หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > จิตแจ่มใสเมื่อไกลโทรศัพท์
กลับหน้าแรก

นิตยสาร IMAGE มีนาคม ๒๕๕๕
จิตแจ่มใสเมื่อไกลโทรศัพท์
ภาวัน

แบ่งปันบน facebook Share   

ในยุคที่ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วและไม่มีขีดจำกัดนั้น โปรแกรมหนึ่งซึ่งกำลังได้รับความนิยมในหมู่คนทำงานระดับสูงก็คือ โปรแกรมชื่อ Freedom คุณสมบัติของโปรแกรมนี้ก็คือตัดการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตนานถึง ๘ ชั่วโมง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องรับข้อมูลข่าวสารใด ๆ จากคอมพิวเตอร์

สาเหตุที่โปรแกรมนี้ได้รับความนิยมก็เพราะผู้คนจำนวนมากขึ้นรู้สึกว่าตนกำลังถูกข้อมูลท่วมทับและกระหน่ำอยู่ตลอดเวลาจนไม่เป็นอันทำงาน ทำให้คุณภาพของงานถดถอย รวมทั้งทำให้ชีวิตของตนแย่ลง การสำรวจของรอยเตอร์พบว่า ๒ใน ๓ ของผู้จัดการรู้สึกว่าภาวะข้อมูลท่วมท้นนั้นทำให้มีความพอใจในงานน้อยลงและบั่นทอนความสัมพันธ์ส่วนตัว ขณะที่ ๑ ใน ๓ คิดว่ามันได้ทำลายสุขภาพของเขา

ภาวะข้อมูลท่วมท้นนั้นกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของผู้คนในสังคมไฮเทค ตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอน ข้อมูลนานาชนิดหลั่งไหลสู่โสตประสาทไม่ได้หยุด ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ ป้ายโฆษณา แต่นั่นก็คงไม่หนักเท่ากับข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแบล็คเบอรี่ ซึ่งคนส่วนใหญ่เปิดรับวันละหลายชั่วโมงหรือเปิดเครื่องทั้งวันทั้งคืน ยิ่งในเวลาทำงานด้วยแล้ว ข้อมูลเหล่านี้หลั่งไหลมาต่อเนื่องไม่หยุด มีการวิจัยพบว่าพนักงานออฟฟิซในสหรัฐอเมริกาและยุโรปสามารถทำงานต่อเนื่องได้เพียง ๓ นาทีเท่านั้นโดยไม่มีอะไรมาขัดจังหวะ สิ่งที่มาแทรกระหว่างทำงานนั้นส่วนใหญ่มิใช่อะไรอื่น หากได้แก่ โทรศัพท์ อีเมล์ และ sms ข้อมูลเหล่านี้แม้จะเกี่ยวกับเรื่องงานการ แต่ก็ส่งผลให้คนทำงานขาดสมาธิ ใจไม่จดจ่อกับงานที่กำลังทำ ผลก็คือ คุณภาพของงานลดลง ความคิดสร้างสรรค์ถดถอย

หลายบริษัทหันมาให้ความสำคัญกับปัญหานี้มากขึ้น เมื่อ ๓-๔ ปีก่อน อินเทลได้ทดลองให้เช้าวันอังคารเป็นช่วง "สงบ"สำหรับวิศวกรและผู้จัดการ ๓๐๐ คน โดยตลอด ๔ ชั่วโมงดังกล่าวไม่อนุญาตให้พนักงานใช้โทรศัพท์หรือส่งอีเมล์ ทั้งนี้เพื่อให้มีสมาธิกับงาน สามารถคิดการงานต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่าได้ผลดีจนมีการเสนอให้นำไปใช้กับพนักงานกลุ่มอื่น ๆ ด้วย

ในระดับบุคคล หลายคนเลือกใช้วิธีปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ นิตยสารนิวสวีคเมื่อต้นปีนี้ขึ้นปกด้วยเรื่อง "๓๑ วิธีที่ช่วยให้ฉลาดขึ้นและคิดเร็วขึ้น" วิธีหนึ่งที่เสนอก็คือ "โยนสมาร์ทโฟนของคุณทิ้งเสีย" เพราะ "การเช็คอีเมล์อยู่เนือง ๆ นั้นบั่นทอนสมาธิและลดทอนผลิตภาพของคุณ" ควบคู่กับวิธีการดังกล่าวก็คือ การติดตั้งโปรแกรมFreedom ซึ่งช่วยให้จดจ่อกับงานที่อยู่ข้างหน้า

ทุกวันนี้มีผู้คนเป็นอันมากโหยหาช่วงเวลาที่ปลอดข้อมูลข่าวสาร ปิโค อิเยอร์ นักเขียนชื่อดังของนิตยสารไทม์ พูดถึงเพื่อนนักหนังสีอพิมพ์สองคนที่ถือศีล "อินเตอร์เน็ตวิรัติ"ทุกอาทิตย์ โดยปิดเครื่องมือสื่อสารทุกอย่างตั้งแต่ค่ำวันศุกร์จนถึงเช้าวันจันทร์ เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวและตัวเองมากขึ้น ส่วนเพื่อนอีกหลายคนนิยมออกไปเดินเล่นไกล ๆ ในวันอาทิตย์เพื่อห่างไกลจากติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ หรือไม่ก็ออกไปพักแรมในชนบท ที่ซึ่งไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต หลายคนพบว่า สมาธิและความจำดีขึ้น ความคิดแจ่มชัดและเฉียบคมกว่าเดิม

ปัจจุบันถึงกับมีรีสอร์ตบางแห่งในอเมริกาที่ยกโทรทัศน์ออกไปจากห้อง แม้กระนั้นก็ยังมีคนจำนวนมากยอมจ่ายคืนละ ๒,๒๐๐ เหรียญเพื่อพักห้องดังกล่าว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในอนาคต สถานที่หรือบริการที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้อยู่เงียบ ๆ กับตัวเองหรือใกล้ชิดกับคนในครอบครัว จะได้รับความนิยมมากขึ้น

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ มักจะบ่นว่าชีวิตเร่งรีบมากขึ้น มีเวลาว่างน้อยลง และเครียดกว่าเดิม หลายคนโทษสภาพแวดล้อมในเมืองที่วุ่นวาย แต่ลืมมองไปว่า ตนเองก็มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้วิถีชีวิตของตนอยู่ในภาวะดังกล่าวเวลาในแต่ละวันไม่เพียงหมดไปกับการทำมาหากินเท่านั้น แต่จำนวนไม่น้อยยังถูกใช้ไปกับการบริโภคสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลข่าวสาร ถ้าเราเพียงแต่บริโภคให้น้อยลง จะพบว่าเรามีเวลาว่างมากขึ้น สุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น ความเครียดน้อยลง

ข้อมูลนั้นมีประโยชน์ตราบเท่าที่เราเป็นนายมัน สามารถควบคุมมันให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมได้ แต่หากมันกลายเป็นนายเราเมื่อใด ยอมให้มันแย่งชิงเวลาเราไปเท่าไรก็ได้ ชีวิตเราก็ย่ำแย่เมื่อนั้น

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved