หน้ารวมบทความ
   บทความ > พุทธศาสนา > เข้าพรรษา เข้าหาธรรม
กลับหน้าแรก

เข้าพรรษา เข้าหาธรรม
พระไพศาล วิสาโล

รายการระเบียงบุญ ช่อง ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔

แบ่งปันบน facebook Share   

ช่วงเข้าพรรษาควรเป็นเวลาและโอกาสที่เราจะเข้าหาธรรมะอย่างจริงจัง ใครที่มีธรรมะรักษาจิตใจอยู่แล้วก็ควรใช้โอกาสนี้พาจิตพาใจเข้าหาธรรมให้เข้มข้นและจริงจังมากขึ้น ส่วนใครที่ห่างไกลจากธรรมะก็ควรให้โอกาสแก่ตัวเองได้สัมผัสกับธรรมะในช่วงสามเดือนนี้ เพราะว่าธรรมะนั้นช่วยให้จิตใจของเราเป็นสุข ผ่อนคลาย โปร่งเบา ชีวิตของเราแต่ละวัน ๆ ไม่ควรเป็นไปเพื่อมีเงินมีทอง หรือมีอำนาจ บริษัทบริวารเท่านั้น แต่เราควรมีชีวิตเพื่อการพบความสุขภายใน มีจิตใจที่โปร่งเบา และช่วงเวลาเข้าพรรษาเป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่เราควรพบความสุขแบบนี้

หลายคนตั้งใจว่า วันเข้าพรรษา วันอาสาฬหบูชาจะเข้าวัดเพื่อฟังธรรม ทำบุญ อันนั้นก็ดีอยู่ แต่เราควรทำมากกว่านั้นเพื่อเปิดโอกาสให้ชีวิตจิตใจของเราได้รับการอาบรดด้วยน้ำแห่งธรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสามเดือน หรือตลอดพรรษานี้ เช่น การรักษาศีลให้มั่นคง ใครที่ศีล ๕ ยังไม่หนักแน่นมั่นคง ก็ขอให้ตั้งจิตอธิษฐานว่าจะตั้งมั่นอยู่ในศีล ๕

อธิษฐานไม่ได้แปลว่าขอ แต่หมายถึงการตั้งจิตแน่วแน่ที่จะทำสิ่งดีงาม ถ้าเราตั้งจิตอธิษฐานแบบนี้เราก็จะสามารถรักษาศีลได้อย่างต่อเนื่องตลอดสามเดือน โดยเฉพาะคนที่ติดอบายมุข ร่างกายถูกอบายมุข โดยเฉพาะสุรา ยาเสพติดหรือแม้แต่บุหรี่กัดกร่อนบั่นทอนทำให้อายุสั้นลง เราควรรักร่างกายของเรา ดูแลร่างกายของเราด้วยการละ เลิก อบายมุขเหล่านี้ สิ่งนี้จะเป็นของขวัญที่เราสามารถจะมอบให้แก่ชีวิตเราได้

ส่วนคนที่รักษาศีล ๕ ได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ก็ควรใช้เวลาช่วงนี้ ทำสิ่งดีๆ ให้มากกว่าเดิม บางคนรักษาศีล ๕ ได้ดีแล้วแต่ว่าติดอบายมุขแบบใหม่ เช่น ชอบเที่ยวห้าง ติดเกมส์ออนไลน์ หรือติดกาแฟ หรือแม้กระทั่งติดนิสัยไม่ดีบางอย่างเช่น ชอบนินทา ชอบบ่น ชอบจู้จี้ หลายคนก็รู้ว่ามันไม่ดี แต่ก็เลิกไม่ได้ ที่จริงเลิกได้ถ้าตั้งใจ จึงควรใช้ช่วงเข้าพรรษานี้ตั้งจิตมุ่งมั่นว่า สามเดือนนี้ฉันจะเลิกให้ได้ หรือเกี่ยวข้องกับมันให้น้อยลง

หลายคนติดเกมส์ หลายคนติดอินเตอร์เน็ต หลายคนติดละครโทรทัศน์ ติดละครเกาหลีจนไม่เป็นอันหลับอันนอน ไม่มีเวลาจะพักผ่อน ก็ควรตั้งจิตว่าในพรรษานี้จะเลิกให้ได้ ใหม่ๆ อาจจะยาก แต่ว่าไม่นานก็จะทำได้ และรู้สึกว่ามันสบาย

นอกจากการละเลิกสิ่งไม่ดีแล้ว บางคนอาจจะตั้งใจทำความดีให้มากขึ้น เช่นตั้งใจว่าจะสมาทานมังสวิรัติ หรือถือศีล ๘ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนา เป็นการเสริมสร้างจิตใจให้เข้มแข็ง และเป็นการบำรุงสุขภาพด้วย

มีหลายอย่างที่เราสามารถจะทำได้ในช่วงเข้าพรรษาเพื่อทำให้ชีวิตจิตใจโปร่งเบา เช่น บางคนอาจจะตั้งจิตว่า ก่อนนอนทุกคืนตลอดพรรษานี้จะสวดมนต์ บางวันแม้จะเหนื่อย แม้จะกลับบ้านดึกก็จะไม่ทิ้งการสวดมนต์ แต่แทนที่จะสวดยาว สวดสั้นก็ได้แต่ขอให้สวดอย่างที่ตั้งใจ บางคนอาจจะเลือกนั่งสมาธิก่อนนอน อย่างน้อยวันละ ๕ นาทีก็ยังดี หรือว่าถ้าสามารถทำเมื่อตื่นนอนได้ด้วยก็ยิ่งดี

เราสามารถทำอะไรดีๆ ได้ตั้งหลายอย่างในช่วงเขาพรรษาตลอดสามเดือนนี้ ก็เพื่อให้เราได้เข้าใกล้ธรรมะมากขึ้น เป็นการเติมความสุขให้แก่จิตใจของเรา เปิดโอกาสให้ชีวิตของเรา ซึ่งปกติแล้วก็วุ่นวายกับภารกิจการงาน การทำมาหากิน หรือบางทีก็ถูกสิ่งยั่วยุดึงดูดกระตุ้นเร้าจิตใจจนกระทั่งหาความสงบไม่ได้ แต่ถ้าเราใช้โอกาสนี้สร้างสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตของเราเอง เราก็จะพบกับความสงบมากขึ้น เราลองพิจารณาดูนะว่า ที่ผ่านมามีนิสัยอะไรบ้างที่ทำความกังวล ทำความหนักใจให้เรา ไม่ว่าจะเป็นการติดเที่ยว ติดสนุก ติดอบายมุข ติดสุรา หรือว่า ติดความบันเทิงเริงรมย์ ในส่วนลึกของจิตใจเราก็รู้ว่ามันสร้างภาระให้แก่จิตใจ บางทีก็บั่นทอนร่างกาย แต่เราก็ไม่มีกำลังที่จะเลิก เราก็ต้องอาศัยช่วงโอกาสสำคัญ เช่นวันพระ หรือช่วงเข้าพรรษานี้แหละ สามเดือนเป็นโอกาสที่เราจะได้พักผ่อนทั้งกายและใจได้ เรายังทำงานอยู่แต่เราไม่ใช้ร่างกายไปในทางที่บั่นทอน คือเพียงแต่เราไม่ติดอบายมุข ไม่ว่าจะเป็นเหล้า การพนัน ความบันเทิงเริงรมย์ หรืออบายมุขแบบใหม่ เช่น เกมส์ออนไลน์ การเที่ยวห้าง ถ้าเราสามารถที่จะลด ละ หรือเลิกสิ่งเหล่านี้ได้ เราจะพบกับความสบาย เราเสียเวลาไปกับสิ่งเหล่านี้มากมาย มันบั่นทอนทั้งร่างกาย และจิตใจและถ้าเราไม่รู้จักควบคุมมัน ต่อไปเราก็จะกลายเป็นทาสของมัน

ที่ประเทศเกาหลีใต้ มีผู้ชายคนหนึ่งติดเกมส์ออนไลน์มาก จนกระทั่งไม่เป็นอันทำงาน สุดท้ายก็โดนไล่ออกจากงาน แทนที่จะเสียใจกลับดีใจว่าต่อไปนี้ฉันจะได้เล่นเกมส์ออนไลน์โดยไม่ต้องห่วงเรื่องการเรื่องงาน ทันทีที่ถูกไล่ออกจากงาน เขาก็หมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมส์ออนไลน์ทั้งวันและทั้งคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอน เขาติดมันมากจนถอนใจไม่ออก ปรากฏว่าเล่นเกมส์ออนไลน์ไป ๔๘ ชั่วโมงโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย ในที่สุดก็หัวใจวาย ช็อคตายอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ นี่เรียกว่าเป็นเพราะตกเป็นทาสของมัน ไปหลงคิดว่ามันเป็นสรณะ

มีครอบครัวชาวเกาหลีใต้อีกครอบครัวหนึ่ง ถูกจับศาลลงโทษจำคุก ๓ ปี เพราะว่าทิ้งลูกอายุ ๓ เดือนให้อดอาหารตายเนื่องจากสามีภรรยาคู่นี้ติดเกมส์ออนไลน์ ไปเล่นที่ร้านอินเตอร์เน็ตนอกบ้าน ซึ่งมีเครื่องเล่นดีกว่าที่บ้าน ติดเกมส์จนกระทั่งนอกจากจะไม่เป็นอันทำงานแล้ว ยังไม่สนใจเลี้ยงดูลูกน้อย กว่าจะกลับถึงบ้านลูกก็หลับแล้ว ให้นมลูกเป็นครั้งเป็นคราว จนลูกขาดอาหารตายเพราะพ่อแม่ไม่ใส่ใจ ที่น่าแปลกใจก็คือเกมส์ที่สามีภรรยาคู่นี้เล่นเป็นเกมส์ที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็กสาวที่กำลังลำบาก สามีภรรยาคู่นี้ห่วงใยตัวละครในจินตนาการที่กำลังเดือดร้อน อยากช่วยเหลือเขา แต่กลับละเลยลูกสาวของตัวเอง เป็นเพราะอะไร เพราะหลงอยู่ในอบายมุข ถ้าเราไม่รู้จักเป็นนายมัน มันก็จะมาเป็นนายของเรา เราก็ตกเป็นทาสของมันจนกระทั่งเราเองก็แย่ สุขภาพก็ไม่ดี และทำให้คนที่รักต้องมีอันเป็นไป

นี่คือโทษของอบายมุข ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสุราซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว นั่นเป็นอบายมุขแบบเก่า อบายมุขแบบใหม่นั้นมีอยู่มากมาย เพราะฉะนั้นในช่วงเข้าพรรษา อย่างหนึ่งที่เราควรใส่ใจคือการรักษาศีลให้ดี ศีลในข้อนี้หมายถึงการมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นโทษ รู้จักเสพหรือบริโภคสิ่งต่างๆ ที่ไม่เป็นอันตรายทั้งต่อกายและใจ โดยเฉพาะถ้าเราไม่ไปข้องแวะกับอบายมุขทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ก็จะยิ่งดี

มีศีลแล้วก็อย่าลืมทาน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เข้าพรรษานี้อาจจะตั้งใจว่า ทุกวันพระเราจะทำบุญ ไม่จำเป็นต้องทำบุญกับพระก็ได้ ทำบุญให้ทานเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนก็ได้ ตั้งใจจะทำอาทิตย์ละครั้งคือวันพระ ตลอดพรรษาหรือว่าการไปช่วยเหลือกิจการส่วนรวม เป็นจิตอาสาอาทิตย์ละครั้ง อาจจะเป็นช่วงวันเสาร์อาทิตย์ก็ได้

ศีลก็ควรทำ ทานก็ควรทำ และที่ควรทำอีกอย่างก็คือภาวนา สวดมนต์ทุกวัน ทำสมาธิภาวนาทุกวัน ก่อนนอนและหลังตื่นนอน ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาสติ มีสติทุกอิริยาบถในชีวิตประจำวันเท่าที่เราจะทำได้ แต่ถ้าให้ดี ควรจัดเวลาให้กับการเจริญสติทุกวัน เช่น วันละครึ่งชั่วโมง

นอกจากนี้ ถ้าเรามีนิสัยบางอย่างที่ไม่ดีเช่นชอบจู้จี้ขี้บ่นหรือเป็นคนช่างโกรธ ก็ควรตั้งกติกาให้กับตัวเองในช่วงเข้าพรรษา เช่นตั้งใจว่า ในพรรษานี้ฉันจะหยุดบ่น หยุดวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นสักสามเดือน หรือถ้าวิจารณ์ใครก็จะชมเขาด้วย อันนี้ก็เป็นการฝึกใจของเราด้วย เพราะคนที่จู้จี้ขี้บ่นมักมองเห็นแต่ข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดของคนอื่น ถ้าหากว่าเราเห็นแต่แง่นี้ เราก็จะทุกข์มากเลย คนอื่นก็จะทุกข์ด้วย แต่ถ้าหัดมองในแง่บวกบ้าง เราก็จะเห็นว่าเขามีข้อดีที่ควรชมอย่างไร อันนี้ก็ช่วยทำให้นิสัยจู้จี้ขี้บ่นลดลง และเราก็จะมองอะไรในแง่บวกมากขึ้น คนเราถ้าเอาแต่ตำหนิ เอาแต่บ่น ชีวิตจะเป็นทุกข์มาก ความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างก็จะแย่ไปด้วย

ส่วนบางคนก็เป็นคนขี้โกรธ ก็อาจจะตั้งกฎกติกาสำหรับตัวเองว่า วันหนึ่งจะโกรธได้แค่ครั้งหรือสองครั้งอย่างมาก จริงอยู่คนเรามักจะห้ามความโกรธไม่ได้ ก็ควรจะตั้งกติกาให้กับตัวเองว่า จะโกรธได้วันละกี่ครั้ง หรือตั้งกติกาว่าจะไม่โกรธเกลียดข้ามคืน โกรธวันไหนก็ให้จบลงในวันนั้น วันรุ่งขึ้นตื่นมาจิตใจก็จะแจ่มใสแช่มชื่นเบิกบาน

บางคนเป็นคนนอนดึกตื่นสาย ก็อาจจะตั้งกติกาหรือตั้งอธิษฐานกับตัวเองว่า จะนอนให้เร็วขึ้น และจะตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถ้าคนเราตื่นขึ้นมาได้เห็นแสงเงินแสงทอง ร่างกายและจิตใจจะกระชุ่มกระชวย หลายคนไม่เคยเห็นท้องฟ้าในช่วงอรุณรุ่งว่างามอย่างไร ช่วงเข้าพรรษานี้เราควรให้โอกาสแก่ตัวเอง ตื่นขึ้นมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ก่อนที่นกจะทำมาหากิน เราก็จะได้เห็นแสงเงินแสงทอง มันจะช่วยปลุกใจของเราให้สว่างไสวตามไปด้วย ช่วยให้มีชีวิตชีวาและกระตือรือร้นในการทำสิ่งต่างๆ อีกมากมาย

จะเห็นว่าในช่วงเข้าพรรษานี้ เราสามารถทำอะไรได้มากมาย ที่อาจจะรู้สึกว่าทำได้ยากในช่วงเวลาปกติ สมัยที่อาตมาเป็นฆราวาส อยากจะอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “พุทธธรรม” ของพระเดชพระคุณพระพรหมคุณาภรณ์ให้จบทั้งเล่ม แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะทำได้เพราะหนังสือเล่มนี้หนามากกว่าพันหน้า ไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนมาอ่าน แต่ว่าพอถึงวันเข้าพรรษาปีหนึ่งก็ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือเล่มนี้ทุกวันวันละ ๑๐ หน้า จะต้องอ่านทุกวันไม่ว่าจะกลับบ้านดึกแค่ไหน บางวันไปต่างจังหวัดหรือไปค้างที่อื่นก็ต้องอ่านตุนเอาไว้ จาก ๑๐ หน้าก็เป็น ๒๐ หน้า ปรากฏว่าไม่ทันถึงวันออกพรรษาก็อ่านได้จบ เกิดความรู้ เกิดความศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก และรวมทั้งเกิดความมั่นใจในอานุภาพแห่งธรรมด้วย

อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทุกท่านสามารถทำได้ในช่วงเข้าพรรษา เราไม่จำเป็นต้องทำตามประเพณี เช่นจำศีลที่วัดก็ได้ เพราะว่าเดี๋ยวนี้หาโอกาสยาก แต่เราสามารถทำบุญหรือทำความดีที่บ้านได้ อย่าให้มีข้ออ้างว่าเราไปวัดไม่ได้ ก็เลยทำบุญไม่ได้ อันนี้บางทีมันเป็นข้ออ้างของกิเลส กิเลสจะหาข้ออ้างอีกหลายอย่างที่ทำให้เราไม่ทำความดี แต่ช่วงเข้าพรรษานี้เป็นโอกาสที่เราจะเพิ่มพลังฝ่ายบวก ฝ่ายกุศลในใจของเรา จิตใจส่วนลึกของเราต้องการทำความดี แต่ว่ามักพ่ายแพ้ต่อกิเลสเพราะกิเลสมีข้ออ้างที่ดีๆ ทำให้เราละทิ้งธรรมะ เข้าหาสิ่งที่ไม่เป็นกุศล แต่ตอนนี้เป็นช่วงเข้าพรรษา ควรถือเป็นโอกาสให้กับธรรมะในใจเรา เป็นข้ออ้างให้กับพลังฝ่ายดีใในการทำความดี ก็ขอให้เราสนองตอบความปรารถนาของธรรมะในใจเรา เพื่อจะได้ทำความดีให้มากขึ้น ในที่สุดเราจะได้รับความสุข ความโปร่งโล่งแจ่มใสเบิกบานเป็นรางวัล รวมทั้งอาจทำให้เราทำงานสำเร็จ ได้รับสิ่งต่างๆ ที่ควรได้ แต่นั่นก็เป็นของแถมไม่ว่าจะเป็น เงินเดือน คำยกย่อง หรือว่าชื่อเสียง สิ่งเหล่านั้นเป็นรางวัลที่หาความแน่นอนไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ คือ ใจเราจะเป็นสุข จิตใจเราจะเป็นอิสระจากความทุกข์ ห่างไกลจากความเศร้าหมอง และเราก็จะขอบคุณตัวเองว่า เราตัดสินใจถูกต้องแล้วที่เข้าหาธรรมในช่วงเข้าพรรษา

สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่านมีความมั่นคง มั่นใจในการทำความดี ไม่ว่าเป็นทาน ศีล ภาวนา ในช่วงเข้าพรรษานี้ เลือกทำดีไม่กี่อย่างก็พอ แต่ขอให้ทำทุกวัน ดีกว่าอยากจะทำหลายอย่างแต่ว่าไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง ขอให้ตั้งใจว่าจะทำทุกวัน ตลอดเข้าพรรษา อาตมาเชื่อแน่ว่า ทุกท่านจะได้รับอานิสงส์แห่งบุญนี้ ไม่ใช่แค่ตลอดในพรรษา แต่อาจจะมีอานิสงส์ไปจนตลอดชีวิตเลยก็ได้

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved