ปุจฉา-วิสัชนา > เป็นโรคซึมเศร้าและสามีขอหย่า
กลับหน้าแรก

เป็นโรคซึมเศร้าและสามีขอหย่า

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 13 มีนาคม 2014
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ ดิฉันอายุ 37 ปี ตอนนี้ดิฉันเข้ารับการบำบัดจากอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า (mild) เนื่องจากดิฉันแต่งงานเข้าบ้านครอบครัวคนจีน เมื่อตอนอายุ 35 ปีค่ะ แต่บรรยากาศภายในบ้านมันตึงมาก อาจเนื่องเพราะการไม่มีบุตร แต่ทั้งตัวดิฉันและสามีก็ไม่ได้ไปตรวจนะคะ พ่อแม่สามี ไม่เคยทักทาย ไม่เคยถามถึงสารทุกข์สุขดิบ

ดิฉันต้องย้ายออกจากลำพูน เพื่ออ้างว่าไปหางานทำที่เชียงใหม่และรักษาตัวจากอาการป่วยนี้ด้วยการเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ สามีดิฉันมีอาชีพขายอาหารตามสั่งอยู่ที่ลำพูนค่ะ พ่ออายุ 72 และแม่อายุ 60 ปีของเขาต้องการให้เขาอยู่บ้านเพื่อดูแลพ่อแม่และพี่ชายที่ป่วยเป็นออทิสติก

ตอนแรกที่ดิฉันย้ายออกไปอยู่เชียงใหม่สามีก็เคยตามไปอยู่ด้วยค่ะ แต่เนื่องจากเขาก็ยังสมัครงานที่ไหนไม่ได้ เงินทองที่ใช้จ่ายก็เป็นเงินส่วนตัวของดิฉันคนเดียว ต่อมาเขากลับบ้านลำพูนและ กลับมาบอกว่า พ่อแม่เค้าจะให้เงินมาสี่หมื่นบาท แล้วช่วยไปหย่าให้เขาที เพราะดูท่าทางเราอยู่บ้านเขาก็ไม่มีความสุข ตัวเขาเองก็ต้องขอโทษเราด้วยที่ดูแลเราไม่ได้ เขาจำเป็นต้องกลับไปอยู่บ้าน เพราะอย่างไรเสียเขาก็ไม่ต้องเสียค่าเช่าและก็มีข้าวกิน

ตอนนี้เราแยกกันอยู่มาได้สองเดือน แต่ยังไม่ได้หย่ากันค่ะ เพราะดิฉันยังไม่ตกลง ด้วยเพราะเหตุผลในการขอหย่ามันฟังดูแย่ไปหน่อย หากดิฉันทำผิดคิดร้ายกับตัวเขา ดิฉันจะยินยอมหย่าให้ด้วยดี แต่ตลอดมาที่อยู่เชียงใหม่ปีกว่าๆ ดิฉันพยายามประคับประคองจิตใจเขาทุกทาง จ่ายค่าสนามแบดให้ จ่ายค่ารองเท้าตีแบดให้ ค่ากินอยู่สารพัด ดิฉันไม่เคยบ่น แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงเลือกทางนี้ รบกวนพระอาจารย์ช่วยให้แง่คิดหน่อยนะคะ ว่าโยมควรรอให้เขาคิดใหม่ได้อยู่ไหม กราบนมัสการขอบคุณพระคุณเจ้าค่ะ

อาตมาขอชื่นชมที่คุณพยายามทำเพื่อสามีที่คุณรัก แม้จะอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่กดดันจนเกิดภาวะซึมเศร้า

ฟังจากที่คุณเล่าคุณไม่เพียงแต่งงานกับสามีคุณเท่านั้น แต่คุณยังแต่งงานกับครอบครัวสามีของคุณด้วย เพราะครอบครัวสามีคุณมีอิทธิพลกับสามีคุณมาก และสามีคุณก็เป็นความหวังของครอบครัวด้วย

อยากแนะนำให้คุณวิเคราะห์ระหว่างการมีชีวิตคู่กับการอยู่คนเดียว อะไรจะส่งผลทำให้คุณมีความสมดุลในชีวิตมากกว่ากัน เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว คุณจะตอบคำถามชีวิตเรื่องนี้ได้ด้วยตัวของคุณเอง ไม่ตอกย้ำซ้ำเติมตัวเอง การที่คุณเอื้อเฟื้อค่าใช้จ่ายและดูแลสามีคุณ เป็นการให้แก่คนที่คุณรักเพื่อทำให้เขามีความสุข ซึ่งคงช่วยให้คุณมีความสุขด้วย แต่เขาจะตัดสินใจอย่างไร จะเลือกคุณหรือไม่ ก็ไม่อยู่ในวิสัยที่คุณจะควบคุมได้เลย

มองในมุมของเขา เขาเองก็คงลำบากใจในการตัดสินใจเรื่องนี้ โดยเฉพาะถ้าตั้งโจทย์ให้เขาเลือกระหว่างคุณกับพ่อแม่ อย่างไรก็ตามถ้าคุณทั้งสองรักกันจริง แม้จำเป็นจะต้องอยู่ห่างกันในช่วงนี้ ก็น่าจะรับได้ วันข้างหน้าเหตุปัจจัยอาจเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เอื้อให้คุณทั้งสองได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันใหม่ก็ได้ ดังนั้นในชั้นนี้จึงไม่จำเป็นที่คุณทั้งสองจะต้องรีบตัดสินใจเรื่องการหย่า แค่อยู่ห่างกันสักพักสักระยะหนึ่ง ก็น่าจะแก้ปัญหาของคุณทั้งสองไปได้ระดับหนึ่ง

สิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรละเลยก็คือ การเยียวยารักษาโรคซึมเศร้า เมื่อไปพบแพทย์ตามนัด คุณควรเล่าเรื่องราวดังกล่าวให้แพทย์หรือทีมรักษารับทราบด้วยเพื่อเป็นข้อมูลในการปรับแผนการรักษาต่อไป

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved