หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > อย่าลืมเก็บของดีติดมือ
กลับหน้าแรก

นิตยสาร IMAGE กรกฎาคม ๒๕๕๗
อย่าลืมเก็บของดีติดมือ
ภาวัน

แบ่งปันบน facebook Share   

เช้าวันหนึ่งขณะที่จอห์น โรเจอร์สจูงหมาออกไปเดินเล่น  จู่ ๆ หญิงสาวผู้หนึ่งก็เข้ามากระแทกเขาที่ด้านหลัง ผลักเขาล้มลง แล้วกระหน่ำแทงตามลำตัวอย่างไม่ยั้งรวม ๔๐ แผล จากนั้นก็ทิ้งเขาให้นอนจมกองเลือด เดชะบุญที่มีคนช่วยเขาพาส่งโรงพยาบาลได้ทัน

เขามารู้ภายหลังว่าหญิงคนนั้นฆ่าผู้ชายตายไปแล้ว ๓ คนภายในเวลาแค่ ๑๐ วัน อีกคนปางตาย ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเรื่องโกรธแค้นเป็นส่วนตัวเลย   หลังจากที่เขามีอาการดีขึ้นแล้ว  มีนักข่าวถามว่า เขาอยากพูดอะไรกับหญิงคนนั้น เขาตอบว่า  “ผมอยากถามว่า ทำไมต้องทำอย่างนี้? กรุณาบอกผมด้วย”  ครั้นนักข่าวถามต่อว่า เหตุการณ์วันนั้นทำให้การดำเนินชีวิตของเขาเปลี่ยนไปหรือไม่

คำตอบของเขาก็คือ “ตอนนี้ผมได้คิดแล้วว่า วันหนึ่งผมอาจตื่นขึ้นมาแต่เช้า เดินอยู่ดี ๆ แล้วโดนรถเมล์แล่นทับตายก็ได้ เราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ฉะนั้นพยายามทำสิ่งที่ดีสุดทุกวันดีกว่า ”

คนจำนวนไม่น้อยหากเจอเหตุการณ์แบบนี้ นอกจากจะโกรธแค้นมือมีดแล้ว  ย่อมอดไม่ได้ที่จะก่นด่าชะตากรรม ตีโพยตีพาย หรือคร่ำครวญว่า ทำไมถึงเคราะห์ร้ายอย่างนี้  กลายเป็นประสบการณ์อันเจ็บปวด  ย้อนรำลึกเมื่อใด ก็รู้สึกหวาดผวาเมื่อนั้นเสมือนฝันร้าย

มุมมองเช่นนี้ย่อมทำให้เป็นทุกข์ และไม่ได้อะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้นเลย  แต่การที่ชายผู้นี้มองอีกมุมหนึ่ง  นอกจากเขาจะไม่ทุกข์เพราะถูกความโกรธแค้นพยาบาทเผาลนใจแล้ว  ยังได้แง่คิดจากประสบการณ์ดังกล่าว ทำให้ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท และเห็นคุณค่าของทุกวันที่ยังมีลมหายใจอยู่ เพราะความตายเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

มองในแง่นี้เขาไม่ได้เป็นฝ่ายถูกกระทำจากเหตุการณ์ดังกล่าวเท่านั้น แต่เขายังได้ประโยชน์จากมันด้วย  ท่ามกลางความสูญเสียเจ็บปวด  เขาก็ได้ “กำไร”จากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย คือได้ข้อคิดเตือนใจ ซึ่งจะช่วยให้เขาใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่ากับเวลาที่เหลืออยู่

เหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับเรานั้น  หากวางใจไม่ถูก หรือมองไม่เป็น   ก็มีแต่เสียสถานเดียว แต่ถ้าวางใจเป็น  แม้เสียทรัพย์หรือเสียสวัสดิภาพ  แต่ก็ยังได้บางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่าเป็นสิ่งตอบแทน

เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี ๒๕๕๔  ผู้คนสูญเสียทรัพย์สมบัติมากมายไปกับสายน้ำ  ที่สิ้นเนื้อประดาตัวก็มีไม่น้อย   หลายคนเศร้าโศกเสียใจนานนับเดือน  บางคนถึงกับฆ่าตัวตาย   แต่มีหญิงผู้หนึ่งทำใจได้  เธอบอกว่าน้ำท่วมคราวนี้สอนให้เธอรู้ว่า ไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลยแม้แต่อย่างเดียว  มันอยู่กับเราเพียงชั่วคราวเท่านั้น  สักวันหนึ่งมันก็ไปจากเรา

สำหรับหญิงผู้นี้  เธอเพียงแต่เสียทรัพย์ แต่ก็ได้สัจธรรมมาเป็นเครื่องเตือนใจ  ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เธอทำใจได้กับเหตุการณ์นี้เท่านั้น แต่ยังจะช่วยให้เธอสามารถรับมือกับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ด้วย

เหตุร้ายต่าง ๆ นั้น แม้จะทำให้เราต้องสูญทรัพย์ เสียคนรัก ล้มป่วย หรือพิการ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องตามมาด้วยความเศร้าโศกเสียใจหรือเจ็บปวดเสมอไป  เราสามารถรักษาใจให้ไม่ทุกข์ได้หากรู้จักมองเหตุการณ์ดังกล่าวโดยไม่ซ้ำเติมตัวเอง

ผู้คนเป็นอันมากเมื่อเกิดเหตุร้ายแล้วก็ซ้ำเติมตัวเอง  แทนที่จะป่วยกายอย่างเดียว ก็ป่วยใจตามไปด้วย แทนที่จะเสียทรัพย์อย่างเดียว ก็เสียใจระทมทุกข์ซ้ำเข้าไปอีก  ครั้นตรอมตรมมาก ๆ จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ก็เสียสุขภาพตามมา แล้วก็เสียงานเสียการ  เท่านั้นไม่พอ เมื่อเผลอระบายอารมณ์บูดใส่คนรอบข้าง ก็ทำให้เสียสัมพันธภาพอีก  กลายเป็นว่าแทนที่จะเสียอย่างเดียว คือ เสียทรัพย์ กลับเสียหลายอย่าง ซึ่งล้วนแต่มีคุณค่าทั้งสิ้น

ใครจะทำร้ายหรือเอาเปรียบเราก็แล้วแต่ ล้วนเป็นเรื่องที่ห้ามได้ยาก  แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำได้เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมาก็คือ อย่าซ้ำเติมตัวเอง  อย่างน้อยก็ควรรักษาใจให้ไกลทุกข์  ดียิ่งกว่านั้นก็คือ เก็บเกี่ยวสิ่งดี ๆ หรือหาประโยชน์จากมันให้ได้

“คนเราเมื่อล้มแล้ว (ก่อนจะลุก)ต้องหยิบอะไรขึ้นมาสักอย่าง”  เป็นคติเตือนใจของออสวอลด์ อเวอรี นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ซึ่งทำให้เขาไม่เคยท้อแท้เมื่อประสบความล้มเหลว ซ้ำยังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากความล้มเหลวทุกครั้ง 

ไม่ใช่แต่ความล้มเหลวเท่านั้น  แม้เหตุการณ์เลวร้ายอื่น ๆ ที่เกิดกับเรา ล้วนมีของดีให้เราหยิบติดมือก่อนจะลุกขึ้นมาเสมอ


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved