หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > หมดสนุกเมื่อเงินมา
กลับหน้าแรก

นิตยสาร IMAGE มิถุนายน ๒๕๕๗
หมดสนุกเมื่อเงินมา
ภาวัน

แบ่งปันบน facebook Share   

มีเรื่องเล่าว่า พ่อค้าสูงวัยผู้หนึ่งหลังจากผ่านการอบรมปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้น ได้ตัดสินใจว่านับแต่นี้ไปเขาจะทำสมาธิภาวนาอย่างจริงจังทุกเย็นหลังเลิกงาน  แล้วเขาก็ทำได้อย่างที่ตั้งใจ  แต่พอถึงวันเสาร์และอาทิตย์ อุปสรรคก็เกิดขึ้น  มีเด็กกลุ่มหนึ่งเล่นฟุตบอลบนถนนหน้าบ้านเขา  ส่งเสียงดังจนเขาทำสมาธิไม่ได้เลย   เขาอยากตะเพิดเด็กกลุ่มนี้ให้ไปไกล ๆ แต่เขารู้ดีว่า การทำเช่นนั้นเท่ากับยั่วยุให้เด็กกลุ่มนี้รังควานเขาหนักขึ้น

เขาครุ่นคิดอยู่สักพัก ก็ออกไปหาเด็กกลุ่มนี้ แล้วพูดว่า “พวกหนูเล่นฟุตบอลอย่างสนุกสนานร่าเริง ทำให้ลุงรู้สึกเบิกบานใจมาก  อยากให้หนูมาเล่นอีก” ว่าแล้วก็ควักเงิน ๑๐๐ บาทเป็นค่าจ้าง  “เอาไปแบ่งกันนะ” เด็กรับเงินด้วยความดีใจ

อาทิตย์ต่อมาเด็ก ๆ ก็มาเล่นฟุตบอลอีก  คราวนี้เขาบอกเด็กว่า “ช่วงนี้ลุงมีปัญหาเรื่องเงินนิดหน่อย  ให้หนูแค่ ๕๐ บาทก็แล้วกัน  อาทิตย์หน้ามาเล่นใหม่นะ”

อาทิตย์ถัดมาเด็ก ๆ ก็มาตามนัด หลังจากเล่นเสร็จ เขาก็ออกมาหาเด็กแล้วพูดว่า “ช่วงนี้ลุงไม่ค่อยมีเงินเลย  หนูเอาไปเท่านี้ก็พอนะ” ว่าแล้วก็ควักเงิน ๑๐ บาทให้เด็ก    เด็กรับเงินอย่างเสียไม่ได้   ทุกคนรู้สึกอย่างเดียวกันว่าเงินแค่นี้ไม่คุ้มกับความเหน็ดเหนื่อย   อาทิตย์ต่อมาจึงไม่มีใครมาเล่นฟุตบอลอีกเลย   แล้วความสงบก็กลับคืนมาอีกครั้งสมใจชายผู้นั้น

แรกเริ่มเดิมทีเด็กกลุ่มนี้เล่นฟุตบอลด้วยความสนุกสนาน  แต่พอได้เงินเป็นค่าจ้าง   ความรู้สึกว่า “คุ้ม” หรือ “ไม่คุ้ม” ก็มาแทนที่จนลืมความสนุกสนานไปเลย   อันที่จริงแม้ได้เงินแค่ ๑๐ บาทพวกเขาน่าจะดีใจ เพราะทีแรกเล่นโดยไม่ได้อะไรเลย    แต่เด็กไม่ได้คิดเช่นนั้น กลับมองว่าก่อนหน้านี้ตนเคยได้เงินถึง ๑๐๐ บาท แต่ตอนนี้ได้แค่ ๑๐ บาท   ทันทีที่คิดว่าเงิน ๑๐ บาทเป็นค่าจ้าง ความรู้สึกว่า “ไม่คุ้ม” ก็เกิดขึ้นทันที ทำให้ไม่อยากเล่นฟุตบอลต่อไป  ความสนุกสนานที่เคยมีกลับไร้ความหมายไปเสียแล้ว

เงินนั้นมีอิทธิพลต่อความคิดของเรามาก  มันสามารถทำให้สิ่งที่เราเคยทำอย่างสนุกสนาน กลายเป็นสิ่งที่น่าเบื่อและจำใจทำไปได้ทันที  อันที่จริงเงินไม่ใช่ตัวปัญหา   ปัญหาอยู่ที่ความคิดว่า “ไม่คุ้ม”ต่างหาก  ถ้าเด็กคิดว่า ๑๐ บาทเป็นของแถม ไม่ใช่ค่าจ้าง  หรือถ้าเด็กมองแง่บวกว่าตน “ได้” ๑๐ บาท  ไม่ใช่มองแง่ลบว่าตน “เสีย” ๙๐ บาท เด็กก็ยังสนุกกับการเล่นฟุตบอลต่อไป   อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่อดไม่ได้ที่จะปล่อยให้ความรู้สึกว่า “ไม่คุ้ม”เข้ามาครอบงำจิตใจเมื่อเงินที่ได้รับนั้นมีจำนวนน้อย 

น่าแปลกก็ตรงที่หากไม่มีเงินมาเกี่ยวข้องเลย ผู้คนอาจเต็มใจทำหรือทำงานอย่างมีความสุขกว่าด้วยซ้ำ   จิตอาสาจำนวนมากมีความสุขกับการทำงานเพราะเห็นคุณค่าของงาน อีกทั้งมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานนั้น   แต่เมื่อใดที่ได้รับค่าจ้างด้วยเงินน้อยนิด เขากลับทำงานเดียวกันนั้นอย่างไม่มีความสุข  ทั้งนี้ก็เพราะความรู้สึกว่า “ไม่คุ้ม” มาแทนที่ จนบดบังคุณค่าของงาน จึงไม่รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำ

นอกจากความสุขแล้ว  ผลงานก็อาจแตกต่างกันด้วย  คนที่ทำให้เปล่า ๆ อาจมีผลงานดีกว่าคนที่ได้ค่าจ้างด้วยซ้ำ  เคยมีการนำอาสาสมัครสามกลุ่มมาทำกิจกรรมเดียวกัน นั่นคือ ใช้เมาส์ลากวงกลมเข้าไปในกรอบสี่เหลี่ยมที่ปรากฏในจอคอมพิวเตอร์ เมื่อลากเข้าไปแล้ววงกลมจะหายไปจากจอ แล้วปรากฏขึ้นใหม่  สิ่งที่ทุกคนต้องทำก็คือ ลากวงกลมเข้าไปในกรอบสี่เหลี่ยมให้ได้มากที่สุดภายใน ๕ นาที  กลุ่มแรกได้เงิน ๕ ดอลลาร์ก่อนทำ  กลุ่มที่สองได้ ๕๐ เซ็นต์  กลุ่มที่สามถูกขอร้องให้มาทำกิจกรรมดังกล่าวโดยไม่มีการพูดถึงเงินเลย

ผลปรากฏว่ากลุ่มแรกลากวงกลมได้เฉลี่ย ๑๕๙ วง ส่วนกลุ่มที่สองลากได้ ๑๐๑ วง ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะกลุ่มที่สองได้เงินน้อยกว่ากลุ่มแรกมาก  แต่ที่น่าแปลกใจคือกลุ่มที่สาม ลากได้ ๑๖๘ วง มากกว่ากลุ่มแรกเสียอีก ทั้ง ๆที่ไม่ได้อะไรเลย  การทดลองนี้เหมือนจะบอกเราว่า  การไหว้วานขอความช่วยเหลือนั้น ให้ผลดีกว่าการว่าจ้างด้วยเงินเพียงน้อยนิด 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ได้เงินเพียงน้อยนิด แต่ถ้าไม่ติดใจว่าเป็นเงินเล็กน้อยหรือเอาแต่คิดว่าไม่คุ้ม เราก็สามารถทำด้วยความตั้งใจและอย่างมีความสุขได้มิใช่หรือ  ขอเพียงแต่เห็นคุณค่าของงานที่ตนทำ ก็จะได้รับความภาคภูมิใจเป็นรางวัล


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved