หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > ชัยชนะของผู้ไม่ยอมแพ้
กลับหน้าแรก
 

นิตยสาร IMAGE พฤษภาคม ๒๕๕๑
ชัยชนะของผู้ไม่ยอมแพ้

ภาวัน

หากเกมกีฬาสามารถให้บทเรียนชีวิตแก่เราได้ อย่างน้อยก็มีสองประการที่กีฬาสอนใจเราได้นั่นคือ ไม่มีอะไรที่แน่นอน และทุกอย่างเป็นไปได้เสมอตราบใดที่เวลายังไม่หมด

สำหรับแฟนฟุตบอลทั่วโลก สุดยอดของนัดชิงชนะเลิศถ้วยสโมสรยุโรป หรือยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ที่ประทับแน่นในความทรงจำ ย่อมหนีไม่พ้นนัดชิงชนะเลิศระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกับทีมบาเยิร์นมิวนิค ที่ประเทศสเปนเมื่อปี ๒๕๔๒

ครั้งนั้นบาเยิร์น ฯ สามารถทำประตูได้ตั้งแต่นาทีที่ ๖ และสามารถต้านทานการรุกของแมนยู ฯได้ตลอดครึ่งแรก ครึ่งหลังแมนยู ฯ ยังคงบุกหนัก แต่ก็ทำประตูไม่ได้เลย จนถึงนาทีที่ ๙๐ บาเยิร์น ฯ ก็ยังนำอยู่ ๑ : ๐ ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมแล้ว แฟนบาเยินร์น ฯ ที่เมืองมิวนิคถึงกับจุดดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองก่อนที่การแข่งขันจะยุติ ส่วนผู้จัดก็ผูกริบบิ้นติดชื่อบาเยิร์น ฯ ไว้กับถ้วยเรียบร้อยแล้ว

ชัยชนะต้องเป็นของบาเยิร์น ฯ อย่างแน่นอนหากกรรมการไม่ทดเวลาบาดเจ็บ ๔ นาที แล้วนาทีที่ ๙๑ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเท็ดดี้ เชอริงแฮมของแมนยู ฯ ยิงประตูเข้า เกมทำท่าจะต้องต่อเวลา ๓๐ นาที แต่ผ่านไปแค่ ๒ นาทีเท่านั้น โอเล่ โซชา ก็สร้างปาฏิหาริย์เป็นครั้งที่ ๒ เมื่อเขาทำประตูชัยให้แมนยู ฯ แฟนบาเยิร์น ฯ ตกตะลึงทั้งสนาม

เพียงแค่ ๓ นาทีเท่านั้น ถ้วยที่เกือบจะเป็นของบาเยิร์นอย่างแน่นอนแล้วก็หลุดไปเป็นของแมนยู ฯ ทันที

นัดชิงชนะเลิศอีกนัดหนึ่งซึ่งถือว่าประทับใจไม่มีวันลืม คือนัดชิงระหว่างลิเวอร์พูลกับเอซีมิลานที่ประเทศตุรกีเมื่อปี ๒๕๔๘ ครึ่งแรกมิลานถล่มลิเวอร์พูลถึง ๓:๐ แฟนลิเวอร์พูลหลายคนผิดหวังถึงกับเดินคอตกออกจากสนามทันทีที่หมดครึ่งแรก อีกไม่น้อยปิดโทรทัศน์เพราะไม่อยากเห็นลิเวอร์พูลถูกเชือดมากกว่านี้

ครึ่งหลังมิลานลงสนามด้วยความมั่นใจ แต่เล่นได้แค่ ๙ นาที สตีเฟน เจอร์ราดก็ทำประตูแรกให้ลิเวอร์พูลได้ แม้กระนั้นก็ดูเหมือนว่าลิเวอร์พูลยากจะตีตื้นได้ แต่ผ่านไปอีก ๒ นาทีมิลานก็เสียประตูที่ ๒ เท่านั้นยังไม่พอคล้อยหลังไปอีก ๔ นาที ลิเวอร์พูลก็ได้ประตูที่ ๓ ไม่มีใครเชื่อว่าเพียงแค่ ๖ นาทีเท่านั้น มิลานซึ่งเป็นทีมสุดยอดของยุโรปจะเสียไปถึง ๓ ประตู

การแข่งขันนัดนั้นจบลงด้วยชัยชนะของลิเวอร์พูลจากการเตะลูกโทษเข้าได้มากกว่า คือ ๓:๒

มิลานกลับบ้านมือเปล่าอย่างพลิกความคาดหมาย

ตราบใดที่ยังไม่หมดเวลาแข่ง ก็ยังบอกไม่ได้ว่าใครเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ แม้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะถูกนำไปมากมาย หรือถูกนำตลอดจนเกือบนาทีสุดท้าย ก็อาจลงเอยด้วยการเป็นผู้ชนะก็ได้ เพราะทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ ตราบใดที่ยังไม่สิ้นความเพียร

ในทำนองเดียวกันตราบใดที่ยังไม่หมดลมหรืองานยังไม่เลิกรา ก็อย่าเพิ่งท้อแท้หมดหวัง แม้อะไรต่ออะไรจะไม่เป็นดั่งใจ เพราะสถานการณ์อาจเปลี่ยนไปเมื่อเรายังพยายามไม่หยุดหย่อน และรู้จักแก้ไขปรับปรุงข้อผิดพลาด

ถึงจะเป็น “มวยรอง” ก็อย่าคิดว่าจะต้องเป็นผู้แพ้เสมอไป เพราะบางครั้งมวยรองก็มีสิทธิได้แชมป์เหมือนกัน ดังทีมกรีซซึ่งถูกคาดหมายว่ามีโอกาส ๑ ใน ๑๐๐ เท่านั้นที่จะมีโอกาสเป็นแชมป์ฟุตบอลยุโรปปี ๒๕๔๗ แต่แล้วในที่สุดก็สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการชนะเจ้าภาพคือโปรตุเกสทั้งนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศได้อย่างไม่น่าเชื่อ

โอลิมปิคเกมส์ปีนี้ เราคงได้เห็นอีกครั้งว่า ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอตราบใดที่ยังไม่สิ้นความหวังและความเพียร ความเป็นไปได้ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความพลิกผันระหว่างผู้แพ้กับผู้ชนะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเป็นไปได้ในการข้ามพ้น “ขีดจำกัด”ของมนุษย์ ดังที่ครั้งหนึ่งโรเจอร์ แบนนิสเตอร์ นักวิ่งชาวอังกฤษได้พิสูจน์เมื่อ ๕๔ ปีก่อนว่ามนุษย์เราสามารถวิ่งระยะทาง ๑ ไมล์ด้วยเวลาไม่ถึง ๔ นาทีนับเป็นการทำลายความเชื่อที่สืบทอดกันมานับพันปีว่า ๔ นาทีคือเวลาน้อยสุดที่มนุษย์สามารถทำได้สำหรับระยะทางดังกล่าว

กีฬานั้นให้บทเรียนชีวิตได้มากมาย ถ้ามองเป็นก็ได้เห็นสัจธรรมอันทรงคุณค่า

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved