หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > หลุมดำปราบเซียน
กลับหน้าแรก


นิตยสาร
IMAGE ธันวาคม ๒๕๕๗
หลุมดำปราบเซียน
ภาวัน

ปาร์กเกอร์ ปาล์มเมอร์ เป็นครูที่มีประสบการณ์การสอนมานานกว่า ๓๐ ปี  เขียนหนังสือติดอันดับขายดีหลายเล่ม  เขาได้รับการยกย่องจากหลายวงการในสหรัฐอเมริกา ไม่เฉพาะแต่วงการการศึกษาเท่านั้น นอกจากปริญญากิตติมศักดิ์ ๑๐ ใบแล้ว เขายังได้รับรางวัลระดับชาติมากมาย

ทั้ง ๆ ที่ได้รับความสำเร็จมากมาย แต่ก็มีเหตุการณ์หนึ่งที่ให้บทเรียนล้ำค่าแก่เขา

คราวนั้นเขาได้มาจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่คณาจารย์ที่มหาวิทยาลัยมิดเวสท์   การอบรมครั้งนั้นสำเร็จอย่างงดงาม เขาได้รับความชื่นชมจากผู้คนถ้วนหน้า  หลายคนบอกว่าปาร์กเกอร์ทำให้พวกเขาเข้าใจศิลปะการสอนลึกซึ้งขึ้น ดังนั้นเมื่อเขาได้รับการขอร้องให้ช่วยสาธิตการสอนสักหนึ่งชั่วโมง  เขาจึงตอบตกลง  ตอนนั้นเขาไม่เฉลียวใจเลยว่านี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก

ห้องเรียนที่เขาอาสาเป็นครูชั่วคราวนั้น เป็นห้องเรียนวิชารัฐศาสตร์ มีนักศึกษาอยู่ ๓๐ คน  ทุกคนในห้องดูสนใจเรียน ยกเว้นคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่แถวสุดท้ายของห้อง  หมวกแก๊ปถูกดึงลงมาปิดตา จึงมองไม่ออกว่าเขากำลังหลับหรือลืมตาอยู่   บนโต๊ะของเขาว่างเปล่า ไม่มีสมุดบันทึกหรือเครื่องเขียนเลย  แถมเอนกายนอนขนานกับพื้นราวกับกำลังเลื้อย

“นักศึกษาจากนรก”คนนี้เป็นเสมือนสิ่งท้าทายความสามารถของปาร์กเกอร์  ตลอดทั้งชั่วโมงเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อปลุกชายหนุ่มคนนี้ให้ตื่นจากความหลับใหล หันมากระตือรือร้นสนใจการเรียน  แต่ยิ่งพยายามเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกแย่เพราะไม่มีทีท่าว่าจะสำเร็จเลย  แต่เขาจะยอมแพ้ได้อย่างไรในเมื่อเขาเป็นครูที่จัดเจนและได้รับความยกย่องจากผู้คนมากมาย  นั่นยิ่งทำให้เขาพยายามเอาชนะชายหนุ่มคนนี้ให้ได้ โดยไม่สนใจนักศึกษาที่เหลือทั้งชั้น  ชายหนุ่มคนนั้นกลายเป็น “หลุมดำ”ที่ดูดพลังงานเขาไปจนหมดสิ้น ผลก็คือชั่วโมงนั้นกลายเป็นชั่วโมงที่ยาวนานและแสนทรมาน  อีกทั้งจบลงด้วยความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะนอกจากเขาจะดึงความสนใจชายหนุ่มคนนี้ไม่สำเร็จแล้ว  นักศึกษาคนอื่น ๆ ที่เหลือก็ไม่ได้อะไรจากการสอนของเขาเลย

เมื่อจบชั่วโมง เขารู้สึกอับอายขายหน้ามาก  เพราะตกม้าตายต่อหน้านักศึกษาและบรรดาครูที่ชื่นชมยกย่องเขา  เขารู้สึกสมเพชตัวเองและเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง  มันทำให้เขาสูญเสียความเคารพตนเอง กลายเป็นแผลฉกรรจ์ในจิตใจของเขา

เมื่อใคร่ครวญเหตุการณ์ครั้งนั้นในภายหลัง เขาพบว่าความผิดพลาดที่สำคัญของเขาก็คือ  การหมกมุ่นจดจ่ออยู่กับนักศึกษาคนนั้นคนเดียว  ปล่อยให้นักศึกษาคนอื่นหายไปจากสายตาของเขา  นี้เป็นความผิดพลาดอย่างเดียวกับที่ครูฝึกสอนไร้เดียงสาทำเป็นประจำ

ถ้าเพียงแต่เขาปล่อยวางชายหนุ่มคนนั้นลงบ้าง แล้วหันมาให้ความใส่ใจกับนักศึกษาคนอื่น ๆ เขาย่อมจะมีกำลังใจในการสอน เพราะคงได้เห็นแววตาแห่งความสนใจใฝ่รู้ของคนเหล่านั้น   การสอนของเขาในวันนั้นจะกลายเป็นความสนุกได้ไม่ยาก  เขาอาจปลุกความกระตือรือร้นของนักศึกษาทั้ง ๓๐ คนไม่ได้ แต่การกระตุ้นความใฝ่รู้ของนักศึกษา ๒๙ คนก็เป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมมิใช่หรือ

ประสบการณ์ดังกล่าวของปาร์กเกอร์ เป็นบทเรียนอย่างดีสำหรับครูหรือผู้บรรยาย  แทนที่จะมัวจดจ่อใส่ใจกับผู้ฟังบางคนที่นั่งหลับ คุยโทรศัพท์ หรือเล่นไลน์  จนหัวเสียและไม่มีสมาธิกับการสอนการบรรยาย  หากหันมาสนใจผู้ฟังส่วนใหญ่ในห้อง ก็คงไม่ตกม้าตายง่าย ๆ

แต่ถึงจะไม่ใช่ครูหรือผู้บรรยาย  ประสบการณ์ของปาร์กเกอร์ก็เป็นเครื่องเตือนใจอย่างดีว่า อย่ามัวจดจ่ออยู่กับปัญหาอุปสรรคหรือข้อบกพร่อง จนละเลยประโยชน์ ความสำเร็จ หรือข้อดี ของสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังทำอยู่  ถ้าจดจ่อแต่อย่างแรก ก็มีแต่จะท้อและอ่อนล้า  แต่ถ้าจดจ่ออย่างหลัง ก็จะมีกำลังใจ และทำให้สนุกกับงานได้ไม่ยาก

ถ้าคุณรู้สึกแย่กับชีวิต นั่นอาจเป็นเพราะคุณกำลังทำความผิดพลาดอย่างเดียวกับปาร์กเกอร์ในเหตุการณ์ครั้งนั้น


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved