ปุจฉา-วิสัชนา > ปฏิบัติธรรมแล้ว ทำไมความคิดไม่ดีถึงมากขึ้นไม่ลดลง
กลับหน้าแรก

ปฏิบัติธรรมแล้ว ทำไมความคิดไม่ดีถึงมากขึ้นไม่ลดลง

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 19 มีนาคม 2014
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

กราบนมัสการพระคุณเจ้า ดิฉันมีความตั้งใจในการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง และก็ได้ทำมาระยะหนึ่งแล้ว หาเวลาไปปฏิบัติที่สถานปฏิบัติธรรมบ้าง เมื่ออยู่บ้าน หรือทำการงานอะไร ก็จะหมั่นทำความรู้สึกตัวอยู่เสมอ แม้ยามนอนก็ตามดูตามรู้ลมหายใจก่อนหลับอยู่เสมอๆ แต่ทำไมยิ่งปฏิบัติไปๆ กลับเห็นความคิดไม่ดีๆ ของตัวเองเยอะขึ้นๆ บางเรื่องที่เป็นอดีต ก็ยังนำมาคิดปรุงแต่งต่อ บางเรื่องไม่เคยเกิดขึ้น แต่ก็ผุดขึ้นมา ถ้าเรายิ่งปฏิบัติมากๆ เรื่องความคิดไม่ดีนี่มันควรจะลดลงหรือน้อยลงไหมคะ แทนที่เราจะเห็นมันบ่อยขึ้น จนบางครั้งรู้สึกเหนื่อยกับความคิดของตัวเองค่ะ อยากให้พระคุณเจ้าช่วยอบรมสั่งสอนค่ะ

เป็นธรรมดาของคนที่รู้เท่าทันจิตใจของตน จะเห็นความคิดไม่ดีเกิดขึ้นในใจมากมาย เพราะใจของคนเรานั้นคิดดีคิดร้ายอยู่เป็นอาจิณ แต่ที่ผ่านมาคุณไม่ค่อยได้รู้ทันจิตใจของตน เลยไม่รู้ว่ามีความคิดร้ายเกิดขึ้นมากมาย ขอให้ตระหนักว่ามันเป็นธรรมดาของจิตที่มีนิสัยแส่ส่ายท่องเที่ยวและปรุงแต่ง ข้อสำคัญก็คือ อย่าปล่อยใจให้ความคิดร้ายนั้นครอบงำจิตใจ การรู้เท่าทันมันเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ความคิดร้ายนั้นมีอิทธิพลต่อจิตใจของเราน้อยลง

ปัญหาของคุณก็คือ แทนที่คุณจะ “เห็น” มันเฉย ๆ กลับคิดปรุงแต่งต่อ แสดงว่าตอนนั้นคุณไม่มีสติหรือความรู้ตัว แต่พลัดหลงไปในความคิดแล้ว อันที่จริงแม้แต่การพยายามกดข่มความคิดนั้น ก็เป็นความเผลอหรือลืมตัวอีกแบบหนึ่ง ซึ่งหากทำบ่อย ๆ ก็จะทำให้เหนื่อยและเครียด ทำไปนาน ๆ ก็จะรู้สึกแย่กับตัวเองอย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับคุณขณะนี้

ความคิดร้ายนั้น คุณไม่ต้องทำอะไรกับมันหรอก แค่รู้ทัน หรือมีความรู้สึกตัว มันก็จะเลือนหายไปเอง เพราะความคิดแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณลืมตัว ส่งจิตออกนอก หรือหลงไปในอารมณ์ แต่เมื่อมีสติหรือความรู้ตัว จิตก็หยุดปรุงแต่งทันที

อีกข้อหนึ่งที่พึงตระหนักก็คือ ความคิดร้ายเหล่านั้นไม่ใช่ “คุณ” อย่าคิดว่ามันเป็นตัวคุณหรือของคุณ มันแค่เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งคุณไม่อาจควบคุมบางการได้ ถ้าคุณไปหลงคิดว่าความคิดร้ายนั้นเป็นตัวคุณ คุณก็จะทุกข์เพราะมัน และง่ายที่จะถูกมันครอบงำรังควานจิตใจ (เช่นรู้สึกผิดหวังว่าทำไมฉันเลวแบบนี้) ครูบาอาจารย์มักสอนว่า “คิดดี หรือคิดชั่ว ก็ช่างมัน” อย่าไปสนใจมัน แค่รู้ทันหรือเห็นมันก็พอแล้ว อย่าลืมว่าใจของเราก็เหมือนกับโรงละคร มีทั้งตัวดีและตัวร้ายโลดแล่นอยู่บนเวที อย่าคิดว่าบนนั้นจะมีแต่พระเอกหรือนางเอกเท่านั้น หน้าที่ของคุณก็คือ ดูตัวละครเหล่านั้น โดยไม่ต้องมีอารมณ์ร่วมกับมัน หรือลืมตัวถึงกับโดดขึ้นเวทีไปเล่นงานตัวร้ายทั้งหลาย

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved