หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > เมื่อโชคมาเยือน
กลับหน้าแรก

นิตยสารอิมเมจ
มีนาคม ๒๕๕๙

เมื่อโชคมาเยือน
ภาวัน

ถอยหลังไปเมื่อ ๔๐ ปีก่อน คอมพิวเตอร์ยังมีขนาดใหญ่เท่าห้อง  ราคานับล้าน จำเพาะหน่วยงานใหญ่ ๆ เช่น ธนาคาร สายการบิน มหาวิทยาลัย เท่านั้นที่จะมีได้  เวลาใช้งานก็ต้องพิมพ์คำสั่งทีละบรรทัดลงในบัตรเจาะรู หนึ่งบรรทัดต่อหนึ่งบัตร  ถ้าคำสั่งซับซ้อนก็ต้องใช้บัตรเจาะรูหนาเป็นรีม  กว่าผลลัพธ์จะออกมาก็ใช้เวลานาน  หากมีคนใช้งานหลายคน ก็ต้องเข้าคิวยาว

เช้าวันหนึ่งในเดือนมีนาคม ๒๕๑๙ หนุ่มวัย ๒๖ หนวดเครายาว ใส่เสื้อผ้าปอน ๆ ขอพบเจ้านายของเขาที่บริษัทฮิวเล็ทแพ็คการ์ด (HP) รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง  สิ่งที่เขานำมาเสนอก็คือแบบและวงจรคอมพิวเตอร์ชนิดใหม่ ซึ่งไม่เพียงมีขนาดเล็ก หากยังใช้คีย์บอร์ดในการป้อนคำสั่ง และแสดงผลทางจอโทรทัศน์ โดยไม่ต้องพิมพ์เป็นกระดาษยาวหลายทบ  ตอนนั้น HP เป็นบริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อดัง จะเป็นรองก็แต่ไอบีเอ็ม ซึ่งครองตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลกในเวลานั้น

ชายหนุ่มคิดว่าเจ้านายและผู้บริหารจะสนใจ  มองเห็นศักยภาพของคอมพิวเตอร์ที่เขาออกแบบ ว่าจะช่วยให้ HPเป็นผู้นำในวงการคอมพิวเตอร์ได้  แต่ผิดคาด  ผู้บริหารเหล่านั้นมองว่าสิ่งที่เขานำเสนอนั้น “เป็นแค่ของเล่นยามว่าง เหมือนวิทยุ เหมือนหุ่นยนต์สมัครเล่น” ซึ่งมีแค่ไม่กี่คนที่จะสนใจ   ดังนั้นจึงไม่สามารถสร้างตลาดใหญ่ได้อย่างแท้จริง  ผู้บริหารใช้เวลาไม่นานก็สรุปว่า  HP ไม่มีความคิดที่จะพัฒนาสินค้าตัวนี้  ชายหนุ่มรู้สึกผิดหวัง ไม่นานก็ลาออกจากHP และตั้งบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ของเขาเองร่วมกับคู่หู

ชายหนุ่มผู้นั้นคือ สตีเฟน วอซเนียก บริษัทที่เข้าก่อตั้งคือ แอปเปิ้ล  ส่วนคู่หูนั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก สตีฟ จ็อบส์  แบบคอมพิวเตอร์ที่วอซเนียกเสนอนั้นภายหลังได้กลายเป็น Apple II ซึ่งสร้างความร่ำรวยให้แก่เขาและเพื่อน   อีกทั้งปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์และก่อความเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก  บริษัทของเขากลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการคอมพิวตอร์ที่มีสินทรัพย์มหาศาล

ว่ากันว่า ความสำเร็จของคนเรานั้น เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัยโชคด้วย  ผู้คนจึงอยากมีโชค และพากันแสวงหาโชค  แต่ใช่หรือไม่ว่าบ่อยครั้งโชคก็มาหาเราเอง  สิ่งสำคัญอยู่ตรงที่ว่าเราจะมองเห็นหรือรู้ไหมว่าโชคมาหาเราแล้ว

๔๐ ปีที่แล้ว โชคเดินเข้ามาหาผู้บริหาร HP ถึงสำนักงาน  แต่คนเหล่านั้นกลับไม่ตระหนัก ปล่อยให้โชคหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา    นี้คือสิ่งที่เกิดกับผู้คนมากมายครั้งแล้วครั้งเล่า  หลายคนมักพูดว่าโชคไม่เข้าข้างเขา แต่ที่จริงโชคมาหาเขาแล้วแต่เขาเบือนหน้าหนีต่างหาก

โชคนั้นบางครั้งมาในรูปลักษณ์ที่เราคาดไม่ถึง  ไม่ใช่มาในรูปของชายหนุ่มแต่งตัวซกมกเท่านั้น

สมไทย วงษ์เจริญ  ต้องช่วยพ่อแม่ทำมาหากินตั้งแต่เล็ก อายุ ๑๕ ก็ออกจากโรงเรียนมาค้าขาย  เขาขายของสารพัด ไม่ว่าล็อตเตอรี่ หนังสือพิมพ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ  ภายหลังได้ยืมรถกระบะเก่า ๆ ของพ่อ ตระเวนขายของตามจังหวัดต่าง ๆ  ตกค่ำก็นอนในรถ อาบน้ำตามปั๊ม แต่ชีวิตก็ยังไม่ดีขึ้น

วันหนึ่งเขาไปขายของที่พิษณุโลก  ได้เข้าไปกราบพระพุทธชินราช และอธิษฐานขอให้ประสบโชค  จากนั้นก็ไปทำงานต่อ แต่ไม่ค่อยมีลูกค้า  ระหว่างที่นั่งพักเหนื่อย เห็นรถซาเล้งผ่านมา จึงสอบถามคนขับว่าเก็บขยะจากไหน เก็บอย่างไร ไปขายที่ไหน  คำตอบที่ได้รับทำให้เขาตระหนักว่าขยะนั้นมีคุณค่าและสร้างรายได้ดี

นับแต่นั้นเขาก็เบนเข็มมาค้าขยะและของเก่า ปรากฏว่าทำรายได้ให้แก่เขาเป็นกอบเป็นกำ ในเวลาไม่กี่ปีเขาก็ตั้งเนื้อตั้งตัวได้  ยิ่งขยายกิจการ ก็ยิ่งร่ำรวย จนทุกวันนี้นอกจากจะมีสาขาหลายร้อยสาขาทั่วประเทศแล้ว ยังมีโรงงานรีไซเคิลครบวงจรที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย  

โชคนั้นบางครั้งก็มาในรูปของรถซาเล้ง  หากสมไทยไม่สนใจไยดี ปล่อยให้รถซาเล้งผ่านหน้า เขาก็คงไม่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้

โชคนั้นมักมีโฉมหน้าและมาในจังหวะที่เราคิดไม่ถึง  ดังนั้นถ้าอยากมีโชค ก็ต้องเตรียมพร้อมต้อนรับโชคทุกขณะ ขณะเดียวกันก็ต้องฉลาดพอที่จะรู้จักโชคด้วย  หาไม่แล้วโชคก็จะผ่านเราไปครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไร้ประโยชน์

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved