หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > เป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน
กลับหน้าแรก


นิตยสาร
IMAGE มิถุนายน ๒๕๕๘
เป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน
ภาวัน

“ยุพิน” หนีความอึกทึกวุ่นวายกลางกรุงด้วยการมาอยู่บ้านชานเมือง   ๒-๓ ปีแรกชีวิตเธอสงบราบรื่น  แต่หลังจากชายผู้หนึ่งย้ายมาอยู่บ้านติดรั้วเดียวกับเธอ   เธอก็ต้องเจอเรื่องขุ่นใจอยู่เนือง ๆ   เพราะเขาชอบนำขยะมาทิ้งหน้าบ้านเธอเป็นประจำตอนค่ำคืน  เธอเคยนิ่งเฉยไม่ทำอะไร ปรากฏว่ารุ่งเช้าหมาจรจัดก็มาคุ้ยเขี่ยขยะจนกระจุยกระจายเลอะเทอะ  เธอทนไม่ได้ ต้องกวาดขยะหรือเก็บไปทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า

เธอเคยท้วงติงเขาแต่ก็ไม่เกิดผล ครั้นท้วงหนักเข้าก็เกิดปากเสียงกัน เป็นเช่นนี้ประจำ  จนเธอระอา ไม่อยากคุยด้วย  ผลก็คือการกวาดขยะหน้าบ้านทุกเช้ากลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเธอ  สร้างความหงุดหงิดขุ่นเคืองและคับแค้นใจแก่เธอมาก   กวาดไปก็อดไม่ได้ที่จะก่นด่าเพื่อนบ้านในใจ  เดี๋ยวนี้เวลาอยู่บ้านเธอไม่มีความสุขเหมือนเดิม เพราะแค่เห็นบ้านที่อยู่ติดรั้ว ใบหน้าของเพื่อนบ้านคนนั้นก็ลอยขึ้นมาทันที ทำให้เธอรุ่มร้อนจนความดันขึ้นได้ง่าย ๆ

ใครที่มีประสบการณ์อย่างเดียวกับยุพินคงหาความสงบสุขได้ยาก  หลายคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเพื่อนบ้านแบบนี้เป็นเสมือน “มาร” ที่คอยรังควานชีวิต อย่างไรก็ตามคงไม่ถูกนักหากจะบอกว่าเพื่อนบ้านหรือขยะที่กองอยู่หน้าบ้านคือตัวการสร้างความทุกข์ใจแก่ยุพิน   ที่จริงสาเหตุอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมาก อยู่ที่จิตใจของยุพินเองด้วย  ได้แก่ใจที่รู้สึกเป็นลบหรือปฏิเสธผลักไสขยะเหล่านั้น รวมทั้งความโกรธเคืองเพื่อนบ้าน   หากรู้สึกลบกับขยะ  ก็เป็นทุกข์ทันทีที่เห็นขยะ  แม้ยังไม่ได้ลงมือกวาดมันด้วยซ้ำ  ในทำนองเดียวกันหากรู้สึกชิงชังเพื่อนบ้าน แค่เห็นหลังคาบ้านเขาหรือนึกถึงหน้าเขา จิตใจก็ร้อนรุ่มขึ้นมาทันที

เพื่อนบ้านที่น่ารักเป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้  ส่วนการขับไสหรือกำจัดเพื่อนบ้านที่น่าระอาออกไปเราก็ทำไม่ได้เช่นกัน  แต่ใจเรานั้นอยู่ในวิสัยที่เราจะจัดการได้  ระหว่างการกวาดขยะด้วยใจที่สงบเป็นสมาธิ  กับการกวาดไปบ่นไปหรือกวาดไปก็ด่าไป  อะไรที่เกื้อกูลต่อสุขภาพจิตของเรามากกว่ากัน  จะกวาดด้วยใจแบบไหนเป็นสิ่งที่เราเลือกได้และทำได้  ที่ผ่านมายุพินเลือกกวาดด้วยใจที่หงุดหงิด  แต่หากเธอเลือกกวาดด้วยใจที่สงบ เธอก็สามารถทำได้เช่นกัน ด้วยการมีสติอยู่กับการกวาด   ไม่ปล่อยใจลอยไปที่อื่น  หากใจเผลอไปนึกถึงหน้าเพื่อนบ้าน ก็รู้ทันแล้วดึงจิตกลับมาอยู่กับการกวาด   แต่หากไม่มีสติเสียแล้ว  แม้มือจะกวาดขยะออกไปให้ไกลบ้าน แต่ใจกลับเก็บขยะอารมณ์มาสุมกองไว้ข้างใน  ในเมื่อจะกวาดขยะทั้งที ก็ควรกวาดขยะออกไปจากใจด้วย

หากยุพินลองเปลี่ยนมุมมอง  แทนที่จะมองว่าขยะเป็นปัญหาที่มารบกวนจิตใจของเธอ  ก็มองว่ามันเป็นการบ้านที่ฝึกใจเธอ ไม่ใช่แค่ฝึกให้อดทนเท่านั้น แต่ยังฝึกให้มีสติ รู้ทันอารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดขึ้น  อย่าลืมว่าสิ่งที่ขัดใจเรานั้นสามารถขัดใจเราให้มีกิเลสเบาบาง มีตัวตนเล็กลงได้ด้วย

กับเพื่อนบ้านก็เช่นกัน แทนที่ยุพินจะปล่อยให้ความรู้สึกลบเกาะกินใจเธอ  ลองแผ่เมตตาให้แก่เขาบ้าง  ความรุ่มร้อนในใจก็จะบรรเทาลง คนที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ที่จริงก็น่าสงสาร เพราะคงหาคนที่รักและจริงใจกับเขาได้ยาก 

จะว่าไปคนแบบนี้ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้  มีหลายคนแก้ปัญหาเพื่อนบ้านที่ไม่น่ารักด้วยการทำให้เขามาเป็นมิตร โดยเป็นฝ่ายหยิบยื่นไมตรีให้เขาก่อน  ชายผู้หนึ่งเจอปัญหาหนักกว่ายุพินเสียอีก  เพราะมีการก่อสร้างตึกใหม่ข้างบ้านเขา  คนงานก่อสร้างโยนขยะลงมายังสนามหญ้าในบ้านเขาเป็นประจำ  เขาเคยออกไปต่อว่าคนงานเหล่านั้นหลายครั้ง ก็ไม่เป็นผล  อีกทั้งจับมือใครดมไม่ได้เพราะคนงานก่อสร้างมีหลายคน 

แทนที่จะโกรธ เขาเปลี่ยนมาใช้วิธีใหม่ นั่นคือ เอาขนมหรือผลไม้ไปให้แก่คนงานก่อสร้างรวมทั้งผู้คุมงานอยู่เนือง ๆ เจอหน้ากันก็ทักทายไต่ถาม จนมีความสนิทสนมคุ้นเคยกัน กลายเป็นเพื่อนบ้านกันจริง ๆ  ปรากฏว่าไม่นานขยะก็หายไปจากสนามหญ้าของเขา เพราะไม่มีใครโยนมาอีกเลย  ทั้งนี้ก็เพราะเมื่อเป็นเพื่อนกันแล้ว คนงานก่อสร้างเหล่านั้นก็รู้สึกเกรงใจ ไม่ทำตามใจดังแต่ก่อน

เพื่อนบ้านนั้นจะต้องอยู่กับเราอีกนาน  ดังนั้นแทนที่จะเป็นศัตรูกัน  สร้างความเป็นมิตรต่อกันจะดีกว่า  แม้เพื่อนบ้านที่น่าระอาก็สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้หากกลายเป็นมิตรกับเรา  แต่ก่อนอื่นเราต้องพยายามเป็นมิตรกับเขาก่อน ด้วยการหยิบยื่นน้ำใจไมตรีให้เขา 

การให้หรือการแบ่งปันนั้นเป็นสิ่งประสานใจที่มีอานุภาพมาก  หากทำด้วยความจริงใจแม้แต่ศัตรูก็กลายเป็นมิตรได้

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved