หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > มันมาให้เราเรียนรู้
กลับหน้าแรก

นิตยสารอิมเมจ
มกราคม ๒๕๕๘

มันมาให้เราเรียนรู้
ภาวัน

กาลาปากอส เป็นเกาะแถบอเมริกาใต้  เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักธรรมชาติวิทยา   ตอนที่ชาลส์ ดาร์วินไปเยือนเกาะนี้ครั้งแรกเมื่อ ๑๘๐ ปีก่อน  เขาพบว่าสัตว์บนเกาะนี้ไม่กลัวมนุษย์เลย  แม้แต่สุนัขจิ้งจอกก็ยอมให้เขาเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วเอาค้อนตีหัวมันได้  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมันไม่เคยเจอมนุษย์เลย  เนื่องจากเกาะนี้อยู่ไกลจากฝั่งมาก  มันจึงไม่รู้ว่ามนุษย์ทำร้ายมันได้

สัตว์ในทวีปอเมริกาเหนือและใต้ก็เช่นกันไม่เคยพบเห็นมนุษย์มาเลยตลอดเวลาอันยาวนานนับแสนนับล้านปี จนเมื่อ ๑๕,๐๐๐ ปีนี้เองที่มนุษย์ได้อพยพจากเอเชียมายังทวีปทั้งสอง  สัตว์เหล่านี้คงมีพฤติกรรมไม่ต่างจากสัตว์ในกาลาปากอส คือยอมให้มนุษย์เข้าไปใกล้ ๆ ผลก็คือถูกฆ่าอย่างง่ายดาย ไม่เว้นแม้กระทั่งสัตว์ใหญ่  นี้คือเหตุผลว่าทำไมสัตว์ขนาดใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือและใต้สูญพันธุ์ในอัตราที่สูงมากในช่วงเวลาดังกล่าว

ตรงข้ามกับทวีปแอฟริกาที่สัตว์ขนาดใหญ่สูญพันธุ์น้อยกว่ามาก   ทั้ง ๆ ที่มีมนุษย์(และบรรพบุรุษ)อยู่ในทวีปนั้นมานานนับล้านปี  ดูเผิน ๆ ข้อเท็จจริงประการหลังน่าจะทำให้สัตว์เหล่านั้นสูญพันธุ์มากกว่า เพราะยิ่งอยู่นานมนุษย์ก็ยิ่งสังหารสัตว์ได้มากขึ้น  แต่การณ์กลับเป็นว่า ยิ่งเจอมนุษย์นาน ๆ สัตว์เหล่านั้นได้เห็นอันตรายของมนุษย์มากขึ้น จึงหวาดกลัวจนฝังลึกในสัญชาตญาณ  ไม่ยอมให้มนุษย์เข้าใกล้ ขณะเดียวกันก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ให้สามารถรับมือกับมนุษย์ได้  ส่วนใหญ่จึงอยู่รอดได้จนถึงทุกวันนี้

ขณะที่สัตว์ขนาดใหญ่สูญพันธุ์มากมายเพราะมนุษย์  มนุษย์ก็ล้มตายมากมายเพราะสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เรียกว่าเชื้อโรค  ทั้งนี้ด้วยสาเหตุเดียวกันก็ว่าได้ นั่นคือ ความไม่รู้   หากคนเราเจอเชื้อโรคที่ไม่เคยพานพบมาก่อน ก็สามารถตายได้ง่าย ๆ  เพราะภูมิคุ้มกันในร่างกายเราไม่รู้จักเชื้อโรคเหล่านั้น ผลก็คือคนในทวีปอเมริกาใต้เมื่อ ๕๐๐ ปีก่อนล้มตายกันเป็นเบือเพียงเพราะติดหวัดจากชาวยุโรปซึ่งไปสร้างอาณานิคมที่นั่น  ส่วนคนยุโรปก็ล้มตายไม่น้อยเพราะติดซิฟิลิสจากคนพื้นเมืองในอเมริกาใต้  ในทำนองเดียวกันคนหลายสิบล้านทั่วโลกก็ตายเพราะเชื้อเอชไอวีซึ่งมีต้นตอมาจากลิงในแอฟริกา

พาหะของเชื้อโรคดังกล่าวมักไม่เป็นอะไร หรือไม่ถึงกับล้มตาย เพราะมีภูมิคุ้มกันโรค อันเป็นผลจากการเผชิญกับเชื้อโรคเหล่านั้นมานานหลายชั่วอายุ   สัตว์และมนุษย์ล้วนมีความสามารถในการเรียนรู้  และการเรียนรู้ที่สำคัญเกิดจากการได้ประสบสัมผัสกับภัยคุกคามครั้งแล้วครั้งเล่าจนรู้วิธีรับมือกับมัน หรือเอาตัวรอดจากมันได้

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ภัยคุกคามทั้งหลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ  มันมาเพื่อให้เราได้เรียนรู้  หากเรารอดจากมันได้เราก็จะเข้มแข็งขึ้น  คนที่รอดตายจากไข้ทรพิษจะไม่ป่วยเพราะโรคนี้อีกเลย ในทำนองเดียวกันคนที่เป็นหวัดชนิดใดก็ตาม เมื่อหายแล้วจะไม่เป็นหวัดชนิดนั้นอีก (แต่อาจป่วยเพราะหวัดชนิดใหม่แทน ซึ่งมีมากมาย)  จะว่าไปแล้ว มิใช่แต่ภัยคุกคามเท่านั้น  อุปสรรคหรือปัญหาต่าง ๆ ก็ช่วยให้เราเข้มแข็งและฉลาดกว่าเดิม   มีความจัดเจนมากขึ้นในการจัดการกับมัน

อย่างไรก็ตามน่าสังเกตว่ามีปัญหาอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกี่ครั้ง ๆ ก็ตาม  ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนรู้จากมันเลย  ยังปล่อยให้มันเล่นงานจนเป็นทุกข์  บางครั้งถึงกับล้มป่วย หรือฆ่าตัวตาย นั่นคือ อารมณ์ฝ่ายลบ เช่น ความโกรธ เศร้า คับแค้น พยาบาท  รู้สึกผิด น้อยเนื้อต่ำใจ     มีคนจำนวนไม่น้อยที่ถูกความโกรธเล่นงานมาทั้งชีวิต  อายุที่มากขึ้นไม่ได้ช่วยให้โกรธน้อยลงเลย กลับโกรธบ่อยขึ้นด้วยซ้ำ

อันที่จริงอารมณ์ฝ่ายลบหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ   น่าจะช่วยให้เรารู้จักมันดีขึ้น รู้ทันมันฉับไวขึ้น   ธรรมชาติได้ให้สติแก่เราซึ่งช่วยให้เราสามารถจัดการกับอารมณ์เหล่านั้นได้  เป็นแต่เราไม่ค่อยได้ใช้มัน  ผลก็คือ แทนที่เราจะรู้เล่ห์กลของอารมณ์เหล่านี้และพาจิตห่างไกลจากมัน   มันกลับรู้วิธีควบคุมและบงการจิตของเราให้เป็นไปตามอำนาจของมัน  กลายเป็นว่ายิ่งนานวันมันก็ยิ่งฉลาดกว่าเรา

ลองหมั่นสังเกตอารมณ์ของเราบ่อย ๆ  อย่าเพิ่งเชื่อหรือทำตามมันอยู่ร่ำไป  การสังเกตจะช่วยให้จิตเราไหวตัวทันเมื่อมันโผล่มาแต่ไกล และไม่เปิดโอกาสให้มันขยุ้มหรือทำร้ายจนบาดเจ็บได้เลย

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved