หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง
กลับหน้าแรก

นิตยสารอิมเมจ
พฤษภาคม ๒๕๕๙

กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง
ภาวัน

นิตยสาร The Economist  รายงานว่า ทุกวันนี้บุคคลที่ประสบความสำเร็จจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญอย่างมากกับการตื่นเช้า   อันที่จริงจะเรียกว่า “ตื่นเช้า”ก็ไม่ถูกนัก  เพราะหลายคนตื่นก่อนอาทิตย์ขึ้นเสียอีก  ผู้เชี่ยวชาญด้าน “การบริหารเวลา”ผู้หนึ่งเคยสอบถามผู้บริหารองค์กรที่มีชื่อเสียงจำนวน ๒๐ คน  เขาพบว่ากว่าร้อยละ ๙๐ ตื่นก่อน ๖ โมงเช้าในวันธรรมดา   เช่น อินทรา นูยี ซีอีโอของเป๊ปซี่ ตื่นตี ๔    บ๊อบ อีเกอร์ ซีอีโอของดิสนีย์ตื่น ตี ๔ ครึ่ง   แจ๊ค ดอร์ซีย์ ซีอีโอของทวิตเตอร์  ถือว่านอนอุตุมากที่สุด คือตื่นตี ๕ ครึ่ง

พวกเขาตื่นเช้าไปทำไม  กิจวัตรอย่างแรก ๆ ที่นักธุรกิจเหล่านี้ขาดไม่ได้คือ การออกกำลังกาย  ซีอีโอเหล่านี้บริหารร่างกายอย่างจริงจัง เดวิด คัช ซีอีโอของเวอร์จินอเมริกา  เรียกเหงื่อจากจักรยานทันทีที่ตื่นมาตอน ๔.๑๕ น.  ส่วนทิม คุก นั้นอยู่ในโรงยิมตั้งแต่ตี ๕   ซีอีโอเหล่านี้เห็นว่าสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ และร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยให้สามารถรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาในแต่ละวันได้ดีขึ้น

แต่ในเวลาเดียวกัน The Economist ตั้งข้อสังเกตว่า ทั้ง ๆ ที่ซีเรียสกับการออกกำลังกาย คนเหล่านี้มักทำอย่างอื่นไปด้วย  และไม่ใช่แค่อย่างเดียว  บ๊อบ อีเกอร์ แห่งดิสนีย์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ขณะออกกำลัง “ผมดูอีเมล์ ท่องเว็บ และดูโทรทัศน์นิดๆ หน่อย ๆ ในเวลาเดียวกัน”  ทั้งหมดนี้เขาทำขณะฟังเพลงไปด้วย

การออกกำลังกายนั้นเป็นของดีแน่  แต่การทำหลายอย่างพร้อม ๆ กันนั้นเป็นเรื่องดีจริงหรือ  นักธุรกิจเหล่านี้คงคิดว่านี้เป็นการใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ   ในเมื่อมีเวลาน้อยแต่มีอะไรต่ออะไรต้องทำมากมาย ก็ยิ่งจำเป็นต้องทำหลาย ๆอย่างในเวลาเดียวกัน  หลายคนรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำเช่นนั้น  แต่The Economist  กลับมองว่า การทำเช่นนั้น “เป็นตัวการทำให้ใจฟุ้งซ่าน หาใช่การบริหารที่ดีไม่”

หลายปีก่อนนิตยสารฉบับเดียวกันนี้เคยระบุถึงการวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทำกับผู้คนเป็นจำนวนหลายพันคน ใช้เวลานานหลายเดือน ได้ข้อสรุปว่า การทำหลายอย่างพร้อม ๆ กัน (multi-tasking) ไม่ได้ช่วยให้ผลการทำงานดีขึ้นเลย  ตรงกันข้ามการทำงานทีละอย่างกลับทำให้ได้งานที่มีคุณภาพดีกว่า  อันที่จริงข้อสรุปดังกล่าวเป็นเรื่องที่รู้กันโดยทั่วไปอยู่แล้ว   เพราะเมื่อทำทีละอย่าง  จิตย่อมจดจ่อเป็นสมาธิได้ดีกว่า  และเมื่อมีสมาธิ ก็สามารถคิดและทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ทำให้ผลงานออกมาดี

การทำทีละอย่างนั้นมีผลดีต่อสุขภาพจิตด้วย ไม่ใช่ดีต่องานเท่านั้น  เพราะหากทำเป็นนิสัย จะช่วยให้จิตไม่แส่ส่าย ปล่อยวางความคิดและอารมณ์ได้เร็ว  จึงผ่อนคลายได้ง่าย ในทางตรงข้ามการทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน นอกจากจิตจะล้าหรือเครียดได้ง่ายแล้ว  จิตจะอยู่นิ่ง ๆ นาน ๆ ได้ยาก จึงฟุ้งซ่านบ่อย  ผลที่ตามมาคือ ต่อไปจะคุมจิตได้ยาก  ถึงเวลานอน ก็นอนยาก เพราะจิตฟุ้งไม่หยุด  คิดโน่นคิดนี่ตลอดเวลา  ทำให้เครียดหนักขึ้น

ทุกวันนี้โรคเครียดกลายเป็นปัญหาของคนสมัยใหม่  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคิดไม่หยุด และหยุดความคิดไม่ได้   นิสัยนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เกิดจากการสะสมบ่มเพาะเป็นเวลานาน  ไม่ใช่จากการคิดเรื่อยเปื่อยเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ทั้งในชีวิตประจำวันและจากการทำงาน

ลองสร้างนิสัยใหม่ให้แก่จิตใจด้วยการทำทีละอย่างตั้งแต่ตื่นนอน   เวลาล้างหน้า ใจก็อยู่กับการล้างหน้า เวลาอาบน้ำใจก็อยู่กับการอาบน้ำ ไม่ควรเอาอะไรมาคิด เปิดใจรับความสดชื่นจากสายน้ำ  เวลากินข้าว ใจก็อยู่กับการกินข้าว  วางงานการที่จะทำในเช้าวันนั้นลงก่อน  ขณะเดียวกันเมื่อออกกำลังกาย ใจก็อยู่กับการออกกำลังกาย รับรู้ถึงการยืดและขยายของกล้ามเนื้อ  รวมทั้งลมหายใจที่เข้าออก  อย่าเพิ่งสนใจอีเมล์หรือข้อความในไลน์

วิธีนี้ช่วยให้จิตมีสมาธิ และพักความคิดไปในตัว  นอกจากทำให้จิตผ่อนคลายแล้ว เมื่อถึงเวลาใช้ความคิค ก็คิดได้อย่างมีพลัง ทะลุปรุโปร่ง  จึงช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น  

“เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง” เป็นเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยให้งานได้ผล คนเป็นสุขทั้งกายและใจไปพร้อม ๆ กัน

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved