หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ >โยมถามพระตอบ ตอนที่ ๑๔
กลับหน้าแรก

โยมถามพระตอบ ตอนที่ ๑๔
พระไพศาล วิสาโล

นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ
ฉบับที่ ๒๐ กรกฏาคม - สิงหาคม ๒๕๖๐

คำถามที่ ๑. กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาลเจ้าค่ะ โยมมีความสงสัยว่า เงินปัจจัยที่พระสงฆ์ได้รับถวายจากญาติโยมในระหว่างที่บวชนั้น เมื่อสึกแล้ว จะถือว่าปัจจัยนี้เป็นของส่วนตัว สามารถนำมาใช้ได้ หรือปัจจัยนี้จะถือเป็นของสงฆ์ และควรนำถวายวัดคืนเจ้าคะ

ตอบ เงินเหล่านั้นถ้าญาติโยมถวายเป็นการส่วนตัว   เมื่อสึกแล้วตามธรรมเนียมก็ยังถือว่า เป็นเงินส่วนตัว ที่เจ้าตัวสามารถนำไปใช้ได้  แต่ถ้าพูดถึงพระวินัย  ท่านก็ไม่สามารถรับได้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะมีข้อห้ามเอาไว้

คำถามที่ ๒. กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาลเจ้าค่ะ น้องชายของโยมบวชเป็นพระ แต่ด้วยความสนิทสนม เมื่อโยมไปกราบพระน้องชาย ท่านจึงอาจเผลอพูดคุยเล่นด้วยด้วยความเคยชิน ซึ่งอาจจะดูไม่สำรวมนักเมื่ออยู่ในเพศบรรพชิต ในกรณีนี้ หากโยมกล่าวเตือนท่านจะเป็นการสมควรหรือไม่ และโยมจะบาปหรือไม่เจ้าคะ

ตอบ โยมสามารถกล่าวเตือนท่านได้ และควรทำด้วย ในฐานะที่เป็นทั้งพี่สาวและอุบาสิกา  (ส่วนน้องชาย ในฐานะที่เป็นพระ ก็ควรเปิดใจน้อมรับคำแนะนำตักเตือน  ไม่ว่าผู้ตักเตือนจะเป็นใครก็ตาม  เพราะการขัดเกลาตนเอง และการฝึกจิตให้มั่นคง ไม่โกรธเคืองเมื่อถูกตักเตือนหรือแม้แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของพระ)  อย่างไรก็ตามเมื่อจะแนะนำตักเตือนใคร ควรทำโดยคำนึงถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า  กล่าวคือ ทำด้วยเมตตา  ใช้ปิยวาจา  พูดถูกเวลา   พูดความจริง และเป็นประโยชน์

คำถามที่ ๓. กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาลค่ะ โยมอยากราบขอกุศโลบายในการทำให้ตัวเองมีความพากเพียร ฮึดสู้ในการปฏิบัติธรรม เพราะบางครั้งเกิดความขี้เกียจ และท้อแท้ท้อถอย ปฏิบัติแล้วไม่ก้าวหน้า รู้สึกตัวเองไม่เอาไหน อยากเปลี่ยนตัวเองจริงจัง แต่ก็ทำได้ไม่กี่วันก็กลับมาพ่ายแพ้กิเลสอีก ทำอย่างไรโยมถึงจะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ได้คะ กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ

ตอบ อย่างแรกที่ควรมี คือสิ่งแวดล้อมที่ดีหรือกัลยาณมิตร  เช่น อยู่ท่ามกลางผู้คนที่ใฝ่ธรรม มีความเพียรในการปฏิบัติ  จะช่วยให้เกิดความกระตือรือร้นในการปฏิบัติ  ไม่เฉื่อยเนือย  เวลาเบื่อหน่าย อยากเลิกปฏิบัติ  ครั้นเห็นคนอื่นตั้งใจทำ  ความเกียจคร้านก็ยากที่จะครองใจได้  หลายคนเวลาปฏิบัติที่บ้าน ทำได้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่พอไปปฏิบัติที่วัด หรือในสถานปฏิบัติธรรม กลับทำได้ดี มีความเพียรต่อเนื่อง

ประการต่อมาก็คือ การวางใจให้ถูก  หลายคนเริ่มต้นด้วยความคาดหวังที่ผิด เช่น อยากได้ความสงบ  พอทำได้สักพัก จิตยังไม่สงบสักที  มีแต่ความฟุ้งซ่าน ก็ไม่พอใจ  พยายามบังคับกดข่มจิตไม่ให้คิด ก็ไม่สำเร็จ แถมมีความเครียดเพิ่มขึ้น เพราะจิตยิ่งถูกบังคับ มันก็ยิ่งต่อต้านขัดขืน พยศหนักขึ้น   แทนที่จิตจะสงบ กลับว้าวุ่น มีความทุกข์มากขึ้น  ยิ่งทำก็ยิ่งขุ่นเคืองใจ  ในที่สุดก็ท้อแท้ ไม่อยากทำ หรือเลิกปฏิบัติไปเลย

สิ่งที่ควรทำ ก็คือ วางความอยากหรือความคาดหวังลง  ยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับใจ อะไรจะเกิดขึ้นก็สักแต่ว่ารู้เฉย ๆ  ไม่ผลักไสหรือไขว่คว้าสิ่งใด  เป็นกลางกับทุกสิ่ง  อย่าลืมว่าการปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา จุดหมายก็เพื่อ “ละ” ไม่ใช่เพื่อ “เอา”  ข้อเตือนใจอีกอย่างคือ  เราไม่ควรปฏิบัติเพื่อควบคุมความคิด  แต่ปฏิบัติเพื่อไม่ให้ความคิดมาควบคุมเรา  ดังนั้นแม้จะมีความคิดเกิดขึ้นในใจ เราก็เพียงแต่รู้เท่าทันมัน  เท่านี้มันก็ควบคุมจิตเราได้ยาก

ประการที่สาม  ควรเริ่มจากน้อยไปหามาก   เช่น หากเป็นผู้ใหม่ อาจเริ่มด้วยการปฏิบัติครั้งละ ๑๐ นาที (หรือมากกว่านั้นก็ได้)  ข้อสำคัญคือ ขอให้ทำทุกวัน ไม่ว่ามีอะไร(หรือข้ออ้างใด ๆ )เกิดขึ้นก็ตาม  การทำทุกวันจะช่วยสร้างนิสัยใหม่ให้แก่ตนเอง และหากทำได้ทุกวัน กำลังใจและความมั่นใจในตนเองก็จะเพิ่มมากขึ้น  จากนั้นก็ค่อยเพิ่มเป็น ๒๐ นาที  จะเพิ่มมากหรือน้อยไม่สำคัญเท่ากับว่า พยายามทำให้ได้ตามกำหนดทุกวัน  อาตมามั่นใจว่าหากคุณทำได้ทุกวัน ไม่มีขาด  ความเพียรของคุณจะตั้งมั่นมากขึ้น ความเกียจคร้านหรือข้ออ้างต่าง ๆ จะมีพลังน้อยลง   และหากนิสัยใหม่ของคุณหยั่งรากลึก  คุณจะพบว่าการปฏิบัติธรรมเป็นประจำทุกวัน (หรือวันละหลายครั้ง) ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved