หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > เยียวยาด้วยรัก
กลับหน้าแรก

นิตยสาร IMAGE กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
เยียวยาด้วยรัก
ภาวัน

แบ่งปันบน facebook Share   

ตอนอายุสามขวบ เธอถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ  หกปีต่อมาเธอก็มีพ่อเลี้ยงคนใหม่ เป็นนักบิดรูปร่างใหญ่โต  วัน ๆ ง่วนอยู่กับแก๊งมอเตอร์ไซค์ ชอบเสพยาในบ้าน ร้ายกว่านั้นก็คือ ชอบใช้กำลังกับแม่ของเธอและตัวเธอ  เธอจึงกลายเป็นคนก้าวร้าวตั้งแต่เด็ก มีเรื่องตบตีกับเพื่อนเป็นประจำ

พออายุ ๑๔ เธอหนีออกจากบ้าน ไปมั่วสุมกับเพื่อนวัยรุ่นด้วยกัน  อายุ ๑๕ เธอถูกตำรวจจับ กว่าแม่จะมารับตัวเธอกลับบ้านก็ผ่านไปเป็นอาทิตย์  ไม่กี่ปีต่อมาเธอก็ถูกชายสองคนข่มขืน เธอโทษตัวเองว่าเป็นความผิดของเธอเองที่ไปบ้านเขาทั้ง ๆ ที่เพิ่งรู้จักกัน  เธอต้องทนอยู่กับความอับอายดังกล่าวเป็นเวลาหลายปี ในที่สุดก็ต้องเข้าหายาเสพติดเพื่อกลบความอับอายและเพื่อลืมความทรงจำอันเลวร้ายตั้งแต่วัยเด็ก ไม่นานก็ติดยาเต็มขั้น  ยังดีที่ตอนอายุ ๒๑ เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง อายุไล่ ๆ กับเธอ แต่ดูแก่เกินวัยมากราวกับอายุ ๔๐   เธอกลัวจะเป็นอย่างนั้น จึงตัดใจเลิกยา

แล้วเธอก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ มีสามี มีลูกที่น่ารัก และมีงานที่ดี  แต่ก็มีปัญหานอนไม่หลับและฝันร้ายเป็นประจำ จึงหันเขาหาธรรมะ ช่วยให้ใจสงบลงได้บ้าง แต่แล้ววันหนึ่งเธอเห็นผู้หญิงถูกตบตีกลางถนน ความรู้สึกบางอย่างกระตุกขึ้นมาในใจทันที เธอเกือบจะวิ่งเข้าไปหาชายอันธพาลคนนั้น แต่เพื่อนฉุดเธอไว้ได้ทัน  เหตุการณ์นั้นได้ปลุกกระตุ้นความรู้สึกเก่า ๆ ให้ผุดโพลงขึ้นมาอย่างรุนแรง  มันเป็นทั้งความโกรธ ความรู้สึกไร้คุณค่า และสิ้นไร้ไม้ตอก แล้วฝันร้ายก็กลับคืนมา รวมทั้งความทรงจำอันเลวร้ายในอดีต  เธอไม่กล้าเข้าหายาเสพติด แต่หันไปพึ่งเหล้าแทน เพื่อปัดเป่าความรู้สึกย่ำแย่ดังกล่าวออกไปจากจิตใจ

แน่นอนเหล้าไม่ได้ช่วยเธอเลย  เมื่อตั้งสติได้เธอหันไปหาสมาธิภาวนา เธอฝึกสติอย่างจริงจัง เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน ไม่ปล่อยใจให้หลงไปกับอดีต  ขณะเดียวกันก็รู้ทันอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ผลักไส  เธอได้เรียนรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอนั้น ไม่สำคัญเท่ากับว่า เธอรู้สึกกับมันอย่างไร เมตตาภาวนายังช่วยให้เธอรับมือกับความทรงจำอันเจ็บปวดได้ รวมทั้งสามารถให้อภัยคนที่ทำร้ายเธอ

คราวหนึ่งเธอได้ไปปฏิบัติธรรม โดยเน้นที่การเจริญเมตตาจิต  คืนหนึ่งเธอฝันถึงพ่อเลี้ยงที่เป็นนักบิดติดยา  ในฝันนั้นตัวเขาเล็กลงเหลือแค่หนึ่งในสาม นั่งทรุดพิงกำแพงราวกับคนหมดสภาพ  ขณะที่เธอเดินเข้าไปหาเขา เธอพบว่าเขาเป็นคนที่สิ้นเรี่ยวสิ้นแรง  เพราะเหตุนี้เอง เขาจึงรังควานและคุกคามคนอื่นเพื่อจะได้รู้สึกว่ามีอำนาจ   ทันทีที่รู้เช่นนี้ ความโกรธเกลียดที่เคยมีต่อเขาก็หายไป เกิดความสงสารขึ้นมาแทนที่  เป็นครั้งแรกที่เธอเมตตาเขาและให้อภัยเขาได้อย่างแท้จริง

วันรุ่งขึ้น  เธอตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบาโล่ง ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอแบกมานานกว่า ๒๐ ปี หลุดไปอย่างสิ้นเชิง ในที่สุดเธอก็เป็นอิสระจากอดีตอันเลวร้าย   หลังจากวันนั้นฝันร้ายก็ไม่มารบกวนเธออีก   ต่อมาไม่นานเธอได้พบกับญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง คำพูดบางประโยคของเขา หากเป็นเมื่อก่อน เธอคงเจ็บปวด  แต่ตอนนี้เธอกลับไม่รู้สึกอะไรแล้ว   แทนที่จะตอบโต้ด้วยความโมโห เธอกลับพูดด้วยความสงบ จิตเปี่ยมเมตตา  เธอรู้สึกว่าที่เขาพูดเช่นนั้นก็เพราะเขามีความทุกข์ มีความเจ็บปวด

จากคนที่ขาดความอบอุ่น รู้สึกว่าตนไม่มีคุณค่าและไม่มีใครรัก  เจ็บแค้นเพราะถูกข่มเหงรังแก  เธอได้กลายมาเป็นคนใหม่ เพราะได้คิดว่า คนที่ทำร้ายเธอนั้นแท้จริงเป็นคนน่าสงสาร ที่มีบาดแผลในจิตใจมาก่อน  ความโกรธแค้นเปลี่ยนมาเป็นความเห็นใจและความเมตตา  ขณะเดียวกันความเมตตาที่เติมเต็มจิตใจ ก็ทำให้เธอกลับมารักตัวเองได้อย่างแท้จริง ไม่รู้สึกเกลียดชังตนเอง หรือรู้สึกว่าตนไร้คุณค่า ไม่คู่ควรต่อความรักอีกต่อไป  

เบื้องหลังพฤติกรรมอันเลวร้ายของผู้คนนั้น มักได้แก่การขาดความรักและรู้สึกไร้คุณค่า  ความรู้สึกเช่นนี้ไม่เพียงทำร้ายคนอื่นเท่านั้น หากยังนำไปสู่พฤติกรรมที่ทำร้ายตนเองอีกด้วย  ต่อเมื่อจิตใจได้รับการเติมเต็มด้วยความรัก ชีวิตจึงจะหันไปสู่ความดีงามทั้งต่อตนเองและผู้อื่น  แต่ความรักที่ได้จากใครนั้น มากเพียงใดก็ไม่สำคัญเท่ากับความรักที่บ่มเพาะในใจตน รวมทั้งความรักที่ให้แก่ตนเอง เมื่อรักตนเองได้อย่างแท้จริง ความรักผู้อื่นก็จะเป็นเรื่องง่าย


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved