หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > นอกอย่างไร ในอย่างนั้น
กลับหน้าแรก

นิตยสาร IMAGE ธันวาคม ๒๕๕๓
นอกอย่างไร ในอย่างนั้น
ภาวัน

แบ่งปันบน facebook Share   
 

ใคร ๆ ก็อยากใช้สินค้าแบรนด์เนมยี่ห้อดัง เพราะทำให้ดูภูมิฐาน มีรสนิยม เท่ ทันสมัย ฯลฯ แต่ก็อย่างที่รู้กัน สินค้าเหล่านี้ล้วนราคาแพง คนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยแต่อยากมีภาพลักษณ์ดี จึงมีทางเลือกไม่กี่อย่าง หนึ่ง ทำใจปล่อยวาง สอง เช่ามาใช้เป็นบางวัน สาม ซื้อของปลอมมาใช้

ของปลอมนั้นคงให้ความรู้สึกดีแก่ผู้ใช้จำนวนไม่น้อย หาไม่สินค้าแบบนี้คงไม่มีใครผลิตจนเกลื่อนตลาด แต่ว่ามันมีผลอย่างอื่นต่อผู้ใช้หรือไม่ ไม่นานมานี้มีการตีพิมพ์ผลการวิจัยในสหรัฐอเมริกา เขาพบว่า การใช้ของปลอมนั้นทำให้คุณรู้สึกลบกับตัวเอง และยังทำให้ไม่ซื่อยิ่งกว่าเดิมในเรื่องอื่นด้วย

คณะนักวิจัยในมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ได้ให้แว่นกันแดดยี่ห้อดัง Chloe ราคา ๓๐๐ เหรียญแก่อาสาสมัครผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง ครึ่งหนึ่งได้รับการบอกว่าแว่นนั้นเป็นของจริง ส่วนที่เหลือรับรู้มาว่าแว่นกันแดดเป็นของปลอม จากนั้นผู้วิจัยได้ขอให้อาสาสมัครทุกคนตอบปัญหาคณิตศาสตร์ ซึ่งมีรางวัลถึง ๑๐ เหรียญ ขึ้นอยู่ว่าทำถูกมากน้อยเพียงใด ผู้วิจัยอธิบายเพิ่มเติมว่าการตอบปัญหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการวัดคุณภาพของแว่นกันแดด ดังนั้นจึงต้องใส่แว่นขณะตอบปัญหาดังกล่าว

ในการตอบปัญหาเหล่านี้ ผู้วิจัยให้ความไว้วางใจแก่อาสาสมัครเต็มที่ กล่าวคือเมื่อตอบเสร็จแล้ว (โดยใช้ดินสอ) ทุกคนตรวจคำตอบด้วยตนเอง ให้คะแนนตนเอง แล้วบอกผู้วิจัยว่าตนเองได้คะแนนเท่าไร ส่วนกระดาษคำตอบซึ่งไม่มีการลงชื่อผู้ตอบหรือลงหมายเลขนั้นก็ให้ทิ้งลงตะกร้า จึงแน่ใจได้ว่าจะไม่มีทางรู้ว่ากระดาษแผ่นใดเป็นของใคร

อย่างไรก็ตามในความจริงแล้ว ผู้วิจัยทำเครื่องหมายไว้ในกระดาษคำตอบของแต่ละคน ดังนั้นจึงสามารถตรวจสอบได้ว่ากระดาษคำตอบแผ่นใดเป็นของใคร สิ่งที่เขาพบก็คือ คนที่ใส่แว่นจริงนั้นโกงคำตอบร้อยละ ๓๐ ส่วนคนที่เข้าใจว่าตนสวมแว่นปลอมนั้น โกงถึงร้อยละ ๗๐

เมื่อมีการทำแบบทดสอบครั้งที่สอง โดยให้นับจุดบนจอคอมพิวเตอร์ รางวัลจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตำแหน่งของจุดเหล่านั้น ปรากฏว่าอาสาสมัครที่คิดว่าตนสวมแว่นปลอม โกหกมากกว่าอาสาสมัครอีกกลุ่มหนึ่ง

จากนั้นผู้วิจัยได้ถามอาสาสมัครเกี่ยวกับความซื่อสัตย์และจริยธรรมของคนที่เขารู้จักรวมทั้งของผู้คนทั่วไป อาสาสมัครที่คิดว่าตนสวมแว่นปลอม มีแนวโน้มที่จะบอกว่า คนเรานั้นเชื่อไม่ได้และไม่มีคุณธรรม

มีการทดสอบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งรวมถึงการสอบถามถึงความรู้สึกเกี่ยวกับตัวเอง ข้อค้นพบก็คือ คนที่คิดว่าตัวเองสวมแว่นปลอมนั้น รู้สึกแปลกแยกกับตัวเองมากกว่าคนที่รู้ว่าตนสวมแว่นจริง

การทดลองดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ของที่เราใช้ หรือพูดให้ถูกคือ ความรู้สึกต่อของที่เราใช้นั้น ส่งผลถึงความรู้สึกต่อตัวเราเอง เราจะรู้สึกไม่ดีต่อตัวเองเมื่อใช้ของ(ที่นึกว่า)ปลอม และเมื่อรู้สึกไม่ดีต่อตัวเองแล้ว ก็ง่ายที่จะทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องได้

อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปดังกล่าวได้จากการทดลองกับคนอเมริกัน เราคงบอกไม่ได้ว่าคนไทยเป็นเช่นนั้นด้วย เพราะสำนึกในเรื่องถูก-ผิดของคนอเมริกันนั้นต่างจากคนไทยมาก คนไทยจำนวนไม่น้อยคงไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดที่ใช้ของปลอม ดังนั้นจึงอาจไม่รู้สึกแย่กับตัวเองในยามที่ใช้หลุยส์วิตตองหรือโรเล็กซ์ปลอมก็ได้

การทดลองดังกล่าวดูเหมือนจะบอกว่า เราใช้อะไร เราก็เป็นอย่างนั้น (you are what you use) ถ้าใช้ของดียี่ห้อดังราคาแพง ก็รู้สึกดีต่อตัวเอง ถ้าใช้ของปลอม (หรือคิดว่าใช้ของปลอม) ความรู้สึกดีต่อตัวเองก็ลดลง หรืออาจติดลบ การทดลองดังกล่าวไม่ได้บอกว่าถ้าใช้ของถูก จะรู้สึกอย่างไรกับตัวเอง อาจจะอยู่ตรงกลางก็ได้

แต่จะว่าไปแล้ว การให้คุณค่าแก่ตัวเองไม่น่าจะขึ้นอยู่กับของที่เราใช้ แต่ควรอยู่ที่การกระทำของเรามากกว่า คนที่ทำความดีย่อมมีภาคภูมิใจในตนเอง รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าและเต็มเปี่ยมด้วยความสุข จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโฆษณาตัวตนด้วยสินค้าแบรนด์เนม ตรงกันข้ามคนที่รู้สึกว่าชีวิตของตนนั้นว่างเปล่า ขาดความสุขภายใน ย่อมอดไม่ได้ที่จะต้องพึ่งพาของนอกกายเพื่อเพิ่มคุณค่าแก่ตนเอง รวมทั้งประกาศตัวตนด้วยเพชรนิลจินดาหรือสินค้าดัง

พระพุทธองค์ตรัสว่า “สิ่งใดพร่อง สิ่งนั้นดัง สิ่งใดเต็ม สิ่งนั้นเงียบ”

เราอยากเป็นคนประเภทไหน ก็ลองคิดกันดู

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved