หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง
กลับหน้าแรก

นิตยสาร IMAGE พฤศจิกายน ๒๕๕๓
ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง
ภาวัน

แบ่งปันบน facebook Share   
 

ผ่านไปได้แค่วันเดียว “เก๋” ก็เดินกะเผลกแล้ว เพราะรองเท้ากัดเท้าจนเป็นแผล หลายคนก็มีอาการ “ยางแตก” เช่นกัน เก๋เริ่มไม่มั่นใจว่าเธอจะเดินได้ครบหนึ่งอาทิตย์อย่างที่ตั้งใจไว้แต่เดิมหรือไม่ เธอไม่คิดมาก่อนว่าอุปสรรคจะมีมากมายถึงขนาดนั้น นอกจากแดดแรง อากาศร้อนแล้ว ร่างกายที่อ้วนท้วนของเธอก็ยังไม่ยอมเป็นใจกับเธอด้วย

เก๋ไม่ได้กำลังเดินป่าหรือท่องต่างแดน แต่เธอเป็นหนึ่งในคณะ “เดินเพื่อสันติปัตตานี” ซึ่งตั้งใจเดินเท้าไปให้ถึงปัตตานี ระยะทางร่วม ๑,๑๐๐ กม. โดยเริ่มต้นที่ศาลายา ทุกคนปรารถนาเป็นสื่อกลางนำกำลังใจจากประชาชนสองข้างทางไปมอบให้แก่พี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกันก็หวังว่า การเดินทางไกลครั้งนี้จะกระตุ้นให้คนไทยในส่วนอื่นของประเทศตระหนักถึงความทุกข์ยากของพี่น้องในดินแดนใต้สุด

เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทางเกือบทั้งหมด เก๋ไม่เคยเดินเท้าระยะทางไกล ๆ อย่างนี้มาก่อน จะว่าไปแล้วแค่เดินวันละ ๗-๘ กม. เธอก็ไม่เคยทำด้วยซ้ำ ดังนั้นเมื่อต้องเดินมากกว่า ๒๐ กม.ในวันแรก ร่างกายของเธอก็ประท้วงทันที แต่ใจของเธอไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แม้จะรู้สึกหวั่นไหวบ้างก็ตาม

เพื่อนร่วมทางที่มีประสบการณ์เดินทางไกลอยู่บ้าง ให้กำลังใจกับเธอ(และตนเอง)ว่า ร่างกายนั้นใช้เวลาปรับตัวไม่นาน เดินอีกสัก ๒-๓ วัน กำลังก็จะเริ่มอยู่ตัว ส่วนเท้าก็จะมีอาการดีขึ้นหากเปลี่ยนรองเท้าและหมั่นดูแลแผลให้สมาน ที่สำคัญกว่าคือ “ใจ” ถ้าใจสู้ก็จะเดินได้จนถึงเป้าหมาย

เก๋ไม่คาดหวังจะเดินให้ถึงปัตตานีอยู่แล้ว เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ จึงหวังเพียงแค่เดินให้ครบ ๗ วันเท่านั้น เพียงแค่นั้นเธอก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ แต่จะลองทำสุดความสามารถ

แต่ละวันผ่านไปอย่างเชื่องช้า ในที่สุดก็ครบ ๗ วัน เก๋ดีใจที่ทำได้ เธอพบว่าร่างกายและดินฟ้าอากาศเป็นปัญหาน้อยลง เธอจึงตัดสินใจเดินต่อ กำลังใจจากประชาชนตามรายทางและความผูกพันระหว่างเพื่อนร่วมเดิน ทำให้เธอเกิดความมุ่งมั่นที่จะเดินให้ไกลที่สุด

ผ่านไปอาทิตย์แล้วอาทิตย์เล่า เก๋ยังคงเดินต่อไป มีคนถามถึงอาการปวดเท้าซึ่งติดตามเธอตลอดทาง เก๋ตอบว่า “ตอนนี้ไม่รู้สึกเป็นศัตรูกับความเจ็บปวดแล้ว แต่รู้สึกเป็นมิตรกับความเจ็บปวดมากกว่า” เก๋อยู่กับความเจ็บปวดโดยไม่บ่นหรือหงุดหงิดอีกต่อไป

หลังจากเดินเท้าติดต่อกัน ๕๓ วัน ในที่สุดเก๋และเพื่อนก็ถึงปัตตานี วันสุดท้ายของการเดินทางมีผู้คนมาให้การต้อนรับอย่างล้นหลาม มีผู้คนนับพันมาร่วมเดินจนถึงจุดหมายปลายทางคือมัสยิดกลาง ช่างผิดกับหลายช่วงก่อนหน้านั้นที่เธอและเพื่อน ๆ ต้องเดินอย่างลำพัง ต้องสู้กับฝนและความร้อนหนาว สู้กับความหิวและความเจ็บปวด และบางครั้งก็ต้องสู้กับความรู้สึกท้อแท้และลังเลสงสัยว่ามาทำอะไรกัน

เช่นเดียวกับเก๋ หลายคนในคณะนี้ไม่ตั้งใจมาก่อนว่าจะเดินให้ถึงปัตตานี เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่จะทำได้ แต่แล้วในที่สุดทุกคนก็ทำได้ จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะเดินตลอดทางเพียง ๓ คน ได้เพิ่มเป็น ๘ คน ไม่รวมอีกนับสิบที่มาสมทบภายหลัง

เส้นทางสู่ปัตตานีนั้นยาวไกล ต้องย่างถึง ๒ ล้านก้าวกว่าจะถึง แต่เส้นทางสู่สันติภาพของปัตตานีนั้นยาวไกลยิ่งกว่า แต่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คณะเดินเพื่อสันติปัตตานีบอกแก่เราก็คือ สิ่งที่ยากนั้นใช่ว่าจะทำไม่ได้ หากมีความมุ่งมั่น กล้าทำ และมีกัลยาณมิตรร่วมทาง สิ่งยากย่อมเป็นจริงได้เสมอ เขายังบอกเราอีกว่าคนเล็กคนน้อยนั้นสามารถทำอะไรได้อีกมากมาย ขอเพียงอย่าจำนนต่อปัญหา

การเดินเท้าครั้งนี้อาจจะยังเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มาก แต่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว นั่นคือการเปลี่ยนแปลงภายในของผู้ร่วมเดิน หลายคนในวันนี้มิใช่คนเดียวกับที่ย่างเท้าจากศาลายาเมื่อ ๕๓ วันก่อน แต่เป็นคนใหม่ เพราะพวกเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดดั้งเดิมของตนเองไปเรียบร้อยแล้ว ขีดจำกัดที่เคยทำให้พวกเขาไม่มั่นใจในตนเอง ไม่กล้าทำสิ่งยาก ขีดจำกัดเหล่านั้นได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว แม้จะยังมีขีดจำกัดอีกมากมายรออยู่ข้างหน้า แต่ก็ไม่พ้นวิสัยที่พวกเขาจะก้าวข้ามได้ในอนาคต เพราะพวกเขาค้นพบว่าตนเองมีความสามารถมากกว่าที่คิด

๑,๑๐๐ กม.แม้เป็นระยะทางที่ยาวไกล แต่ก็ไม่ไกลสำหรับการค้นพบศักยภาพของตนเอง ใช่หรือไม่ว่าคนเป็นอันมากแม้จะเดินทางรอบโลก แต่กลับไม่พบตัวเองเลย

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved