หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ >โยมถามพระตอบ ตอนที่ ๑๒
กลับหน้าแรก

โยมถามพระตอบ ตอนที่ ๑๒
พระไพศาล วิสาโล

นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ
ฉบับที่ ๑๘ มีนาคม - เมษายน ๒๕๖๐

คำถามที่ ๑. กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาลค่ะ โยมกราบขออนุญาตถามคะว่า การที่พระสงฆ์ที่มาบิณฑบาตบ้านโยมตอนเช้าเกือบทุกวันได้ขอเข้าห้องน้ำบ้านโยมเกือบทุกอาทิตย์เป็นการเหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่เหมาะสมโยมควรพูดว่าอย่างไร หรือถ้าไม่เป็นไรโยมก็ให้พระสงฆ์เข้าห้องน้ำได้ต่อไป  กราบขอบพระคุณพระอาจารย์เป็นอย่างยิ่งค่ะ

ตอบ ที่จริงการทำเช่นนั้น พระวินัยไม่ได้ห้ามไว้  แต่หากท่านไม่ได้เจ็บป่วยหรือไม่ได้มีเหตุจำเป็นจริง ๆ  การทำเช่นนั้นเป็นอาจิณย่อมไม่เหมาะ เนื่องจากคุณมิใช่เป็นโยมที่ท่านคุ้นเคยหรือได้ปวารณาเอาไว้    และหากคุณอยู่บ้านคนเดียว  การทำเช่นนั้นก็ยิ่งไม่เป็นการเหมาะสม

หากท่านมาขอเข้าห้องน้ำบ้านของคุณอีก ควรถามท่านก่อนว่า ท่านเจ็บป่วยหรือไม่  พร้อมกับบอกว่าหากท่านเจ็บป่วย โยมก็ยินดีให้ใช้ห้องน้ำในบ้าน  แต่ท่านไม่เจ็บป่วย ก็บอกท่านว่า ถ้านาน ๆ ใช้ที ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าใช้เป็นประจำ โยมไม่สะดวก  การพูดเพียงเท่านี้ก็ย่อมเพียงพอแล้วที่ท่านจะเข้าใจได้ว่าการกระทำของท่านเป็นการรบกวนเจ้าของบ้าน

คำถามที่ ๒. กราบนมัสการพระอาจารย์ที่เคารพ บิดามารดาของโยมเป็นชาวพุทธที่ทำบุญตักบาตร เข้าวัดทำบุญ แต่ไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของศีล หากอยากชักชวนให้พ่อแม่ถือศีล ๕ ด้วยนั้น ควรจะมีวิธีการชักชวนอย่างไรถึงจะเหมาะสม กราบขอบพระคุณพระอาจารย์เจ้าค่ะ

ตอบ ควรชี้ให้ท่านเห็นว่าการทำบุญเช่น ใส่บาตร เป็นสิ่งดี น่าอนุโมทนา แต่จะดียิ่งขึ้นหากละเว้นการทำบาปหรือการเบียดเบียนด้วย หาไม่จะได้บุญน้อย   หลวงพ่อชา สุภัทโท  กล่าวว่า “การละบาปนี้สำคัญกว่าการทำบุญ ไม่ละบาป ไม่ละความชั่ว จิตไม่ผ่องใสหรอก”  การละบาปนั้นทำได้ด้วยการถือศีล ๕เป็นเบื้องต้น 
หากท่านเห็นว่าเป็นเรื่องยาก เพราะทำเป็นนิสัยแล้ว  ก็ควรเริ่มจากการถือศีลอาทิตย์ละครั้ง คือทุกวันพระ  หากทำบ่อย ๆ ก็เป็นการง่ายที่จะทำทุกวันจนเป็นอาจิณ

คำถามที่ ๓. กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาลค่ะ โยมเป็นคนที่ หากมีเรื่องใดที่กระทบใจ มักจะคิดวนเวียนถึงเรื่องนั้นไม่เลิก ไม่สามารถสลัดออกจากใจได้ รู้สึกเป็นทุกข์มากเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าโยมควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ

ตอบ วิธีแก้ปัญหานี้แบบเฉพาะหน้า ก็คือ  หาอะไรทำ อย่าอยู่นิ่ง ๆ   เพราะถ้าอยู่เฉย ๆ  จิตจะเวียนวนอยู่กับเรื่องนั้น   วันหนึ่ง ๆ คุณคงมีงานหลายอย่างที่ต้องทำอยู่แล้ว  เมื่อมีอะไรกระทบใจ ก็เอางานเหล่านั้นมาทำ  จดจ่อใส่ใจอยู่กับสิ่งนั้น จะเป็นงานบ้าน งานอาชีพ หรือกิจวัตรประจำวัน ก็ได้ทั้งนั้น จะช่วยให้ลืมหรือวางเรื่องเหล่านั้นลงไปได้
ในระยะยาว ปัญหานี้จะแก้ได้ก็ด้วยการมีสติรู้ทันความคิดและอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นยามถูกกระทบ    ถ้ารู้ทันเมื่อไหร่ มันก็จะจางหายไปเมื่อนั้น  สติช่วยให้ใจอยู่กับปัจจุบัน  ไม่ไหลไปอดีต ลอยไปอนาคต หรือจมอยู่ในอารมณ์  ดังนั้นคุณควรหมั่นเจริญสติอยู่เป็นนิจ  ทำอย่างน้อยวันละ ๑๐ นาทีเป็นอย่างน้อย

ขณะเดียวกันเวลาทำอะไร ก็ให้ใจอยู่กับสิ่งนั้น  อย่าเพิ่งไปคิดถึงสิ่งอื่น แม้แต่กิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ ล้างหน้า ถูฟัน   ขณะที่ทำสิ่งนั้น ใจก็อย่าเพิ่งไปคิดถึงอะไรที่จะทำต่อไปหลังจากนั้น  การทำเช่นนี้เป็นนิสัยจะช่วยให้สติของคุณว่องไว  เวลาเผลอคิดถึงเรื่องกระทบใจ สติก็จะช่วยให้รู้ทัน และปล่อยวางความคิดหรืออารมณ์ที่เกิดขึ้น

คำถามที่ ๔. กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาลเจ้าค่ะ การทานยาถ่ายพยาธิ ถือว่าผิดศีลหรือไม่เจ้าคะ โยมมิได้มีเจตนาในการฆ่า แต่ก็รู้ว่าการทานยาจะทำให้พยาธิตายด้วย หากเราตั้งจิตว่าจะทานยาถ่ายพยาธิเพื่อการรักษาสุขภาพ (นานๆ ทานที) จะได้ไหมคะ หรือควรจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ

ตอบ จะผิดศีลหรือไม่ อยู่ที่เจตนา เช่น ถ้ามีเจตนาหรือความตั้งใจว่า อยากกำจัดพยาธิให้หมดไป อย่างนี้ก็ผิดศีลข้อ ๑    แต่ถ้ามีเจตนาว่า ทำเพื่อให้มีสุขภาพดี (แม้ในส่วนลึกของใจ มีความอยากให้พยาธิตาย) ก็ไม่ผิด หรือถึงผิดก็เล็กน้อยกว่ากรณีแรกมาก

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved