หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > ทางออกอยู่ที่ทางเข้า
กลับหน้าแรก


นิตยสาร
IMAGE มีนาคม ๒๕๕๘
ทางออกอยู่ที่ทางเข้า
ภาวัน

เมื่อมีปัญหา ใคร ๆ ก็ย่อมแสวงหาทางออก  แต่บ่อยครั้งเรามักได้ยินผู้คนบ่นว่า “ไม่มีทางออก ๆ”  อันที่จริงทางออกนั้นมีเสมอ  แต่ถ้าไม่เจอก็มักเป็นเพราะมองไม่ถี่ถ้วนหรือมองไม่รอบด้าน  เพราะถ้าเพียงแต่เหลียวหลังไปดู ก็จะพบว่าทุกปัญหา โดยเฉพาะที่สร้างความทุกข์ใจ  มีทางออกอย่างน้อยก็ทางหนึ่ง นั่นคือทางเข้า 

เข้าทางไหน เราก็สามารถออกทางนั้นได้ เป็นแต่ผู้คนจำนวนส่วนใหญ่มองไม่เห็น หรือถึงมองเห็นก็ไม่คิดว่านั่นจะเป็นทางออกได้

คนที่เล่นการพนันจนหมดตัว แถมมีหนี้สินท่วมหัว จะบากหน้ายืมเงินใครก็ไม่ได้เพราะไม่มีคนเชื่อถือ ย่อมรู้สึกจนตรอก หมดทางออก หาไม่ก็เห็นว่าทางออกคือ ปล้น จี้ ขายยาบ้า เท่านั้น แต่ที่จริงทางออกที่ดีกว่านั้นมีอยู่นั่นคือเลิกเล่นการพนัน  ใช่หรือไม่ว่าการพนันคือประตูพาสู่ความฉิบหายที่กำลังเกิดขึ้นกับเขา  ถ้าอยากออกจากภาวะดังกล่าว ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการก้าวขาออกจากประตูนั้น

เมื่อพบว่ากิจการของตนกำลังตกต่ำย่ำแย่ นักธุรกิจหลายคนพยายามหาทุนมาค้ำจุนกิจการนั้น แต่ทุ่มเงินลงไปเท่าใด สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น  จึงขายสมบัติที่มีอยู่ด้วยความหวังว่าเงินที่ได้มาจะช่วยพยุงธุรกิจนั้นให้อยู่รอดได้  แต่ยิ่งทำปัญหาก็ยิ่งลุกลาม ฉุดเอาอะไรต่ออะไรลงเหวไปด้วย ถึงตรงนี้ก็รู้สึกมืดแปดด้าน ทางออกไม่หลงเหลือยกเว้นแต่การฆ่าตัวตาย  แต่เขาลืมไปว่าในเมื่อเป็นทุกข์เพราะแบกกิจการนั้นเอาไว้   ทางออกก็คือปล่อยมันลงเสีย

เข้าทางไหน ก็ออกทางนั้นได้  แต่หลายคนไม่ยอมออกตรงทางเข้า เพราะมองไม่เห็นว่ามันจะเป็นทางออกได้ อะไรบังตาเขาไว้ คำตอบคือความยึดติดถือมั่นในบางสิ่งบางอย่าง  เช่น ยึดติดหวงแหนกิจการ  ทนไม่ได้ที่จะเห็นมันพังไปต่อหน้าต่อตา  จึงมีพฤติกรรมไม่ต่างจากคนที่กอดหีบสมบัติที่กำลังดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลด้วยความหวังว่าจะกู้มันขึ้นมาได้  ผลก็คือไม่เพียงสูญเสียทรัพย์เท่านั้นแต่ยังสูญเสียสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือชีวิต 

เมื่อมองว่าอะไรเป็นปัญหา ความทุกข์ใจก็เกิดขึ้นทันที   ทำไมจึงมองว่ามันเป็นปัญหา ก็เพราะมันกระทบกับสิ่งที่เรายึดติดถือมั่น  ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็น กำไร  สุขภาพ  ความรัก ครอบครัว ความสำเร็จ  พูดอีกอย่างก็คือ  ความทุกข์ใจเกิดขึ้นเพราะความยึดติดถือมั่น   ยิ่งยึดมั่นก็ยิ่งเป็นทุกข์เมื่อมันไม่เป็นดั่งใจ ความยึดมั่นจึงเป็นเสมือนประตูสู่ความทุกข์  ถ้าไม่อยากทุกข์ต่อไป ก็เพียงแต่เดินออกทางประตูนั้น นั่นคือการปล่อยวาง

ผู้คนมักคิดว่าทางออกอยู่ที่การสร้างทางเลือกใหม่ หรือทำนั่นทำนี่เพื่อมีทางไปต่อ จะได้ห่างไกลจากความทุกข์ แต่บางครั้งนั่นก็เป็นแต่เพียงการซื้อเวลาหรือสร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น  ในเมื่อสาเหตุที่แท้จริงของความทุกข์อยู่ที่การแบกหินก้อนหนัก ไม่ว่าจะเติมแต่งหินให้สวยงามอย่างไร มันก็ยังหนักอึ้งอยู่นั่นเอง  ทางเดียวที่จะหมดทุกข์หมดปัญหาก็คือการวางมันลงเสีย

ความยึดมั่นเป็นต้นตอของความทุกข์ ขณะเดียวกันมันก็บังตาผู้คนจนมองไม่เห็นว่าทางออกนั้นอยู่ที่ทางเข้านั่นเอง ผลก็คือหลงวนอยู่ในปัญหาจนหมดสภาพไปในที่สุด


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved