หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสาร Kids & Family > พระพุทธรูปในเนินหิน
กลับหน้าแรก
 

นิตยสาร : Kids & Family
Vol. : กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

คอลัมน์ Last Page : พระพุทธรูปในเนินหิน
By : รินใจ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ไทยมีสุโขทัย ส่วนศรีลังกามีโปลนนารุวะ ทั้งสองเมืองเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ และยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่คล้ายกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วสุโขทัยเป็นฝ่ายเลียนแบบมา ไม่ว่าจะเป็นตัววิหาร (เช่น วิหารวัดศรีชุมซึ่งคล้ายกับลังกาดิลกของลังกา) ลายปูนปั้น ไปจนถึงเวจกุฎี (ส้วมพระ) แม้แต่แบบแผนการปฏิบัติของพระสงฆ์ ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เพราะนิกายของสุโขทัยนั้นเป็นแบบลังกาวงศ์

แต่มีอย่างหนึ่งซึ่งพบได้ที่โปลนนารุวะเท่านั้น เพราะสุดวิสัยที่สุโขทัยจะเลียนแบบได้ นั่นคือ “คัลวิหาร” หรือ วิหารหิน ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่พระพุทธรูปขนาดใหญ่จำนวน ๔ องค์ ทั้งหมดประดิษฐานอยู่เรียงกันเนื่องจากสลักจากแนวหินแกรนิตแนวเดียวกัน กล่าวกันว่านี้คือสุดยอดของประติมากรรมแบบโปลนนารุวะ กล่าวให้ถูกต้องกว่านั้นก็คือสุดยอดของประติมากรรมแบบลังกา

เมื่อได้มาพบเห็นครั้งแรก หลายคนเหมือนกับถูกตรึงใจให้แน่นิ่งเพราะความสงบรำงับที่แผ่มาจากพระพุทธรูปโดยเฉพาะที่พระพักตร์ พระพุทธรูปที่ประทับใจผู้คนเป็นอันมากเห็นจะได้แก่พระพุทธรูปปางรำพึง ซึ่งสูง ๗ เมตร พระหัตถ์ทั้งสองนั้นยกขึ้นประสานที่พระอุระ และมีรอยยิ้มน้อย ๆ บนพระพักตร์ที่เอิบอิ่ม

โทมัส เมอตั้นซึ่งเป็นนักบวชในศาสนาคริสต์ ยกย่องรอยยิ้มนี้ว่าเป็นเลิศกว่ารอยยิ้มของโมนาลิซ่า เพราะเป็นรอยยิ้มที่เรียบง่าย ซื่อตรง ไร้ปริศนา เขายังกล่าวถึงรอยยิ้มของพระพุทธรูปทั้งสี่ว่า เป็นรอยยิ้มอันยิ่งใหญ่ แม้มหึมาแต่ประณีตลึกซึ้ง เป็นรอยยิ้มแห่งความหมดสงสัย แจ่มแจ้งในทุกสิ่ง และไม่ผลักไสสิ่งใด เปี่ยมไปด้วยความสงบสันติอย่างแท้จริง นี้คือ “เอเชียที่สัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์...แจ่มกระจ่าง พิสุทธิ์ และสมบูรณ์”

น่าทึ่งที่หินแกรนิตซึ่งทั้งแข็ง หยาบ และกระด้าง สามารถก่อเกิดประติมากรรมอันงดงาม อ่อนช้อย และบันดาลความรู้สึกอันลึกซึงออกมาได้ แน่นอนว่านฤมิตกรรมนี้ไม่อาจสำเร็จได้หากปราศจากช่างแกะสลักผู้มีสายตาอันประณีต หลายคนคงอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเหล่านั้นสร้างสรรค์ประติมากรรมอันวิเศษได้อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ว่าช่างนิรนามเหล่านั้นมิได้ร่างพระพุทธรูปไว้ในใจก่อนแล้วจึงไปหาเนินหินที่มีขนาดตามต้องการ แท้ที่จริงเพียงแต่มองเนินหินเขาก็เห็นพระพุทธรูปปรากฏอยู่ในนั้นแล้ว

เคยมีคนถามไมเคิล แอนเจโล ศิลปินก้องโลกยุคเรอเนส์ซองว่า เขาสลักประติมากรรมอันงดงาม เช่น “ดาวิด” และ “เปียตา” ได้อย่างไร ศิลปินตอบว่าเขาเพียงแต่จินตนาการเห็นประติมากรรมเหล่านั้นปรากฏอยู่ในแท่งหิน สิ่งที่เขาทำก็คือสลักเอาส่วนเกินออกมาเพื่อเปิดเผยสิ่งที่มีอยู่แล้วข้างใน

ทีแรกพระพุทธรูปในคัลวิหารเหมือนจะบอกเราว่า จิตใจที่แข็งและหนาทึบด้วยกิเลสสามารถขัดเกลาให้เป็นจิตใจที่อ่อนโยน งดงาม และแจ่มกระจ่าง ไม่ต่างจากหินที่หยาบกระด้างสามารถสลักเสลาให้เป็นพระพุทธรูปอันงดงามและบันดาลใจได้

แต่มองให้ลึกลงไป ใช่หรือไม่ว่าพระพุทธรูปทั้งสี่กำลังเปิดเผยความจริงอีกระดับหนึ่งว่า ในหินที่ทั้งแข็งและหยาบนั้นมีพระพุทธรูปซ่อนอยู่ก่อนแล้วฉันใด ในจิตใจที่กระด้างและหม่นหมองนั้นก็มี “พุทธะ” แฝงอยู่แล้วฉันนั้น

พระพุทธรูปนั้นรอการค้นพบจากช่างเพื่อดึงออกมาจากเนินหินฉันใด “พุทธะ”ก็รอการค้นพบจากเราเพื่อดึงออกมาจากกองกิเลสและกองทุกข์ฉันนั้น

สิ่งวิเศษสุดนั้นมีอยู่แล้วในตัวเรา เพียงแต่รอการค้นพบจากเราเท่านั้น ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ต้องไล่ล่าหาจากข้างนอก หากมีอยู่แล้วในตัวเรา ในสิ่งที่เราเป็นและเรามี เพียงแต่เราต้องรู้จักหาและดึงออกมา

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นงานการที่กำลังทำอยู่ ครอบครัวที่แวดล้อม ทรัพย์สมบัติที่มี รวมทั้งสิ่งที่ประกอบเป็นตัวเรา หากพยายามดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากสิ่งเหล่านั้น รวมทั้งเป็นตัวเราเองให้ดีที่สุด ความสุขย่อมปรากฏ เป็นพ่อครัวหรือช่างก่อสร้างก็มีความสุขได้หากใช้ศักยภาพที่ตัวเองมีอย่างดีที่สุดจนความเป็นเลิศปรากฏออกมา ไม่ใช่ว่าจะต้องไปเป็นผู้จัดการหรือนางแบบเท่านั้นถึงจะมีความสุขได้

ลูกของเราแม้จะเรียนไม่เก่ง แต่เขาก็มีสิ่งวิเศษอยู่ในตัว ที่รอการค้นพบจากเขา และรอการยอมรับจากเรา ปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นหรือช่วยให้เขามองเห็นดุจเดียวกับช่างที่เห็นพระพุทธรูปอยู่ในแท่งหินอันอัปลักษณ์หรือไม่

แต่เห็นอย่างเดียวไม่พอ ต้องดึงออกมาด้วยการขจัดเอาส่วนเกินออกไป ส่วนเกินที่ปิดกั้นหรือพอกเคลือบสิ่งวิเศษในตัวเรา ได้แก่ ความเห็นแก่ตัว ละโมบ หยิบโหย่ง รักสบาย คับแคบ อิจฉาริษยา เป็นต้น เพียงแต่ลดละสิ่งเหล่านี้ออกไป สิ่งดีงามก็ปรากฏ และยิ่งเน้นขับให้สิ่งดีงามโดดเด่นขึ้นมา ส่วนเกินอันไม่น่าดูแม้จะยังหลงเหลืออยู่ แต่ก็จะถูกกลบบังจนแทบเลือนหายไป

เราทุกคนแท้จริงก็มีหน้าที่ไม่ต่างจากช่างแกะสลัก คือดึงเอาสิ่งงดงามและวิเศษสุดออกมาจากชีวิตที่ดูซ้ำซากจำเจและจากจิตที่หม่นหมองวุ่นวาย

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved