หน้ารวมบทความ
   บทความ > นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ > โยมถามพระตอบ ๔
กลับหน้าแรก

โยมถามพระตอบ : ตอนที่ ๔
พระไพศาล วิสาโล

นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ
ฉบับที่ ๙ กันยายน-ตุลาคม ๒๕๕๘

คำถามที่ 1. กราบนมัสการพระอาจารย์ครับ   เวลาที่ผมปฏิบัติธรรม นั่งภาวนา ผมมักจะรู้สึกเกร็ง เครียด และรู้สึกหนัก ปวดบริเวณศีรษะเวลาที่จิตจดจ่ออยู่กับที่ใดที่หนึ่ง พอรู้ตัวว่าเกร็ง ผมก็พยายามผ่อนให้คลายลง แต่พอผ่อนแล้วก็เผลอสติฟุ้งซ่าน หรือเผลอหลับ ผมพยายามหาจุดกลางๆที่พอดี แต่ก็ไม่สำเร็จ เป็นแบบนี้อยู่ตลอดเวลามา2-3เดือนแล้วครับ..  ไม่ทราบว่าผมจะต้องแก้ไขอย่างไรดีครับ ขอพระอาจารย์เมตตาชี้แนะครับ

ตอบ อาการดังกล่าวน่าจะเกิดจากการพยายามบังคับจิตให้นิ่ง ด้วยการเพ่งที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือไม่ก็คอยดักจ้องดูความคิด  รวมทั้งการพยายามหยุดความคิด หรือกดข่มความคิดเวลามันเกิดขึ้น  ยิ่งทำเช่นนั้นจิตก็ยิ่งต่อสู้ขัดขืน จึงทำให้คุณเหนื่อยและเครียด  บ่อยครั้งคุณอาจเผลอกลั้นลมหายใจขณะที่พยายามหยุด(หรือเบรค)ความคิดนั้น  เมื่อทำบ่อย ๆ จึงรู้สึกปวดหัว บางคนอาจรู้สึกหน้ามืด แน่นหน้าอก  ทั้งหมดนี้เป็นเพราะลึก ๆ คุณอยากให้จิตสงบ จึงพยายามควบคุมบังคับมัน

เมื่อจะภาวนา ควรทำใจให้สบาย ปล่อยวางความอยากทั้งปวง    พึงตระหนักว่าความฟุ้งซ่านนั้นเป็นธรรมดาของจิต เราไม่สามารถห้ามได้  แต่สิ่งที่ทำได้คือรู้ทันเวลาจิตฟุ้งซ่าน   จะว่าไปแล้วความฟุ้งซ่านไม่ใช่ตัวปัญหา ตัวปัญหาก็คือความไม่พอใจหรือรู้สึกลบต่ออาการฟุ้งซ่านนั้น  จึงทำให้เป็นทุกข์  ลองวางใจเป็นกลางกับมัน  คุณจะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น  และหากรู้ทันมันบ่อย ๆ โดยไม่รังเกียจผลักไสมัน  มันก็จะรบกวนคุณน้อยลง และจิตจะค่อย ๆ นิ่ง

หากรู้สึกง่วง  เวลานั่งสมาธิก็ลองลืมตาสักหน่อย หรือหายใจให้แรงขึ้นอีกสักนิด  หาไม่ก็เปลี่ยนอิริยาบถ จากนั่งเป็นเดิน  ถ้ายังไม่หาย ลองเอาน้ำลูบหน้าให้สดชื่น  ทำอย่างนี้ไปสักพัก น่าจะดีขึ้น เพราะจิตนั้นมีความสามารถปรับตัวได้เร็ว   ที่ง่วงเพราะไม่ค่อยมีสิ่งเร้าหรืออารมณ์ใหม่ ๆ ให้เสพ  แต่ทำไปสักพัก จิตจะคุ้นกับภาวะดังกล่าว ไม่ง่วงง่ายเหมือนตอนแรก ๆ

คำถามที่ 2. โยมรู้สึกตัวเองเป็นคนมีจิตใจอ่อนแอ อ่อนไหวง่าย จนบางครั้งกลายเป็นคนขี้แง และมักจะไม่สามารถเอาชนะใจตัวเองได้ คอยแต่จะไหลตามกิเลสอยู่เนืองๆ ไม่ทราบว่า จะทำอย่างไรให้จิตมีกำลังในการเอาชนะกิเลส และเปลี่ยนตัวเองใหเป็นคนที่มีจิตใจหนักแน่น เข้มแข็ง ไม่sensitive ง่ายได้เจ้าคะ

 

ตอบ คุณควรฝึกฝนตนให้มีความมุ่งมั่นและเข้มแข็ง  โดยเลือกทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ไม่คุ้นเคยหรือถนัด  อาจเป็นการลด ละ หรือเลิกนิสัยบางอย่างที่ไม่ดี  (เช่น ติดกาแฟ ติดละคร ติดเฟซบุ๊ค หรือติดเที่ยวห้าง)  หรือทำสิ่งดี ๆ ที่มักละเลย (เช่น การสวดมนต์ นั่งสมาธิ  ออกกำลังกาย)  เอาแค่อย่างเดียวก็พอ และตั้งใจว่าจะทำทุกวัน ไม่ให้ขาดแม้แต่วันเดียว  หากคุณทำได้ต่อเนื่อง (เช่น ตลอดพรรษา) จะช่วยให้คุณมีจิตใจเข้มแข็งและอดทน  ทั้งหมดนี้เป็นการบำเพ็ญบารมีทั้งขันติบารมี และอธิษฐานบารมี  ช่วยให้คุณมีกำลังในการเอาชนะกิเลส และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคง่าย ๆ

นอกจากทำเองที่บ้านแล้ว การออกไปอยู่ในสถานที่ที่มีวินัยเข้มงวด เช่น อยู่วัดป่าสักระยะหนึ่ง หรือเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม ก็จะช่วยให้คุณมีความอดทน และมีจิตใจเข้มแข็งมากขึ้น  การคบเพื่อนหรือมีกัลยาณมิตร ที่ขยันหมั่นเพียร มีระเบียบวินัยและความมุ่งมั่น ก็จะช่วยกล่อมเกลาและฝึกฝนจิตใจคุณไปในทางนั้นได้ด้วยเช่นกัน 

คำถามที่ 3.  ผมมีหนังสือธรรมะ ซึ่งทราบภายหลังว่าไม่ค่อยจะถูกต้องนัก เช่น แปลบาลีผิดเพี้ยน หรือหนังสือประวัติพระอรหันต์ ซึ่งผู้เขียนใส่อภินิหารหรือตีความไม่ตรงตามธรรมของพระพุทธศาสนา จนรู้สึกว่าอันตราย ไม่ควรอ่าน แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำลายหรือไม่   ไม่ทราบว่าควรจะทำเช่นไรกับหนังสือเหล่านี้ดีครับ

ตอบ คุณลองพิจารณาดูว่า หนังสือเล่มนั้นมีส่วนที่แปลบาลีหรือพุทธพจน์ถูกต้องหรือไม่   หรือมีส่วนที่ตรงกับคำสอนของพระพุทธองค์หรือไม่   หากมีและมีอยู่มาก ก็น่าจะเก็บไว้ เพราะเนื้อหาดังกล่าวย่อมมีประโยชน์ต่อคุณไม่มากก็น้อย    ส่วนที่แปลผิดหรือคลาดเคลื่อนจากพระธรรมคำสอน ก็มองข้ามไป  พึงใช้ท่าทีอย่างเดียวกับที่พระพุทธองค์ทรงแนะนำเวลาเจอคนที่มีนิสัยไม่ดี   กล่าวคือให้มองด้านที่ดีของเขา  ทรงเปรียบเหมือนกับสระน้ำที่มีจอกแหนปกคลุมอยู่เต็ม  แต่หากแหวกจอกแหนออกไปบ้าง เราก็สามารถตักน้ำในสระน้ำนั้นไปใช้ประโยชน์ได้

สำหรับเรื่องอภินิหารนั้น  หากเป็นแค่สีสรรหรือกระพี้  ส่วนสาระหรือแก่นของเรื่องนั้นตรงกับคำสอนของพระพุทธองค์  เช่น เน้นความเพียร ความสันโดษ ความมักน้อย ความคลายกำหนัด ไม่พอกพูนกิเลส เป็นต้น ก็ยังถือว่ามีประโยชน์อยู่  พึงรู้จักเลือกสรรส่วนที่ดีมีประโยชน์

อย่างไรก็ตามหากหนังสือเล่มนั้นมีข้อผิดพลาดมาก คลาดเคลื่อนหรือถึงกับสวนทางกับคำสอนของพระพุทธองค์  เรียกว่าหาประโยชน์ไม่ได้เลย  ถ้าไม่อยากเก็บไว้ ก็อย่าถึงกับทำลายอย่างไร้ประโยชน์  มีวิธีกำจัดหลายวิธี เช่น ชั่งกิโลขายพร้อม ๆ กับหนังสือพิมพ์  หรือมอบให้ซาเล้งเอาไปขายเพื่อรีไซเคิล

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved