หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ >โยมถามพระตอบ ๖
กลับหน้าแรก

โยมถามพระตอบ : ตอนที่ ๖
พระไพศาล วิสาโล

นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ
ฉบับที่ ๑๑ มกราคม - กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

คำถามที่ ๑. นมัสสการค่ะหลวงพ่อ คือโยมชอบคิดไปในทางที่ไม่ดี ในทางที่หยาบคายต่อองค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าค่ะ พระธรรม พระสงฆ์ และสิ่งศักสิทธิ์ ตอนแรกเครียดมาเลยค่ะ กังวลมาก นอนไม่หลับ พอหลังมานี่ ประะมาณ 2-3 เดือนได้ค่ะ เราไม่รู้สึกผิดเหมือนเมื่อก่อน บ้างครั้งจิตมันก็นึกไปว่าพูดไปเหอะ แต่ตัวเรารู้เสมอนะค่ะว่าไม่ถูกต้อง ไม่สมควร ชอบคิดแช่ง นินทาคนอื่นไปทั่วทั้งๆที่เมื่อก่อนเป็นคนขี้สงสารคนมากๆค่ะ ตอนแรกไม่กล้าเข้าวัด ไม่กล้ามองรูปพระ รู้สึกว่าเราแตกต่างจากคนอื่นค่ะ รู้สึกเหนื่อยมากค่ะ กลัวว่าท่านจะโกรธ หลวงพ่อคะ โยมจะบาปมากไหมคะ มีวิธีไหนทำให้หายจากอาการนี่บ้างค่ะ โยมไปพบจิตแพทย์มาอาการก็ลดลงบ้าง คือลดกังวลลง แต่ความนึกคิดไม่ค่อยลดลงเท่าไรเลยค่ะ ช่วยตอบโยมด้วยนะคะ

อาการที่คุณเล่ามานั้น เกิดขึ้นกับคนเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่มีแค่คุณคนเดียว ส่วนใหญ่เป็นทุกข์มากเพราะพยายามกดข่มต่อต้านมัน แต่ทำเท่าไรก็ไม่หาย ยิ่งทำอาการก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น สิ่งที่ควรทำคือ เมื่อมันเกิดขึ้น ก็อย่าไปสนใจมัน ไม่ต้องทำอะไรกับมันเลย มันจะยั่วยุอย่างไร ก็ปล่อยมันไป จะท่องคาถา “ชั่งมัน”ก็ได้ พึงตระหนักว่า ยิ่งคุณไปต่อล้อต่อเถียงกับมัน หรือพยายามกดข่มมัน มันก็ยิ่งรังควานคุณหนักขึ้น เพราะแรงกดเท่ากับแรงต้าน ใหม่ ๆ มันจะปรุงแต่งหนักขึ้นแรงขึ้นเพื่อล่อให้คุณไปสู้รบตบมือกับมัน คุณก็ต้องอดทน อย่าให้ความสนใจแก่มัน ถ้าทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่นานมันก็จะคลายพิษสงลงและเลิกราไปในที่สุด

พึงระลึกว่าความคิดนั้นไม่ใช่ตัวคุณ อย่าไปรู้สึกผิดเมื่อมีความคิดดังกล่าวเกิดขึ้นในใจคุณ จะว่ามันเป็นอุบายของมารก็ได้ เพื่อให้คุณคลายศรัทธาในพระรัตนตรัย คุณไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อความคิดดังกล่าว แค่รู้ว่ามันเป็นอุบายของมาร แล้วเมินเฉยมัน หันหลังให้มัน ไม่ว่ามันจะส่งเสียงดังแค่ไหนก็ตาม เท่านี้ก็พอแล้ว

คำถามที่ ๒. กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาลค่ะ โยมสงสัยว่า การเล่นหวย ซื้อล้อตเตอรี่ หรือการเล่นแชร์ แม้จะทำอย่างถูกกฎหมาย แต่ในทางธรรมนั้น สมควรหรือไม่คะ และจะให้ผลอย่างไรคะ

การเล่นหวย ซื้อล็อตเตอรี่ ไม่ถือว่าผิดศีล ๕ เพราะไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร แต่ทางธรรมถือว่าเป็นประตูแห่งความเสื่อม จึงเรียกว่า อบายมุข หากลุ่มหลงในมัน ก็จะทำให้ชีวิตตกต่ำ เพราะไม่เป็นอันทำมาหากิน ความเพียรย่อหย่อน หันไปพึ่งโชคลาภเป็นสรณะ สามารถนำไปสู่การผิดศีล เช่น ลักขโมยและโกหก (เพื่อได้เงินไปเสพมัน) และดื่มน้ำเมา (เพื่อดับความกลุ้มที่ชีวิตตกอับ) ก่อให้เกิดโทษทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น แม้ไม่ถึงกับติดอบายมุข แต่การเกี่ยวข้องกับมัน ก็อาจนำไปสู่การเสพติดลุ่มหลงในที่สุดได้

พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งความเพียร กล่าวคือเห็นว่ามนุษย์จะล่วงทุกข์ได้ก็เพราะความเพียร ขณะที่อบายมุขเหล่านี้ส่งเสริมให้ผู้คนคลายความเพียร หันไปพึ่งโชคลาภ หรือหวังรวยทางลัด โดยไม่ต้องขยันขันแข็ง จึงสวนทางกับศำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรง

คำถามที่ ๓. กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ ทุกวันนี้โยมพยายามปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวันโดยการเจริญสติ มีสติคอยระลึกรู้กายรู้ใจ แต่หลังๆ บางครั้งโยมรู้สึกว่า สติไม่คมเท่าเดิม รู้แต่รู้ไม่ชัดเท่าเดิม บางครั้งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโยมต้องรู้อะไร หรือไม่รู้ว่าตัวเอง ณ ขณะนั้นๆ มีความรู้สึกอย่างไร ขณะนั้นโยมนึกถึงคำสอนของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ว่า “รู้ซื่อๆ” จึงได้แต่คิดรู้ว่า ตัวเองอยู่ในสภาวะ “งงๆ” ไม่ทราบว่าโยมทำถูกหรือไม่คะ หรือโยมควรจะต้องทำหรือวางใจอย่างไรดีเจ้าคะ

เป็นไปได้ว่าคุณตั้งใจจะรู้หรืออยากรู้ให้ชัด จึงมีอาการดังกล่าว ความตั้งใจหรือความอยากทำให้เกิดการเพ่งจ้อง ใจไม่เป็นปกติ
คุณควรทำแบบสบาย ๆ วางความอยากลงเสีย รู้บ้าง ไม่รู้บ้างก็ไม่เป็นไร ขอให้ทำไปเรื่อย ๆ อันที่จริง แม้จะอยู่ในสภาวะงง ๆ แค่รู้ว่างง ก็พอแล้ว ไม่ต้องยินร้ายกับอาการดังกล่าว “รู้ซื่อ ๆ” หมายถึงการรู้ด้วยใจเป็นกลาง ไม่ยินดีไม่ยินร้าย ไม่ชอบไม่ชัง รวมทั้งไม่ไขว่คว้าหรือผลักไส เวลารู้สึกไม่สบายใจที่เกิดอาการดังกล่าว ก็ให้มีสติรู้ทันความไม่สบายใจนั้น แค่รู้เฉย ๆ หรือเห็นมันก็พอแล้ว คือเห็นความไม่สบายใจ อย่าเป็นผู้ไม่สบายใจ พึงตระหนักว่า อาการทั้งหลายที่เกิดกับใจของคุณ มาเพื่อสอนคุณหรือฝึกคุณให้มีสติรวดเร็วฉับไวและเกิดปัญญาแจ่มแจ้งในธรรม

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved