หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > เหตุผล กับ น้ำใจ
กลับหน้าแรก

นิตยสาร IMAGE กรกฎาคม ๒๕๕๔
เหตุผล กับ น้ำใจ
ภาวัน

แบ่งปันบน facebook Share   

 

น.พ.รังสิต หร่มระฤก เล่าถึงผู้ป่วยคนหนึ่งซึ่งมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่า มีใครบางคนคอยส่งคลื่นรังสีมารบกวนความคิดของเขาอยู่ตลอดเวลา ซ้ำยังอ่านความคิดของเขาได้ด้วย เขาหวาดกลัวคนกลุ่มนี้มากจนไม่เป็นอันทำอะไร สุดท้ายต้องลาออกจากงานและเก็บตัวอยู่ที่บ้าน

ผ่านไปหนึ่งปีเขาก็ยังไม่หายจากอาการดังกล่าว ญาติจึงพาเขามาหาหมอรังสิตซึ่งเป็นจิตแพทย์ หมอรังสิตวินิจฉัยว่าเขาเป็นโรคจิตเภท จึงให้ยาไปกินและติดตามอาการของเขาอย่างใกล้ชิดตลอด ๓ สัปดาห์ ในที่สุดอาการจิตหลอนดังกล่าวก็หายไป

อย่างไรก็ตามหมอยังไม่วางใจ เพราะอาการดังกล่าวอาจหวนกลับมาอีกหากคนไข้ไม่กินยาต่อเนื่อง ดังนั้นหมอจึงพยายามชักจูงคนไข้ให้กินยาต่อจนครบ ๖ เดือน แต่จากประสบการณ์ของหมอ การที่คนไข้จะให้ความร่วมมือเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

หมอเริ่มต้นด้วยการถามเขาว่า “เป็นไงพี่ คลื่นรบกวนหายไปแล้ว พี่คิดว่าเพราะอะไร”

“ผมคิดว่ามันหายไปเอง”

หมอพยายามชี้แจงว่า คนไข้ถูกคลื่นรบกวนมาเป็นปีแล้ว แต่พอได้กินยาแค่ ๓ สัปดาห์ คลื่นรบกวนก็หายไป “พี่ไม่คิดหรือว่ายาน่าจะเป็นสาเหตุให้คลื่นนี้หายไป”

“ผมไม่คิดอย่างนั้น ผมว่ามันบังเอิญมากกว่า”

หมอรู้ดีว่าคนไข้ไม่ยอมกินยาอย่างแน่นอนหากไม่เห็นด้วยตนเองว่ายามีประโยชน์ จึงหว่านล้อมคนไข้ว่า ในเมื่อหมอและคนไข้เห็นไม่ตรงกันว่าคลื่นรบกวนหายเพราะเหตุใด ฉะนั้น “เรามาทดลองกันดีกว่าว่าใครถูก”

“เอาสิหมอ จะทดลองอย่างไรล่ะ”

หมอเสนอว่า จะลองหยุดให้ยาดูสักพัก ถ้าคลื่นรบกวนกลับมา จึงจะให้ยาใหม่ หลังจากคนไข้กินยาแล้ว คลื่นรบกวนหายไปอีก ก็แสดงว่าหมอเป็นฝ่ายถูก “ถ้าผมถูก แสดงว่ายาช่วยให้คลื่นรบกวนหาย พี่ต้องกินยาให้ครบ ๖ เดือนนะ”

คนไข้คิดดูสักพักก็ตอบว่า “ถึงแม้ผลการทดลองจะออกมาอย่างที่หมอว่า มันก็ยังพิสูจน์ไม่ได้อยู่ดีว่ายาเป็นสาเหตุให้คลื่นรบกวนหาย”

หมอสงสัยว่าทำไมถึงคิดเช่นนั้น “เพราะคนที่ส่งคลื่นรบกวนเขาอ่านใจผมได้ เขาอาจจะรู้ว่าเรากำลังทดลองอยู่ เขาเลยแกล้งไม่ส่งคลื่นรบกวนตอนที่ผมกินยา เพื่อให้เราเข้าใจผิด”

เจอคำตอบแบบนี้เข้า หมอก็อึ้ง ไม่รู้จะสรรหาเหตุผลใด ๆ มาหว่านล้อมให้เขากินยาได้อีก เพราะถ้าบอกคนไข้ว่า “ไม่จริงหรอก ไม่มีใครเขาอ่านใจคุณได้หรอก” คนไข้ก็ไม่มีวันเชื่อเพราะไม่มีเหตุผลรองรับ แต่จะเอาเหตุผลอะไรมาทำให้เขาคล้อยตาม เพราะขนาดกินยาแล้วคลื่นรบกวนหายไป เขายังไม่เชื่อว่าคลื่นหายไปเพราะยา

สุดท้ายหมอได้แต่ถอนหายใจแล้วพูดว่า “มุขนี้เด็ดมากเลยพี่ ผมเถียงสู้พี่ไม่ได้แล้ว เอาละบอกมาดีกว่าว่าจะต้องทำยังไงพี่จึงจะยอมกินยาครบ ๖ เดือน”

คราวนี้คนไข้ใจอ่อนขึ้นมา “ถ้าหมอให้กินยาผมก็จะกิน เพราะหมอดูแลผมอย่างดีมาตลอด ผมเชื่อว่าหมอหวังดี ผมไม่อยากให้หมอเสียใจ”

หมอคิดไม่ถึงว่าคนไข้ซึ่งสามารถหักล้างเหตุผลของหมอได้ทุกประการนั้น ยอมกินยาเพียงเพราะซาบซึ้งในน้ำใจของหมอเพียงประการเดียว

ผู้คนมักคิดว่าเหตุผลนั้นสามารถจูงใจให้ผู้คนทำสิ่งต่าง ๆ ได้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นเป็นอย่างดีว่าเหตุผลนั้นมีข้อจำกัด เพราะแม้แต่ผู้ป่วยโรคจิตก็มีเหตุผลของตน แม้กระนั้นสิ่งหนึ่งที่สามารถดลใจให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ก็คือ ความจริงใจ ความเอื้ออาทร และความปรารถนาดี การแก้ปัญหาใด ๆ ก็ตามหากใช้แต่เหตุผลอย่างเดียว ย่อมยากจะสำเร็จได้

มนุษย์นั้นไม่ได้อยู่ด้วยเหตุผลอย่างเดียว “ใจ” ก็สำคัญไม่น้อย ใครที่ใช้แต่เหตุผลอย่างเดียว ชีวิตก็ย่อมตื้นเขินและอาจผิดเพี้ยนได้ จี.เค.เชสเตอร์ตัน เตือนใจเราได้ดีมากเมื่อเขากล่าวว่า “คนบ้ามิใช่คนที่ไร้เหตุผล คนบ้าคือคนที่ไร้ทุกอย่างยกเว้นเหตุผล”

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved