หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > อัตตาเล็ก หัวใจใหญ่
กลับหน้าแรก

นิตยสาร IMAGE มกราคม ๒๕๕๗
อัตตาเล็ก หัวใจใหญ่
ภาวัน

แบ่งปันบน facebook Share   

จีโน บาร์ตาลี เป็นนักปั่นจักรยานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของอิตาลี  เขาได้รับรางวัลชนะเลิศที่ทรงเกียรติระดับนานาชาติหลายรางวัล รวมทั้งรางวัลตูร์เดอฟรองซ์ ทั้งก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่สอง  กระทั่งทุกวันนี้มีชาวอิตาเลียนน้อยคนที่จะทำผลงานได้สุดยอดเหมือนเขา

แต่เกียรติประวัติที่สำคัญที่สุดของเขามิได้อยู่ที่ตรงนั้น  สิ่งที่ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น “วีรบุรุษ”อย่างแท้จริงก็คือ การที่เขาได้เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือชาวยิวเป็นจำนวนมากในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง  ทำให้ไม่ต้องประสบชะตากรรมอย่างคนอีก ๖ ล้านคนในค่ายนรกนาซี

ในช่วงที่เยอรมันยึดครองอิตาลี  ชาวยิวถูกกวาดล้างขนานใหญ่ตามคำสั่งของฮิตเลอร์  บาร์ตาลีมีบทบาทสำคัญในการช่วยพาชาวยิวหลบหนี  ด้วยการนำเอกสารและหนังสือเดินทางปลอมที่ซุกซ่อนใต้อานและในโครงรถ ไปมอบให้แก่คนเหล่านั้น  แน่นอนว่าหากเขาถูกจับได้ อาจถูกทรมานและลงโทษถึงตาย

วีรกรรมดังกล่าวของเขาเป็นที่กล่าวขานในหมู่ชาวยิว   เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ได้มีการทำพิธีรำลึกถึงเขาในอิสราเอล โดยจารึกชื่อเขาในสวนแห่งความดีงามในมวลประชาชาติ อันเป็นการยกย่องอย่างสูงแก่ชาวต่างชาติที่ทำคุณประโยชน์แก่อิสราเอล

อย่างไรก็ตามในสมัยที่บาร์ตาลียังมีชีวิตอยู่ เขาแทบไม่เคยเอ่ยถึงวีรกรรมดังกล่าวเลย จนสิ้นลมเมื่อปี ๒๐๐๐  ดังนั้นจึงมีชาวอิตาลเลียนน้อยคนที่รู้เรื่องนี้  หากไม่ใช่เป็นเพราะลูกชายของเขาที่พยายามเผยแพร่วีรกรรมของเขาให้ปรากฏ  เกียรติประวัติดังกล่าวของเขาก็คงถูกลืมเลือนไป

เคยมีคนบอกเขาว่า “คุณคือ วีรชน”  บาร์ตาลีกลับปฏิเสธว่า ไม่ใช่ผม  “คนที่เป็นวีรชนที่แท้จริง คือคนที่เจ็บปวดในวิญญาณ ในหัวใจ ในดวงจิต เพื่อคนที่ตนรัก คนเหล่านี้คือวีรชนอย่างแท้จริง  ผมเป็นเพียงนักปั่นจักรยาน”

บาร์ตาลีเคยกล่าวว่า เขาอยากให้ผู้คนรำลึกถึงเขาเพราะความสำเร็จทางด้านการกีฬามากกว่าที่จะยกย่องเขาว่าเป็นวีรชน  เหตุผลก็คือ เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำในระหว่างสงครามโลกนั้นไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย

คนเก่งนั้นมักชอบโอ้อวด  แต่คนดีมีน้ำใจกลับชอบเก็บงำ  อาจเป็นเพราะรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย เทียบไม่ได้กับความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของผู้คนอีกมากมาย   หรือไม่ก็เพราะคิดว่าสิ่งที่ตนทำนั้นเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ที่ใคร ๆ ก็ต้องทำหากตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับตน

แรนดี เพาช์  ผู้เขียน The Last Lecture  อันมีที่มาจากปาฐกถาอันลือชื่อในหัวข้อเดียวกัน ซึ่งมีคนนับล้าน ๆ ได้ดูจาก You Tube  เล่าว่า หลังจากที่พ่อของเขาเสียชีวิตลง เขาได้รื้อเอกสารส่วนตัวของพ่อ แล้วพบว่าสมัยที่เป็นทหารในสงครามโลกครั้งที่สอง พ่อเคยได้รับเหรียญกล้าหาญและใบประกาศเกียรติคุณที่สดุดี “ความสำเร็จอย่างกล้าหาญ”ของเขา

เรื่องมีอยู่ว่า คราวหนึ่งกองทหารราบของพลทหารเพาช์ถูกทหารเยอรมันโจมตี หลายคนถูกยิงตาย แต่เพาช์ผู้พ่อกระโดดออกจากที่กำบังเพื่อทำแผลให้ผู้บาดเจ็บขณะที่ถูกระดมยิงอย่างต่อเนื่อง  ความกล้าหาญของเขาทำให้ผู้บาดเจ็บทุกคนได้รับการเคลื่อนย้ายสู่ที่ปลอดภัยอย่างเรียบร้อย

เพาช์ผู้ลูกเล่าว่า  ตั้งแต่เล็กจนโต  “พ่อกับผมคุยกันเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง  แต่พ่อไม่เคยคุยอวดเรื่องนี้เลย” เขาเพิ่งมารู้วีรกรรมของพ่อก็ต่อเมื่อพ่อจากไปแล้ว  นี้คือบทเรียนสำคัญที่เขาได้รับในเรื่องการเสียสละและความอ่อนน้อมถ่อมตน

คนจำนวนไม่น้อยเมื่อทำความดีสักครั้งก็อยากโอ้อวด  หากไม่ได้ทำเช่นนั้นก็จะรู้สึกอึดอัดแน่นอก นั่นเป็นเพราะอำนาจของอัตตาที่อยากประกาศให้โลกรู้ถึงวีรกรรมของตน  แต่คนที่ปล่อยให้อัตตาครอบงำเช่นนั้นย่อมยากที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่นได้อย่างแท้จริง  เพราะความจริงมีอยู่ว่า อัตตายิ่งใหญ่ หัวใจก็ยิ่งเล็ก ตรงข้ามกับคนที่มีหัวใจใหญ่ ก็เพราะมีอัตตาเล็ก จึงกล้าเสียสละเพื่อผู้อื่น โดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่ต้องประกาศ

อัตตาใหญ่มักทำให้ทุกข์ง่าย  ตรงกันข้ามกับอัตตาที่เล็กลงก็ทำให้เป็นสุขได้ง่ายขึ้น   ถ้าอยากให้อัตตาเล็กลง อย่างหนึ่งที่ควรทำคือ ไม่โอ้อวดเมื่อทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่น หรือได้รับความสำเร็จ  ทำใหม่ ๆ  อัตตาจะโวยวาย ไม่ยอมง่าย ๆ แต่ทำไปนาน ๆ มันก็จะสงบเสงี่ยมและตัวลีบลง ถึงตอนนั้นหัวใจจะใหญ่ขึ้น และเปิดพื้นที่ให้ความสุขมานั่งในหัวใจเราได้มากขึ้น


รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved