ปุจฉา-วิสัชนา > สอนลูกอย่างไรให้รู้จักยั้บยั้งชั่งใจไม่ให้ไหลไปตามกิเลส
กลับหน้าแรก

สอนลูกอย่างไรให้รู้จักยั้บยั้งชั่งใจไม่ให้ไหลไปตามกิเลส

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 21 พฤษภาคม 2013
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ อยากรบกวนขอคำชี้แนะแนวทางในการเลี้ยงลูก เกี่ยวกับการสอนให้เขารู้จักควบคุมอารมณ์ ยับยั้งชั่งใจ ไม่ให้ไหลไปตามกิเลส

สับสนกับ 2 แนวทาง คือ ปิดกั้น และรู้ทัน ส่วนตัวอยากให้เขารู้ทันมากกว่าที่จะไปปิดกั้นไม่ให้เขาได้พบได้เจอ เช่น ดูทีวี/เล่นเกมส์ได้บ้าง แต่บางแนวคิดก็ว่าเด็กในช่วงวัยนี้ไม่ควรให้ดูเลย อะไรที่เป็นสิ่งเร้า ต้องสกัดกั้นพยายามให้เจอน้อยที่สุด แต่ในโลกความเป็นจริงแล้วมันทำได้ยากมากๆๆ ค่ะ

เมื่อก่อนเขาพอจะควบคุมตัวเองได้ แต่ปัจจุบันไหลไปตามกระแส เริ่มจะเสพติดกับวัตถุนิยม ด้วยสังคมแวดล้อมด้ว เช่นเห็นโฆษณาของเล่นในทีวี ก็อยากได้มาก เป็นทุกข์ พร่ำบ่น เห็นเพื่อนมีกล่องดินสอกล่องใหญ่ไฮโซ ก็อยากจะมีเหมือนเพื่อนบ้าง พยายามสอนให้เขามองเห็นถึงประโยชน์ที่แท้จริงของสิ่งของต่าง ๆ เช่นมีไว้เพื่อใช้ทำอะไร ไม่ได้มีไว้เป็นเครื่องประดับอวดโชว์ใคร ๆ เหมือนเขาจะเข้าใจทุกอย่าง รู้ว่าดี หรือไม่ แต่ยับยั้งชั่งใจตัวเองไม่ได้

ล่าสุดคุณย่าซื้อของเล่นราคาแพงให้ เป็นสิ่งที่เขาบอกว่าอยากได้เหลือเกิน เป็นทุกข์เพราะสิ่งนี้มาช่วงระยะเวลาพอสมควร แต่พอได้แล้วก็ยังไม่พอใจในสิ่งที่ได้ พยายามคุยและถามความรู้สึกว่าแต่ละช่วงเป็นอย่างไร เช่นก่อนจะได้มา ก็ถามเขาว่า อยากได้แล้วรู้สึกยังไง ตอนได้มาแล้ว ณ วันนั้นรู้สึกอย่างไร ระยะเวลาผ่านไปรู้สึกอย่างไร แล้วก็เกิดทุกข์ใหม่ อยากได้อันใหม่อีก

หรือเราควรปิดกั้นไปเลยดีค่ะ ทุกวันนี้ก็พยายามไม่ผ่านแผนกของเล่น แต่พอเห็นเพื่อนมี เห็นโฆษณาก็ทุกข์อีก เคยคิดจะส่งเข้าโรงเรียนทางเลือกเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ส่งไม่ไหว ทั้งไกลและราคาแพงค่ะ ควรสอนลูกอย่างไรดีค่ะ หากเขายังต้องอยู่ในกระแสสังคมแบบนี้ ปัจจุบันลูกชายอายุ 6 ขวบค่ะ

การที่คุณพยายามสอนให้ลูกเห็นความรู้สึกของตนเองเป็นเรื่องดีแล้ว แต่ก็ควรใช้วิธีการอื่นด้วย เช่น การกำหนดเงื่อนไขบางอย่าง อาทิ ให้เขารอก่อนที่จะได้ของนั้นมา อาจจะรอ ๒-๓ วัน หรือ ๑ อาทิตย์ สุดแท้แต่ว่าเป็นของประเภทไหน ทั้งนี้เพื่อฝึกให้เขารู้จักคอย ขณะเดียวกันก็ฝึกให้เขาเห็นความรู้สึกที่แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา หรือไม่ก็ยื่นข้อเสนอให้เขาว่า ถ้าอยากได้จริง ๆ แม่ก็จะหักเงินค่าขนมของเขาทุกวันจนครบ ๗ วันหรือ ๑๐ วัน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เขารู้ว่าไม่มีอะไรได้มาเปล่า ๆ อยากได้อย่าง ก็ต้องเสียอย่าง เป็นต้น วิธีนี้ยังเป็นการฝึกให้เขารู้จักคิดหรือตัดสินใจด้วยตนเอง

ส่วนการปิดกั้นนั้น บางเรื่องก็อาจจำเป็น แต่ก่อนจะทำ ควรชี้แจงเหตุผลให้เขาเข้าใจด้วย บางอย่างอาจไม่จำต้องถึงกับปิดกั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ให้รับรู้หรือเข้าถึงได้ในขอบเขตที่จำกัด เช่น ดูโทรทัศน์วันละ ๑ ชั่วโมง อะไรทำนองนั้น

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved