หน้ารวมบทความ
   บทความ > คมชัดลึก > ศีลธรรมและสันติภาพจะกลับมามีจริงได้อย่างไร (๒) ความรุนแรงเกิดจากทิฏฐิ
กลับหน้าแรก

ภาพจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศีลธรรมและสันติภาพจะกลับมามีจริงได้อย่างไร
(๒) ความรุนแรงเกิดจากทิฏฐิ

พระไพศาล วิสาโล
หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๙

ในสมัยฮิตเลอร์ ประเทศเยอรมนี มีมานะเกิดขึ้นในระดับชาติ  ชาวเยอรมันถือว่าตัวเองเป็นชาวอารยัน ประเสริฐ เลิศกว่าชาวยิว ซึ่งเป็นพวกชั้นต่ำ เป็นประหนึ่งเชื้อโรค ความถือตัวของชาวเยอรมันว่าเป็นชาติพันธุ์อันประเสริฐ ทำให้เกิดความเกลียดและความโกรธต่อชาวยิว เพราะถือว่ามาทำให้เลือดอารยันไม่บริสุทธิ์

ฮิตเลอร์ปลุกสำนึกเรื่องอารยันขึ้นมา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดชาวยิว ความรุนแรงในเยอรมันและยุโรปเมื่อ ๘๐ ปีก่อนเกิดขึ้นจากทัศนคตินี้ ถือได้ว่าการสังหารหมู่ชาวยิวจำนวน ๖ ล้านคนนั้น รวมทั้งผู้ที่ไม่ใช่ชาวยิวอีก ๕ ล้านคน นอกจากเกิดจากมานะ หรือความถือตัวแล้ว ยังเกิดจากทิฏฐิด้วย

‘ทิฏฐิ’ แปลว่าความเชื่อ ความยึดมั่นถือมั่นในความเชื่อหรือความเห็นของตน เป็นรากเหง้าของความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลายปีที่ผ่านมา ทั้งในระดับโลก และบ้านเมืองของเรา เช่น ความขัดแย้งระหว่างสี จนกระทั่งเกิดการปะทะ ใช้ความรุนแรงต่อกัน ก็เป็นเรื่องของทิฏฐิ เหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ก็เป็นเรื่องทิฏฐิ โดยมีความเชื่อเรื่องศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง

ความรุนแรงที่เกิดจากทิฏฐิ

เมื่อยึดมั่นในความเห็นของตน ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ทางการเมืองหรือศาสนา ก็สามารถนำไปสู่ความโกรธ ความเกลียดได้ คือ ทำให้โกรธหรือเกลียดคนที่เห็นต่างจากตน ไม่ต้องดูอื่นไกล คนในบ้านเดียวกัน พ่อกับลูก พี่กับน้อง ถ้ามีอุดมการณ์คนละอย่าง ชูธงคนละสี ทีแรกก็อาจจะโกรธ แต่ต่อมาก็จะเกลียดชังกัน จนไม่พูดไม่จากัน สุดท้ายก็อาจถึงขั้นตัดพ่อตัดลูก นี่เป็นความรุนแรงที่เกิดจากความยึดติดในทิฏฐิ ที่สามารถทำลายได้แม้กระทั่งสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก พี่กับน้อง สามีกับภรรยาให้ขาดสะบั้นได้

สมัยก่อนเขาว่า เลือดต้องข้นกว่าน้ำ สายสัมพันธ์จะต้องเข้มข้นกว่าอุดมการณ์หรือความเชื่อ แต่เดี๋ยวนี้ตรงกันข้าม ความเชื่อทางการเมืองเข้มข้นกว่าสายเลือด  จึงมีข่าวว่าพ่อตัดลูกเพราะมีความคิดเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน เพื่อนตัดเพื่อน พี่น้องตัดขาดจากกันเพราะความเห็นต่างกัน ไม่ใช่แต่ความเห็นทางการเมือง ความเห็นหรือความเชื่อทางศาสนาก็เช่นกัน อาจถึงขั้นทำร้ายกันได้เลยทั้ง ๆ ที่รู้จักกันมาก่อน  นี่เป็นรากเหง้าของความโกรธ เกลียด ที่นำไปสู่ความรุนแรง และเป็นสิ่งที่ผู้คนตระหนักถึงอันตรายของมันน้อยมาก เพราะเวลาเรามีความเชื่อในอุดมการณ์ใด หรือในศาสนาใด เราก็เชื่อว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งทำให้ยึดติดถือมั่นมากขึ้น

เมื่อใครคนหนึ่งขโมยของหรือปล้นจี้ เขารู้ดีว่ามันไม่ถูกต้อง เวลาโกงหรือคอร์รัปชั่น เขาก็รู้ว่ามันผิดแต่ห้ามใจไม่ได้ แต่ทิฏฐิหรือความยึดติดในความเชื่อนั้น ทำให้ผู้คนมั่นใจว่า สิ่งที่ตนเชื่อหรือทำตามความเชื่อของตนนั้นถูกต้อง คนที่คิดต่างจากตนนั้นผิด

ความคิดว่าเราถูก ได้ตอกย้ำให้เรายึดติดถือมั่นมากขึ้น และมองอีกฝ่ายที่คิดต่างจากเราว่า เป็นตัวร้าย หรือเป็นคนเลวได้ง่ายมาก  เมื่อมีความเห็นต่าง แม้นับถือศาสนาเดียวกัน แต่คนละนิกาย ก็สามารถนำไปสู่การทำลายกันได้ ในปากีสถาน อิรัก ซีเรีย คนมุสลิมสองนิกายคือ สุหนี่ กับ ชีอะห์ ต่างห้ำหั่นกัน ทำร้ายกัน เพราะมองว่าอีกฝ่ายเป็นพวกนอกศาสนา  บางทีถึงขั้นโยนระเบิดเข้าไปในสุเหร่าขณะที่กำลังมีพิธีทางศาสนา

ที่ซีเรียตอนนี้ มีการสู้รบกันหลายฝ่ายมาก  ไอเอสนั้นเป็นสุหนี่ ต่อต้านประธานาธิบดีอัสซาดแห่งซีเรีย   อิหร่านจึงส่งกองกำลังมาช่วยเหลือประธานาธิบดีอัสซาด ซึ่งเป็นชีอะห์เหมือนกัน  ขณะเดียวกันประธานาธิบดีอัสซาดกับอิหร่านก็รุมถล่มไอเอส ส่วนไอเอสก็รุมถล่มชีอะห์ ซึ่งเป็นมุสลิมต่างนิกาย แม้แต่ชาวสุหนี่นิกายเดียวกัน แต่หากเห็นต่างจากตน พวกไอเอสก็สังหารเป็นว่าเล่น นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของความรุนแรงที่เกิดจากทิฏฐิ

สงครามไม่ได้เกิดจากการแย่งชิงน้ำมัน แย่งชิงทรัพยากรเท่านั้น แต่อาจจะเกิดจากความเห็น หรือความเชื่อที่ต่างกัน ไม่ใช่แค่ความเชื่อทางการเมือง  แต่รวมถึงความเชื่อทางศาสนาด้วย

เพราะฉะนั้น เวลาที่เราเรียกร้องอยากให้ศีลธรรมกลับมา บางทีก็ต้องกลับมาใคร่ครวญด้วยว่า ความยึดมั่นถือมั่นในศาสนา สามารถเป็นตัวการทำให้เกิดความไม่มีศีลธรรมได้หรือเปล่า

ทิฏฐิ เรียกอีกอย่างว่า ‘ความคิดคับแคบ’ หรือ ‘ความคับแคบทางความคิด’ หรือถ้าพูดให้ถูกต้องคือ ‘ความยึดติดถือมั่นในความคิด’ มีทิฏฐิอีกหลายอย่างที่นำไปสู่ความโกรธ ความเกลียด  เช่น การไม่เห็นโทษของความโกรธ ความเกลียด หรือบางทีกลับมองว่าความโกรธ ความเกลียดเป็นของดี นี่ก็เป็นทิฏฐิอีกแบบหนึ่ง

ความเห็นหรือความเชื่อที่ว่า ถ้าจุดหมายดี จะใช้วิธีการอะไรก็ได้ แม้ใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง หรือผิดศีลก็ทำได้ทั้งนั้น เป็นทิฏฐิหรือความเห็นที่แพร่หลายในสังคมมาก และเป็นที่มาของความรุนแรงในสังคม  เช่น เมื่อจับโจรผู้ร้ายได้ หลายคนมีความคิดว่า ยิงให้ตายโดยไม่ต้องสอบสวน หรือทำวิสามัญฆาตกรรมไปเลยก็ได้ เพราะคนชั่วสมควรตาย  ในเมื่อมองว่าการกำจัดคนชั่วเป็นความดี  เป็นความถูกต้อง เพราะฉะนั้น ใช้วิธีการอะไรก็ได้ จับไปทรมานก็ได้ ยัดข้อหาก็ได้ ยัดของกลางก็ได้ หรือว่าฆ่าไปเลยก็ได้  หลายคนเห็นว่า การกระทำอย่างนี้ ถูกต้อง ดี แต่นี่แหละ คือที่มาของความรุนแรง ของความไม่มีศีลธรรมในสังคม      เวลาจับผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนได้ แล้วเอาผู้ต้องหาเหล่านี้มาทำแผนประกอบคำสารภาพ บางครั้งมีประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้าไปรุมประชาทัณฑ์ บางทีกระทืบจนเขาตาย หลายคนมองว่า ทำถูกแล้ว เพราะไอ้นี่มันชั่ว มันไม่ควรอยู่บนโลกนี้ เพราะฉะนั้น การกำจัดมันจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่การทำเช่นนั้นถูกต้องจริงหรือ  การทำร้ายเขาจนบาดเจ็บหรือตาย ทั้ง ๆ ที่เขาถูกจับกุมแล้ว เป็นการกระทำที่ถูกศีลธรรมได้อย่างไร ยังไม่ต้องพูดถึงความถูกต้องตามกฎหมาย

ถ้าเราชัดเจนในเรื่องศีลธรรม เราจะรู้ว่า วิธีการอย่างนี้ไม่ถูกต้อง  ในเมื่อเขายังเป็นผู้ต้องหา หรือถึงแม้ว่าเขาเป็นอาชญากรจริงๆ ก็ตาม การกำจัดเขาโดยวิธีใดก็ได้ ไม่ใช่วิธีที่ส่งเสริมหรือทำให้เกิดสันติสุขในสังคมเลย รวมทั้งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องชอบธรรมด้วย

ผู้ก่อการร้ายอย่างบินลาเดนมั่นใจมากว่าสิ่งที่เขาทำนั้น มีจุดมุ่งหมายที่ถูกต้อง เขาทำเพื่อพระเจ้า เพราะฉะนั้นจะใช้วิธีการอะไรก็ได้ เพื่อทำให้จุดมุ่งหมายของเขาบรรลุ ไอเอสก็เหมือนกัน พวกนี้คิดว่า จุดมุ่งหมายของเขาถูกต้อง นั่นคือ ทำให้ผู้คนมานับถือหรือเคารพนบนอบพระเจ้าของเขา ทำให้บทบัญญัติทางศาสนาของเขาแผ่ขยายไปทั่วโลก  เพราะฉะนั้นจะใช้วิธีการใดก็ได้ จะฆ่าตัดคอ วางระเบิด สังหารผู้บริสุทธิ์ ก็ทำได้เพราะว่าจุดมุ่งหมายถูกต้อง ดีงาม สูงส่ง

นี่เป็นความคิดที่เป็นรากเหง้าของความรุนแรง ที่กำลังเกิดขึ้นทุกมุมโลก

(โปรดติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า)

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved