ปุจฉา-วิสัชนา > อยากทำสมาธิให้ได้ดีเหมือนครั้งก่อนๆ
กลับหน้าแรก

อยากทำสมาธิให้ได้ดีเหมือนครั้งก่อนๆ

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 16 เมษายน 2013
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

อยากเรียนถามค่ะเมื่อก่อนหลายๆ ปีมาแล้ว ได้สวดมนต์พระรัตนตรัยและพาหุงจันทร์ถึงศุกร์ตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน ในความรู้สึกส่วนตัวรู้สึกมีเครื่องป้องกันและพบลูกค้าจะรู้สึกได้ความเมตตามาก จากนั้นพัฒนาถือศีล 5 แรก ๆรู้สึกลำบากเพราะทำไม่ได้ 2 ข้อคือข้อ 1(ฆ่าสัตว์เล็กเช่นมดและยุง) ข้อ 4(พูดไม่ตรงเล็กๆน้อย) จากนั้นจากการที่อ่านมาก มโนสำนึก ทำให้เกิดระลึกสำนึกผิดทุกครั้งที่ผิดศีล บางครั้งก็ไปสารภาพบาปที่หน้าหิ้งพระ และขอให้ท่านเป็นเครื่องเตือนใจเตือนสติในครั้งต่อไป จากนั้นการถือศีลค่อยๆ ดีขึ้นระมัดระวังขึ้นตามลำดับ

การศึกษาอ่านธรรมะสนใจบ้างแต่ก็ไม่มากเท่าไร จนประมาณต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมาได้ไปสนทนาธรรมกับพระป่าที่ท่านมาพักที่ธรรมสถานจังหวัดสุพรรณ ท่านให้ข้อคิดหลายอย่างและพูดให้ไปฝึกฝนนั่งสมาธิ โดยทิ้งท้ายว่าอย่าลืมว่าโยมสามารถยกระดับให้เป็นโสดาบันได้ด้วยความเพียร ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ แต่มันเหมือนมีอะไรมาสกิดใจให้หาข้อมูลค้นคว้าจนรู้มากขึ้น และทำให้อยากรู้มากๆ ขึ้นไปอีกทั้งยังมาฝึกนั่งสมาธิทุกวันหลังสวดมนต์ (พัฒนาสวดมนต์เป็นบทสวดทำวัตรเช้าเย็นจันทร์-พุธ นอกนั้นเหมือนเดิม)และถือศีล 8 อุโบสถทุกวันพระ สมาธิจาก 15 นาทีตอนนี้ปรับถึง 40 นาที ทุกวันค่ะ

เรื่องที่จะเรียนถามตอนที่นั่งสมาธิ 40 นาทีวันที่ 2 เกิดอาการขาชามาก รู้สึกทรมานชาเกือบทั้งขาขณะนั้นไม่ได้พิจารณาดูความเจ็บเลย รับรู้แต่ว่าเกือบจะทนนั่งไม่ไหว แต่ได้ให้สัจจะวาจาไว้ว่าจะนั่ง 40 นาที เลยทนต่อไปกำหนดจิตมาภาวนาแทนและเพ่งจุดสนใจมองเฉพาะส่วน เมี่อความรู้สึกปวดจนรู้สึกไม่ไหวจู่ ๆ ก็หายปวดเป็นปลิดทิ้ง ใจเกิดอาการ ลอย ฟูฟ่องมากเหมือนจะลอยได้ นาฬิกาปลุกพอดี แรงกายรู้สึกกระชุ่มกระชวยในวันนั้น แต่หลังจากนั้น นั่งสมาธิ ไม่เกิดอะไรขึ้นอีกเลยบางครั้งก็มีขาชาบ้างเป็นบางวันหรือจะต้องปรับเวลาขึ้นอีกค่ะ ไปศีกษาข้อมูลคิดว่าอาการนั้นเป็นการติดสุขใช่ไหมคะ ไม่อยากได้อาการติดสุขเพราะรู้มันเป็นกิเลส แต่อยากทำสมาธิให้จิตสามารถรวมเป็น 1 แล้วลอยได้เหมือนในขณะนั้น แต่ไม่ปรากฏพบอีกเลยค่ะ รู้สึกกว่าการปฏิบัติอยู่กับที่ไม่พัฒนาเลยค่ะ ขอคำแนะนำค่ะพระอาจารย์ไพศาล(ขอให้อาจารย์แนะนำธรรมทานและเป็นที่พึ่งคนอื่นๆต่อไป) ขอบพระคุณค่ะ

 

พระไพศาล วิสาโล - ที่คุณหายปวดขานั้น อาจเป็นเพราะจิตเป็นสมาธิ แน่วแน่เป็นหนึ่งเดียว เกิดความสุขขึ้นมา ส่งผลให้ทุกขเวทนาเบาบางจนหายไป แต่พอปฏิบัติวันถัดมา อาจเป็นเพราะอยากได้สมาธิหรือสภาวะอย่างวันก่อน จิตก็เลยไม่นิ่งพอที่จะเกิดสภาวะอย่างที่ต้องการ อันนี้เป็นธรรมดาที่เกิดกับนักปฏิบัติเป็นจำนวนมาก เพราะทำด้วยความคาดหวัง เลยมีการบังคับจิตโดยไม่รู้ตัว หรือมีความรู้สึกเป็นลบเวลาจิตไม่นิ่ง ก็เลยทำให้จิตฟุ้งซ่านยิ่งกว่าเดิม ถ้าคุณทำสมาธิด้วยใจปล่อยวาง (วางความคาดหวัง หรือวางประสบการณ์ในอดีตลงเสียก่อน) การปฏิบัติจะก้าวหน้าได้ง่าย

สิ่งสำคัญคือน้อมใจอยู่กับปัจจุบัน รับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยไม่ไขว่คว้าติดยึด ทั้งไม่ผลักไสต่อต้าน ไม่ว่าบวกหรือลบ สุขหรือทุกข์ วางใจเป็นกลางต่อทุกอย่างที่เกิดกับกายและใจ แล้วการปฏิบัติจะกลายเป็นเรื่องง่าย ทำให้สติ สมาธิ และปัญญาเจริญงอกงามยิ่งขึ้น

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved