หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > เผลอใจ
กลับหน้าแรก
 

นิตยสาร IMAGE เมษายน ๒๕๕๒
เผลอใจ

ภาวัน

“ดวง”ไม่เคยไปร่วมการชุมนุมของพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย แต่เธอเทใจให้คนเสื้อเหลืองเต็มที่ ดังนั้นเธอจึงรู้สึกขุ่นเคืองใจมากเมื่อรู้ว่าคนเสื้อแดงรวมพลหน้าทำเนียบ ฯ และก่อความวุ่นวายทั้งที่กรุงเทพฯและพัทยา

เช่นเดียวกับหลายครอบครัวทั่วประเทศ ดวงกับน้องสาวเห็นไม่ตรงกันในเรื่องนี้ เช้าวันหนึ่งเธอเห็นน้องสาวนั่งดูข่าวการชุมนุมของคนเสื้อแดงอย่างใจจดใจจ่อ เธอจึงหงุดหงิดและอดโพล่งใส่น้องสาวไม่ได้ว่า “ดูมันไปทำไม ? อย่าไปสนใจไอ้พวกนี้”

แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา น้องสาวก็เห็นดวงนั่งหน้าจอติดตามข่าวของคนเสื้อแดงอยู่คนเดียวในห้อง เธอดูไปก็สบถไป สบถแล้วก็สบถอีก จนน้องสาวอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเธอเป็นอะไรไป

ดวงเกลียดคนเสื้อแดง จึงไม่อยากให้น้องสาวสนใจการชุมนุมของคนเหล่านั้น แต่ตัวเธอเองกลับห้ามใจไม่ได้ ติดตามข่าวของคนเหล่านั้นอย่างใกล้ชิด ทั้ง ๆ ที่ยิ่งดูก็ยิ่งเครียด แต่ก็ไม่ยอมละสายตาจากจอโทรทัศน์

เมื่อเราเกลียดสิ่งใดก็ตาม ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันทีก็คืออยากผลักไสออกไปให้ไกลตัว แต่อีกใจหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะจดจ่อสิ่งนั้น ยิ่งเกลียดก็ยิ่งปักใจจดจ่อ ใช่หรือไม่ว่าเวลาเราเกลียดหรือโกรธใครสักคน เราจะครุ่นคิดถึงคนนั้นหรือการกระทำของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กินก็คิด นอนก็คิด จนนอนไม่หลับก็มี

หากใครคนนั้นเดินเข้ามาในห้อง แม้จะมีผู้คนอยู่มากมายหลายสิบ แต่สายตาของเราก็จะหันไปจ้องจับคน ๆ นั้นอยู่บ่อย ๆ คุยกับเพื่อนสักพัก ก็ต้องสอดส่ายสายตาไปที่คนนั้น เหมือนกับจะจ้องจับผิดเขา เวลาเขาพูดคุยกับใคร ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขากำลังนินทาเราอยู่หรือเปล่า

เมื่อมือแตะถูกปลาร้ากลิ่นแรง เราจะรีบล้างมือทันที แต่พอล้างเสร็จ เราอดไม่ได้ที่จะดึงมือนั้นมาดม เราไม่ชอบกลิ่นปลาร้า แต่ยิ่งไม่ชอบมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องดมมือเพื่อหากลิ่นเหม็นนั้น

ใช่หรือไม่ว่า ยิ่งเกลียดสิ่งใด สิ่งนั้นก็ยิ่งมีแรงดึงดูดต่อใจของเรา ทำให้ไม่อาจละวางได้ จะเรียกว่ายิ่งเกลียด ก็ยิ่งยึดติดก็ได้ ที่น่าแปลกก็คือยิ่งจดจ่อครุ่นคิดกับสิ่งนั้น ใจก็ยิ่งเป็นทุกข์ และยิ่งเป็นทุกข์ก็ยิ่งครุ่นคิดถึงมัน ราวกับว่ายังทุกข์ไม่พอ ต้องทุกข์กว่านี้ให้สาแก่ใจ คำถามก็คือทำไมเราถึงทำร้ายตัวเองขนาดนั้น

คำตอบก็คือ เพราะเรา “เผลอ”ไปนั่นเอง

เผลอไปเมื่อใด ก็ทำร้ายตัวเองเมื่อนั้น หนามใจที่ควรปล่อยวาง ก็กลับกำไว้แน่นแถมบีบแล้วบีบอีก ยิ่งเจ็บก็ยิ่งบีบ แต่เมื่อใดที่มีสติหรือรู้ตัวขึ้นมา เราจะปล่อยหนามใจ และเลิกทำร้ายตัวเองทันที

เมื่อรู้ตัวว่าดูข่าวแล้วเครียด ก็จะได้คิดขึ้นมาเองว่า “จะดูมันไปทำไม” ใจจะปล่อยวางจากข่าวนั้น และหันไปทำอย่างอื่นที่สบายใจกว่าแทน

อันที่จริงถ้ามีสติรู้ทันความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นเวลาดูข่าว ใจก็จะหลุดจากความหงุดหงิดได้ไม่ยาก ไม่จ่อมจมอยู่ในอารมณ์นั้นอีกต่อไป ดังนั้นถึงแม้จะยังดูข่าวนั้นอยู่ ใจก็ยังเป็นปกติได้ ไม่จำเป็นต้องสบถเพื่อระบายอารมณ์อีกต่อไป หากสติที่มีอยู่ยังมีกำลังไม่พอ ก็อาจช่วยเสริมกำลังด้วยการหันมาจดจ่ออยู่กับลมหายใจ หายเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ สัก ๕-๑๐ ครั้ง ความหงุดหงิดขึ้งเครียดก็จะบรรเทาไป

ทุกวันนี้เราทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว เพราะปล่อยให้ความโกรธเกลียดครอบงำจิตใจ หรือปล่อยใจให้ไปจดจ่อยึดติดอยู่กับสิ่งที่ตนโกรธเกลียด เสร็จแล้วก็หันไปโทษใครต่อใครว่าทำให้เราเป็นทุกข์ โดยไม่เคยหันกลับมามองเลยว่าตัวการที่แท้จริงนั้นคือใจเรานั้นเองที่เผลอไป

การพาตัวห่างไกลจากสิ่งที่เราเกลียดโกรธนั้น แก้ปัญหาได้แค่ชั่วคราว แต่ถ้าใจยังไม่รู้จักปล่อยวาง ก็อดไม่ได้ที่จะหวนไปคิดถึงสิ่งนั้นและฉวยเอาความทุกข์มาซ้ำเติมตัวเอง ถึงขนาดนั้นแล้วก็ยังไม่รู้ตัว ก็ยิ่งทำร้ายตัวเองมากขึ้น

ปิดโทรทัศน์ เลิกดูข่าว ย่อมดีกว่าการดูข่าวแล้วนั่งสบถอยู่คนเดียวในห้อง หรือกราดเกรี้ยวอย่างหนักถึงกับถีบโทรทัศน์เครื่องนั้นจนพัง แต่จะไม่ดีกว่าหรือหากเราติดตามข่าวสารโดยมีสติรู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เผลอให้อารมณ์ทั้งหลายมาบั่นทอนทำร้ายใจของเรา อย่างน้อยก็พึงระลึกว่าโกรธไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved