หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารอิมเมจ > นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว
กลับหน้าแรก
 

นิตยสาร IMAGE กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว

ภาวัน

นักเรียนวัยรุ่นคนหนึ่งแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อถูกครูซักถามถึงเหตุผลที่เขาขาดเรียนเป็นประจำ เขาตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด เขวี้ยงหนังสือกระแทกข้างฝา ผลักโต๊ะเก้าอี้ล้มลง แถมยังพูดจาข่มขู่ครูซึ่งเป็นหญิงสาว

ครูตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แทนที่เธอจะตวาดใส่เขา หรือเรียกใครให้มาช่วยจัดการกับนักเรียนคนนี้ เธอกลับนิ่งสงบแล้วนั่งลง เธอขอให้นักเรียนคนนั้นพูดคุยกับเธอ เวลาผ่านไปพักใหญ่กว่าเขาจะหยุดส่งเสียง เขาเลิกอาละวาดแต่ยังคงหงุดหงิดงุ่นง่านและเดินไปเดินมาอยู่ในห้อง ครูสาวยังคงนิ่งสงบ รอจนกว่าเขาจะพร้อมคุยด้วย ในที่สุดเขาก็เดินมาหาเธอ แล้วพูดถึงชีวิตของตนเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พูดถึงความน้อยเนื้อต่ำใจ ความโกรธแค้นและความสิ้นหวังของเขา

เขาพรั่งพรูออกมามากมาย นานมากแล้วที่ไม่มีใครรับฟังเขา ทีแรกเขากล่าวโทษคนทั้งโลก แต่ตอนท้าย ๆ เขาก็พูดถึงความเลวร้ายของตัวเขาและความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัย ครูสาวฟังโดยไม่ได้ให้คำแนะนำใด ๆ เธอเพียงแต่ฟังด้วยความใส่ใจ เธอไม่สามารถหาทางออกให้แก่เขาได้ แต่เพียงการนั่งฟังความในใจของเขา ก็ช่วยให้เขาสบายใจมากขึ้น และเริ่มมองเห็นว่าปัญหาของเขาอยู่ที่ไหน และจะแก้ที่ตรงไหน

เมื่อเจอคนอารมณ์เสีย เอะอะโวยวาย ต่อว่าเราอย่างไร้เหตุผล เรามักอดไม่ได้ที่จะตอบโต้กลับไปด้วยความโมโห แม้คำพูดของเราจะมีเหตุผล แต่อารมณ์ที่แสดงออกมาก็มักจะกระตุ้นโทสะของเขาให้เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้เรามีอารมณ์ยิ่งกว่าเดิม ในที่สุดก็กลายเป็นการทะเลาะวิวาทกัน ต่างฝ่ายต่างระบายอารมณ์และส่งเสียงดังใส่กันเพื่อเอาชนะซึ่งกันและกันให้ได้ แต่ก็มักลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ของทั้งสองฝ่าย

บางครั้งเราอาจมีความปรารถนาดี พูดเตือนเขาให้สงบอารมณ์ แต่เขานอกจากไม่ฟังแล้ว ยังสาดถ้อยคำร้อนแรงกลับมา ผลก็คือเราเป็นฝ่ายโมโหเสียเอง ทีนี้ก็ไม่รั้งรอแล้วที่จะร่วมปะทะคารมกับเขาให้รู้หมู่รู้จ่ากันไปเลย

เมื่อฝ่ายหนึ่งเกิดโทสะจนลืมตัว สิ่งที่เขาต้องการคือการเตือนสติ แต่การเตือนสติไม่จำเป็นต้องทำด้วยการแนะนำสั่งสอนจากเรา บ่อยครั้งการนิ่งสงบของเรากลับให้ผลที่ดีกว่า ยิ่งเขาระบายใส่เรา แต่เรากลับนิ่งเงียบ ไม่ตอบโต้ เขาก็จะยิ่งเห็นตัวเองได้ชัดเจนขึ้นว่ากำลังหัวเสียเพียงใด การนิ่งเงียบของเราจึงเปรียบเสมือนกระจกเงาที่สะท้อนให้เขาเห็นตัวเองอย่างชัดแจ้ง และนั่นจะช่วยให้สติของเขากลับคืนมาอย่างรวดเร็ว แต่เราจะนิ่งสงบเช่นนั้นได้ เราก็ต้องมีสติเช่นกัน คือไม่โมโห ไม่เกลียดชัง และไม่คิดเอาชนะเขา สติของเราจะช่วยปลุกสติของเขาให้ตื่นขึ้นมา จนทำให้เขากลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง

ความนิ่งสงบไม่เพียงช่วยสะกดอารมณ์ของอีกฝ่ายหนึ่งให้เย็นลงเท่านั้น หากยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่ซ่อนเร้นความรู้สึกยอมพรั่งพรูความในใจออกมา ผู้คนส่วนใหญ่มีความทรงจำอันเจ็บปวด ทั้งจากการถูกกระทำ และจากการเป็นฝ่ายกระทำ ความโกรธแค้นและความรู้สึกผิดดังกล่าวคอยทิ่มแทงจิตใจอยู่เสมอในยามที่นึกถึง แต่ก็ยากจะเล่าให้ใครฟังได้ โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ผู้คนไม่ค่อยมีเวลาให้แก่กันและกัน

แต่ถ้าหากมีใครสักคนตั้งใจฟังด้วยความใส่ใจ พร้อมรับฟังทุกอย่างไม่ว่าเลวร้ายเพียงใดก็ตามโดยไม่ตัดสินว่าถูกหรือผิด ความในใจที่เคยเก็บไว้ก็สามารถหลั่งไหลออกมาได้ไม่ยาก เพราะโดยส่วนลึกเราก็ต้องการเพื่อนที่สามารถรับฟังเรื่องราวทุกอย่างของเราได้

การรับฟังด้วยความใส่ใจ คือการฟังอย่างนิ่งสงบและด้วยสติ ไม่เร่งเร้า และไม่คิดจะแนะนำสั่งสอน มีเพียงใจที่เปิดกว้าง พร้อมราะรับรู้ทุกอย่างที่ออกมาจากใจของเขา ใจที่เปิดกว้างของผู้ฟัง ย่อมช่วยให้ผู้พูดยอมรับความทรงจำที่เจ็บปวดโดยไม่ผลักไสหรือปฏิเสธ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการให้อภัยทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น

ความนิ่งสงบอย่างมีสตินั้นมีอานุภาพในการเยียวยามาก เป็นการ “ไม่กระทำ”ที่ส่งผลยิ่งกว่าการกระทำหลายเท่านัก

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved