับชีวิตชีวาจากธรรมชาติ

มองแค่ประโยชน์ส่วนตัว ต้นไม้ก็มีคุณค่ามากมาย แต่ทุกวันนี้แม้แต่ประโยชน์ส่วนตัว เราก็มองอย่างคับแคบ ต้นไม้จึงมีความหมายเพียงแค่สิ่งที่ให้ดอก ผล หรือเนื้อไม้เท่านั้น แต่ถ้าเรามองประโยชน์ส่วนตัวให้กว้างกว่านี้ เราย่อมอดไม่ได้ที่จะทนุถนอมต้นไม้และธรรมชาติทั้งปวง เพราะสิ่งที่เราจะได้จากเขานั้นมีมากมายหลายมิติ

สุพิศไปเป็นอาสาสมัครช่วยปลูกป่าที่วัดแห่งหนึ่ง วันรุ่งขึ้นก่อนจะกลับเธอปลีกตัวไปนั่งอยู่ราวป่า เพ่งพินิจต้นไม้ด้วยใจสงบ แล้วเธอก็ได้ยินต้นไม้บอกเธอว่า “อย่าท้อแท้ ฉันอยู่นี่ เมื่อใดที่เธอรู้สึกอ่อนแอ ขอให้ระลึกว่าฉันยังเป็นเพื่อนเธออยู่ที่นี่ ขอให้เข้มแข็ง อย่าสิ้นหวัง” สุพิศรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที ความทดท้อที่เธอแบกมาจากกรุงเทพ ฯ มลายหายไป อีกครั้งหนึ่งที่เธอยิ้มได้ด้วยใจสดใส

น่าแปลกที่ความรู้สึกดังกล่าวคล้ายกับประสบการณ์ของหญิงผู้หนึ่งซึ่งถูกทรมานอยู่ในค่ายนรกของนาซีในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เธอเล่าว่าสิ่งเดียวที่ให้ความหวังและกำลังใจแก่เธอก็คือ ต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้หน้าต่างคุก เธอชอบคุยกับต้นไม้ต้นนั้น และต้นไม้ก็บอกเธอว่า “ฉันอยู่นี่ ฉันอยู่นี่ ฉันคือชีวิตนิรันดร์”

ต้นไม้นั้นสามารถให้พลังบันดาลใจแก่เราโดยเฉพาะในยามทุกข์ เมื่อผู้นำนักศึกษากรณี ๖ ตุลาถูกจับเข้าคุกด้วยข้อหาที่ร้ายแรง นอกเหนือจากการเตรียมสู้คดีแล้ว สิ่งหนึ่งที่พวกเขาทำก็คือปลูกต้นไม้ ต้นกล้าที่แทงยอดและผลิใบอ่อน แม้ดูบอบบาง แต่ให้กำลังใจพวกเขาได้เป็นอย่างดี ต้นไม้ยิ่งเติบโต จิตใจของเขาก็ยิ่งเข้มแข็งตามไปด้วย

อันที่จริงแล้ว นอกเหนือจากกำลังใจแล้ว ต้นไม้ตลอดจนธรรมชาติทั้งปวงยังสามารถให้อะไรแก่จิตใจของเราได้มากมาย ขอเพียงแต่เราเปิดใจรับฟังกระแสเสียงจากเขาเท่านั้น ท่านอาจารย์พุทธทาสมักแนะนำให้ผู้ไปเยือนสวนโมกข์ หัดฟังเสียงต้นไม้พูดและฟังก้อนหินสอนธรรมบ้าง เมื่อมีคนสงสัยว่าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตรู้ธรรมได้อย่างไรในเมื่อไม่ได้เรียนหนังสือ หลวงปู่มั่นตอบว่า “ธรรมะมีอยู่ทุกหย่อมหญ้าสำหรับผู้มีปัญญา”

ปัญญาในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวุฒิการศึกษาหรือปริญญา แต่หมายถึงการรู้จักพินิจพิจารณา เมื่อมองให้เป็น นกกระเต็นกลางสระก็สอนเราให้รู้จักคอยและใฝ่สันโดษได้ เพราะเขาสามารถเกาะนิ่งบนก้านบัวได้เป็นชั่วโมงกลางแดดกล้า โดยไม่อนาทรร้อนใจแต่อย่างใด และไม่ว่าจะได้ปลาตัวเล็กหรือใหญ่ เขาก็พอใจทั้งนั้น เมื่อถึงเวลาเขาก็บินอพยพไปที่อื่น โดยไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรนอกจากปีกสองข้างเท่านั้น

แม้แต่ใบไม้ร่วงเพียงใบเดียว หากพินิจด้วยใจสงบ ก็สามารถเข้าถึงสัจธรรม จนปล่อยวางความทุกข์ได้ ปัญหาก็คือทุกวันนี้เราวุ่นกับสารพัดเรื่อง จนไม่มีเวลาอยู่กับตัวเองเงียบ ๆ เราคิดไม่หยุด จนจิตไม่ว่างพอที่จะได้ยินกระแสเสียงจากธรรมชาติ

แต่ไม่ต้องรอให้ชีวิตหายวุ่นหรือจิตว่างเต็มที่ เพียงแค่มีเวลาให้ตนเองได้อยู่กับธรรมชาติอย่างเงียบ ๆ และผ่อนคลาย แล้วเราจะพบว่าแม้ต้นไม้ที่ไร้ดอกก็สามารถมอบสิ่งดี ๆ ให้แก่จิตใจของเราได้มากมาย

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved