หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > พบเมื่อใด สุขใจเมื่อนั้น
กลับหน้าแรก


นิตยสาร
IMAGE พฤศจิกายน ๒๕๕๗
พบเมื่อใด สุขใจเมื่อนั้น
ภาวัน

ซารูเด็กชายวัย ๕ ขวบพลัดหลงกับพี่ชายในคืนวันหนึ่ง  คืนนั้นเขานั่งรถไฟมากับพี่ชาย  เมื่อลงจากรถไฟเด็กน้อยเหนื่อยมาก  เขาผลอยหลับไปขณะที่พี่ชายออกไปหาของกิน  เมื่อตื่นขึ้นมาเขาหาพี่ชายไม่พบ ด้วยความตกใจเด็กน้อยกระโดดขึ้นรถไฟที่จอดอยู่ข้างหน้าแล้วหลับต่อมารู้ตัวอีกทีเขาก็ถึงปลายทางคือกัลกัตตา

ซารูกลายเป็นเด็กเร่ร่อนแถวสถานีรถไฟ คุ้ยหาอาหารตามถังขยะและพื้นดิน จนมีคนมาพบและส่งเขาไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า  มีการลงประกาศหาพ่อแม่ของเขาตามหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ไร้ผล  โชคดีที่มีคนรับเขาเป็นบุตรบุญธรรมที่ออสเตรเลีย นับแต่นั้นชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ตั้งแต่เด็กจนหนุ่มเขาคิดถึงบ้านเกิดอยู่เสมอ แต่เขาจำอะไรแทบไม่ได้เลย รวมทั้งชื่อพ่อแม่และนามสกุลดั้งเดิมของตัว  จำได้แต่สถานีรถไฟใกล้บ้านเกิดว่ามีหอเก็บน้ำ สะพาน และแม่น้ำอยู่แถวนั้น  การหาบ้านเกิดจึงแทบไม่ต่างจากการหาเข็มในกองฟาง

โชคดีที่ไม่กีปีมานี้มีGoogle Earthเกิดขึ้น เขาอาศัยโปรแกรมนี้ตามหาบ้านเกิดทางคอมพิวเตอร์ โดยเริ่มต้นที่สถานีกัลกัตตาแล้วไล่ตามเส้นทางรถไฟย้อนขึ้นไป เขาหมกมุ่นอยู่กับภาพถ่ายดาวเทียมภาพแล้วภาพเล่านานหลายปีจนในที่สุดก็ค้นพบสถานีหนึ่งซึ่งคล้ายภาพในความทรงจำของเขา

แล้วเขาก็เดินทางไปกัลกัตตา นั่งรถไฟไปลงที่สถานีดังกล่าว แม้พูดภาษาฮินดีไม่ได้เลย แต่เมื่อยื่นภาพถ่ายวัย ๕ ขวบของเขาจากพาสปอร์ตเมื่อ ๒๕ ปีก่อน  คนแถวนั้นก็จำได้ และพาเขาไปพบแม่  ทั้งสองคนตื่นเต้นดีใจมาก กอดกันตัวกลม รู้สึกเหมือนฝันเพราะไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ได้

เทคโนโลยียุคใหม่ทำให้การตามหาบ้านเกิด พ่อแม่ ลูกหลาน หรือเพื่อนที่พลัดพรากจากกันหลายสิบปี กลายเป็นสิ่งที่ง่ายดาย  บางคนแค่ประกาศหาทางเฟซบุ๊คไม่กี่วันก็ประสบความสำเร็จ ดังหนุ่มชาวอังกฤษที่สามารถตามหาสามีภรรยาชาวไทยที่เคยช่วยเขาในเหตุการณ์สึนามิ  โดยไม่ต้องเดินทางมาที่ภูเก็ตด้วยตนเอง

สมัยนี้จะตามหาใครไม่ใช่เรื่องยากแล้ว  แต่ที่ยังยากอยู่หรือยากกว่าเดิมก็คือ การตามหาตนเอง  ผู้คนเป็นอันมากแก่ชราแล้วก็ยังตามหาตนเองไม่พบ  ไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร อยู่เพื่ออะไร และต้องการอะไรอย่างแท้จริง

ออรังเซ็บ กษัตริย์อินเดียราชวงศ์โมกุล ซึ่งยึดอำนาจจากบิดาคือชาห์ชะฮาน ผู้สร้างทัชมาฮาล  ตลอดทั้งชีวิตทำสงครามขยายอาณาจักรจนดินแดนแผ่ไพศาล  ครอบครองประชากรเกือบ ๑ ใน ๔ ของโลก และได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก  แต่เมื่อใกล้ตายเขารำพึงด้วยความรันทดว่า  “ฉันมาแล้วก็ไปอย่างคนแปลกหน้า ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร และกำลังทำอะไรอยู่”

มาร์คอส ซึ่งเคยเป็นประธานาธิบดีที่เรืองอำนาจของฟิลิปปินส์ เคยบันทึกด้วยความรู้สึกคล้าย ๆ กันว่า  “ผมมีอำนาจมากที่สุดในฟิลิปปินส์  ผมมีทุกอย่างที่เคยใฝ่ฝัน พูดให้ถูกต้องคือ ผมมีทรัพย์สมบัติทุกอย่างเท่าที่ชีวิตต้องการ มีภรรยา ซึ่งเป็นที่รักและมีส่วนร่วมในทุกอย่างที่ผมทำ  มีลูก ๆ ที่ฉลาดหลักแหลม และสืบทอดวงศ์ตระกูล มีชีวิตที่สุขสบาย ผมมีทุกอย่าง แต่กระนั้นผมก็ยังรู้สึกไม่พึงพอใจในชีวิต”

แม้ในยามที่รุ่งเรืองถึงขีดสุด คนจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่รู้ว่าตนต้องการอะไรอย่างแท้จริง  ที่แน่ ๆ ก็คือ อำนาจและทรัพย์สมบัติที่มีมากมายนั้น  หาใช่สิ่งที่ตนเองกำลังแสวงหาไม่   ถ้าเช่นนั้นมันคืออะไร  หลายคนตายแล้วก็ยังไม่พบ จึงอยู่อย่างไร้สุข

จะตามหาใครหรืออะไรก็แล้วแต่  อย่าลืมตามหาตนเองให้พบด้วย  มันไม่ช่วยให้อิ่มท้องหรือหายหิวก็จริง แต่ก็ทำให้ชีวิตนี้มีความหมายและอยู่อย่างอิ่มเอมเต็มเปี่ยม


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved