หน้ารวมบทความ
   บทความ > หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ > เพราะสูญเสียจึงได้รับชัยชนะ
กลับหน้าแรก

โพสต์ทูเดย์ กันยายน ๒๕๔๘

เพราะสูญเสียจึงได้รับชัยชนะ
พระไพศาล วิสาโล
----------------------------------------------------------

เมื่อฝ่ายหนึ่งมีปืน แต่อีกฝ่ายมีแค่มือเปล่า ฝ่ายแรกย่อมเป็นฝ่ายเหนือกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ความเหนือกว่านั้นอาจเป็นแค่ความเหนือกว่าในทางพลกำลัง(หรือการยุทธ)เท่านั้น ความเหนือกว่าในทางพลกำลังอาจเป็นตัวชี้ขาดชัยชนะในการต่อสู้กลางป่าลึกหรือในสมรภูมิที่ชุลมุน แต่บนเวทีกลางแจ้งหรือบนท้องถนนที่มีผู้คนจับจ้องอยู่เป็นจำนวนมาก การใช้ปืนหรือมีดทำร้ายคนที่มีแค่มือเปล่า กลับเป็นการทำลายความชอบธรรมของฝ่ายที่ใช้กำลังไปในเวลาเดียวกัน ฝ่ายที่ใช้กำลังอาจมีชัยในทางการยุทธ แต่ย่อมพ่ายแพ้ในทางการเมือง เพราะจะมีสักกี่คนที่เห็นด้วยกับการกระทำของเขา โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายที่ไร้อาวุธสามารถตอบโต้ด้วยกำลังได้ แต่ไม่ยอมทำเช่นนั้น

ความเหนือกว่าในทางพลกำลังไม่ใช่สิ่งเดียวที่ชี้ขาดชัยชนะ แม้จะสังหารผู้คนจนล้มตายเป็นจำนวนมากก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะประสบชัยชนะ ในทางตรงข้ามแม้จะเสียผู้คนไปหลายคนก็ไม่ได้หมายความว่านั่นคือความพ่ายแพ้ ประวัติศาสตร์ได้ชี้ให้เห็นว่าบ่อยครั้งฝ่ายที่ล้มตายไปเป็นจำนวนมากกลับประสบชัยชนะในที่สุด ในขณะที่ฝ่ายที่สามารถฆ่าคนได้มากมายกลับเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้

ในปี ๒๕๐๖ ชาวพุทธในกรุงเว้ประเทศเวียดนามได้ประท้วงประธานาธิบดีโงดินเดียม อย่างสันติ แต่กลับถูกปราบปรามอย่างรุนแรง ผลคือรัฐบาลถูกโจมตีอย่างรุนแรงจากนานาประเทศรวมทั้งจากวาติกัน แม้แต่สหรัฐก็ถอนความสนับสนุนจนรัฐบาลถูกโค่นไปในที่สุด นักสังเกตการณ์ผู้หนึ่งได้กล่าว่า “ความอ่อนแอในทางกายภาพของชาวพุทธเป็นจุดแข็งทางจริยธรรมของพวกเขา หากพวกเขามีปืน พวกตระกูลโงดินเดียมย่อมสามารถบดขยี้พวกเขาได้ โดยที่จะไม่มีใครในเวียดนามหรือที่ไหน ๆ ในโลกสนใจพวกเขา พวกเขาได้พิสูจน์ว่าการไม่ป้องกันตนเองเลยทำให้ไม่มีใครเอาชนะได้”

ในอินเดียจุดพลิกผันที่ทำให้ขบวนการเรียกร้องเอกราชของคานธีได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามเกิดขึ้นเมื่อทหารอังกฤษกราดปืนกลสังหารชาวอินเดียที่มีแค่มือเปล่ากลางวิหารเมืองอมฤตสระในปี ๒๔๖๒ จนมีผู้คนล้มตายหลายร้อยคน บาดเจ็บนับพัน นับแต่นั้นความชอบธรรมของอังกฤษในอินเดียก็ถูกบั่นทอนจนหมดสิ้นไปในที่สุด

ในปี ๒๕๐๔ ชาวอเมริกัน ๑๓ คนเดินทางด้วยรถประจำทางไปตามเมืองต่าง ๆ ในภาคใต้ของสหรัฐเพื่อคัดค้านการเหยียดผิว แต่ถูกคนขาวต่อต้านอย่างรุนแรง รถถูกเผา สมาชิกถูกรุมทุบตีอย่างโหดร้าย แต่ผลที่ตามมาคือประชาชนตื่นตัวทั่วปรเทศ นอกจากจะให้กำลังใจสนับสนุนแล้ว หลายคนยังเสนอตัวร่วมขบวนการดังกล่าวด้วย

ในการเรียกร้องหรือต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการบาดเจ็บล้มตาย เป็นความเข้าใจผิดที่คิดว่าหากต่อสู้ด้วยสันติวิธีแล้วจะไม่มีการสูญเสีย (แม้อยู่เฉย ๆ หรือยอมจำนนก็ยังสูญเสียเลยมิใช่หรือ) แต่ความสูญเสียจากการต่อสู้ด้วยสันติวิธีนั้นไม่เคยเป็นความสูญเปล่า หากสามารถก่อให้เกิดชัยชนะทางการเมืองได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายนั้นใช้วิธีการที่รุนแรงอย่างปราศจากความชอบธรรม กรณี ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นตัวอย่างที่เราไม่ควรลืม กรณีสังหารโหดนาวิกโยธินสองคนที่บ้านตันหยงลิมอก็เช่นกัน ความสูญเสียบุคคลทั้งสองได้ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐได้รับความเห็นใจอย่างท่วมท้นจากประชาชน เป็นชัยชนะทางการเมืองที่รัฐบาลไม่เคยประสบมาก่อนนับแต่เกิดเหตุปล้นปืนที่นราธิวาสเมื่อเกือบสองปีที่แล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะประชาชนได้รับรู้ว่านาวิกโยธินทั้งสองแม้สามารถจับอาวุธขึ้นต่อสู้การล้อมจับได้แต่ก็ไม่ทำ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ที่ทำการเจรจากับชาวบ้านก็พยายามใช้สันติวิธี โดยปฏิเสธการใช้กำลังกับชาวบ้าน ผลก็คือทันทีที่สังหารนาวิกโยธินทั้งสองฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบก็พ่ายแพ้ทางการเมืองครั้งใหญ่

มองเผิน ๆ การมีแค่มือเปล่าถือว่าเป็นจุดอ่อนของสันติวิธี โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายมีอาวุธร้ายแรง แต่มองให้ลึกลงไป การมีแค่มือเปล่านั่นแหละเป็นจุดแข็งของสันติวิธี เพราะทำให้อีกฝ่ายอยู่ในภาวะที่ลำบาก เนื่องจาก ๑.ไม่สามารถใช้ความรุนแรงกระทำได้อย่างเต็มที่ (ดังนั้นจึงต้องพยายามยั่วยุให้ผู้ใช้สันติวิธีเปลี่ยนมาใช้อาวุธ แม้จะเป็นก้อนหินก็ยังดี) ๒.หากใช้ความรุนแรงเมื่อใด ก็จะสูญเสียความชอบธรรม แนวร่วมตีจาก ส่วนผู้ที่วางตัวเป็นกลางก็หันไปให้ความสนับสนุนแก่ผู้ถูกทำร้ายที่ใช้สันติวิธี

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับพลังของสันติวิธีเป็นสิ่งที่คนไทยและรัฐบาลควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและนำมาใช้ให้เกิดผลอย่างเต็มที่ โดยพยายามใช้สันติวิธีเป็นยุทธศาสตร์นำเพื่อสะสมชัยชนะทางการเมืองและเสริมสร้างความไว้วางใจจากประชาชน ขณะเดียวกันก็พยายามละเว้นการใช้ความรุนแรงโดยเฉพาะในกรณีที่ปราศจากความชอบธรรม (แม้จะถูกกฎหมายก็ตาม)

ที่แล้วมารัฐบาลตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองเพราะไม่เห็นคุณค่าของสันติวิธี แต่เชื่อมั่นในความรุนแรง กรณีกรือเซะ ตากใบ เป็นบทเรียนราคาแพงที่ย้ำเตือนว่าความรุนแรงนั้นสามารถส่งผลย้อนกลับมาบั่นทอนตนเองได้ อย่าลืมว่าหากฟาดแขนกับอากาศอย่างรุนแรง อะไรจะเกิดขึ้นหากมิใช่กระดูกเคลื่อนและปวดร้าว

นี้คือจุดอ่อนและจุดแพ้ของความรุนแรงที่เราควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved