ปุจฉา-วิสัชนา > ฝังใจว่าพ่อไม่ใส่ใจ ทำให้แม่ตาย
กลับหน้าแรก

ฝังใจว่าพ่อไม่ใส่ใจ ทำให้แม่ตาย

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 3 มิถุนายน 2013
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อค่ะ หนูเป็นคนที่สนิทกับคุณแม่มากกว่าพ่อ มีอะไรก็จะ คุยกับคุณแม่รู้สึกว่าแม่เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง และหนูรู้สึกว่าการคุยกับคุณแม่นั้นรู้เรื่องกว่าคุณพ่อ แต่หนูก็พอจะได้รับรู้ความทุกข์ของคุณแม่เรื่องคุณพ่อบ้าง คือ คุณพ่อจะเป็นคนแปลก ๆ คือ มักจะทำอะไรหรือพูดอะไรไม่ค่อยคิด ขี้โมโห ขี้น้อยใจ และอะไรๆ อีกหลาย ๆ อย่างที่จะนึกถึงแต่ตัวของท่านเอง หนูก็พอจะรับรู้ได้ว่าคุณแม่ก็คงมีความทุกข์ไม่น้อย บางครั้งคุณแม่ก็มักจะโทรมาระบายให้หนูฟังหนูในฐานะลูกก็ จะเป็นกาวใจและปรับความเข้าใจให้ท่านทั้งสอง คุณพ่อจะไม่ถูกกับพี่ชายเพราะจะคุยกันไม่รู้เรื่อง มักจะมีปากเสียงกันบ่อย ๆ และสิ่งที่ไม่คาดฝันกับครอบครัวของหนูก็เกิดขึ้น

คือ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 คุณแม่หนูเสียชีวิตด้วยอาการท้องเสียฉับพลันและติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งในฐานะที่หนูทำงานโรงพยาบาลหนูรู้สึกว่าโรคนี้มันสามารถรักษาได้หากเข้าถึงมือแพทย์ทัน แต่ด้วยความที่คุณพ่อนิ่งนอนใจเลยทำให้ไม่สามารถส่งคุณแม่รักษาได้ทันเวลา ครอบครัวของเราจึงต้องสูญเสียคุณแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ และจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดที่อยู่ในใจของหนูในฐานะลูกก็มีมากขึ้น

หนูต้องเข้ามาดูแลทุกอย่างในบ้านรวมถึงต้องดูแล คุณพ่อจากที่ไม่ค่อยคุยกับคุณพ่อก็ต้องคุยกับคุณพ่อมากขึ้น และหลาย ๆ ครั้งที่หนูรู้สึกว่าคุณพ่อเป็นคนดื้อ พูดไม่ค่อยจะรู้เรื่อง และมักจะทำอะไรตามใจตัวเอง จนหนูสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของคุณแม่ได้ว่าในขณะที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่คุณแม่รู้สึกอย่างไร ต้องอดทนอะไร และหนูก็รู้สึกว่าสาเหตุที่คุณแม่จากไปก็เพราะความประมาทของท่าน หนูจึงฝังใจว่าท่านคือสาเหตุที่ทำให้แม่จากไป เพราะความไม่ใส่ใจ ความไม่สนใจของท่าน และในขณะนี้หนูต้องดูแลท่านก็ต้องต่อสู้กับความรู้สึกแบบนี้ บางครั้งก็ทะเลาะกับท่านจนบางครั้งหนูเองก็ไม่ขอพบท่านอีกในทุก ๆ ชาติ และหนูก็รู้สึกต่อสู้กับความรู้สึกในใจแบบนี้กับการที่ต้องเป็นลูกที่ดีเพื่อดูแลท่านจนถึงวินาทีสุดท้ายถึงแม้ว่าจะมีบางอยู่อยู่ในใจ

หนูรู้สึกบาปและในใจของหนูก็ต้องต่อสู้กับอคติที่มีต่อพ่อและก็คิดตลอดว่าพ่อคือต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวเรา เป็นแบบนี้ หนูจะบาปมากไหมค่ะ และหนูควรจะทำอย่างไรเพราะหนูรู้สึกว่าตอนนี้ในใจหนูมีความรู้สึก 2 อย่าง คือ สงสารและต้องดูแลท่าน กับ อีกอันหนึ่งคือรู้สึกว่าท่านคือสาเหตุของหลาย ๆ เรื่องบางครั้งหนูเครียด เวลาเจอท่านหนูก็ต้องทำดีกับท่านดูและท่านแต่ในใจมีอคติและโกรธกับทุก ๆ เรื่องที่ท่านทำค่ะ

หนูรู้สึกว่าการที่จิตหนูคิดไม่ดีกับพ่อมันเป็นบาป แต่หนูควรจะมีวิธีคิดอย่างไรที่ทำให้หนูรู้สึกยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ค่ะ หนูรู้สึกไม่ให้อภัยท่านค่ะ หนูขอกราบนมัสการให้หลวงพ่อช่วยให้แนวคิดที่หนูจะดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขด้วยค่ะ หนูไม่อยากเป็นแบบนี้เลยค่ะ และตอนนี้ต้องต่อสู้กับความเจ็บปวดในใจกับเหตุการณ์นี้มาก ๆ ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

คนเรานั้นไม่มีใครที่สมบูรณ์พร้อม ย่อมมีความบกพร่องหรือข้อผิดพลาดเป็นธรรมดา พ่อของคุณก็เช่นกัน ท่านย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าคุณมองเห็นแต่ข้อเสียของ ท่านก็ย่อมเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อท่าน เวลามีอะไรกระทบใจ ก็พาลให้โทษท่านว่าเป็นสาเหตุได้ง่าย ลองมองเห็นความดีของท่าน บ้าง ความรู้สึกของคุณจะ เปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย

เหตุการณ์ที่เกิดกับแม่ของคุณนั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีใครรวมทั้งพ่อของคุณอยากให้เกิดขึ้น แต่เป็นเพราะความไม่รู้หรือ ความชะล่าใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง (ซึ่งคงไม่ได้มีแต่พ่อของคุณเท่านั้น) จึงทำให้แม่ของคุณจากไปอย่างกะทันหัน เรื่องแบบนี้คุณคิดว่าคุณคนเดียวเท่านั้นหรือที่เสียใจ คุณไม่คิดบ้างหรือว่าพ่อของคุณก็เสียใจเช่นกัน อาจเสียใจยิ่งกว่าคุณ เพราะในส่วนลึกท่านก็คงคิดว่าท่านมีส่วนทำให้ภรรยาของตนตาย ทั้ง ๆ ที่เป็นโรคที่รักษาหายได้ ท่านอาจโทษตัวเองยิ่งกว่าที่คุณโทษท่านก็ได้ หากคุณล่วงรู้ความรู้สึกของท่าน บางทีคุณอาจสงสารท่านมากกว่าที่จะเกลียดท่านก็ได้

ความโกรธเกลียดนั้นทำให้จิตเป็นอกุศล ไม่ว่าโกรธเกลียดใครก็ทำให้เป็นทุกข์ทั้งสิ้น ยิ่งโกรธเกลียดพ่อด้วยแล้ว ก็ยิ่งทุกข์หนักขึ้น เพราะนอกจากจิตใจจะรุ่มร้อนเพราะโทสะแล้ว ยังมีความรู้สึกผิดซ้ำเติมเข้าไปอีก เหมือนกับเจอทั้งไฟเผาลนและมีดกรีดใจ การให้อภัยพ่อจะช่วยให้คุณคลายความเจ็บปวดลงได้ แต่ก่อนอื่นต้องยอมรับตัวเองก่อนว่ามีความรู้สึกไม่ดีกับท่าน อันนี้ก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ อย่าปฏิเสธหรือผลักไสความรู้สึกนี้ การยอมรับความจริงข้อนี้เป็น บันไดขั้นแรกที่จะช่วยให้คุณหลุดจากความรู้สึกนี้ได้ ในทางตรงข้าม การพยายามปฏิเสธผลักไสมัน กลับทำให้มันคงอยู่ได้นานและรังควานคุณหนักขึ้น

ความทุกข์ของคนเรานั้นล้วนเกิดจาก ๒ ปัจจัยคือ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก แทบทุกกรณีปัจจัยภายในเป็นตัวการสำคัญที่สุด เพราะไม่ว่าปัจจัยภายนอกจะ เป็นอย่างไร หากเราวางใจได้ถูกก็ไม่ทุกข์ใจ ดังนั้นเมื่อเรามีความทุกข์ อย่าโทษปัจจัยภายนอกอย่างเดียว ควรมองมาที่ตัวเองด้วยว่า มุมมอง ทัศนคติ และท่าทีของเรามีส่วนเพียงใดที่ทำให้เราทุกข์ใจ อาตมาเชื่อว่าถ้าคุณปรับจิตวางใจให้ดี ความทุกข์ใจจะลดลงมาก ถึงตอนนั้นสมองก็จะโล่ง สติปัญญาก็จะกระจ่าง สามารถที่จะแก้ไขปัญหาภายนอก หรือช่วยให้พ่อของคุณเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved