ปุจฉา-วิสัชนา > แม่ป่วยหนักแต่ไม่สนใจเตรียมตัวตายควรทำอย่างไร
กลับหน้าแรก

น้องสาวชอบทำบุญแต่ไร้น้ำใจ

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 3 เมษายน 2013
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

เป็นห่วงคุณแม่อายุ ๘๒ ปี เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว อยากทราบว่า จิตในช่วงภาวะสุดท้ายหรือก่อนจะตาย เป็นอย่างไร อยากให้คุณแม่ได้เตรียมตัว จะทำอย่างไรดี มีวิธีแนะนำหรือทำอย่างไรให้คุณแม่เข้าใจและเตรียมตัวคะ ซึ่งตนเองก็มีการปฏิบัติ เจริญสติอยู่บ้าง แต่คุณแม่ไม่ค่อยสนใจเท่าไรเลย ดูทีวีก็ดูแต่เพื่อความบันเทิงคะ

จิตในระยะสุดท้ายของชีวิตหรือก่อนตายนั้น แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับอุปนิสัย พื้นเพ ประสบการณ์ และการวางใจของแต่ละคนในแต่ละขณะๆ แต่โดยทั่วไปแล้ว จะมีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "กรรมอารมณ์" เกิดขึ้น คือ การที่ความทรงจำหรือประสบการณ์เก่า ๆ ตั้งแต่เด็กได้ฟื้นกลับมา เหมือนย้อนกลับไปยังเหตุการณ์เหล่านั้น แต่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก จากนั้นก็เกิด "กรรมนิมิต" คือ นิมิต โดยเฉพาะภาพเกี่ยวกับประสบการณ์ในอดีตที่ประทับใจหรือฝังใจ มีทั้งภาพที่ทำให้จิตเป็นกุศล เช่น เกิดปีติ หรือเป็นอกุศล เช่น หวาดกลัว ตื่นตระหนก (เช่น เห็นสัตว์ที่ตนเองเคยฆ่าเป็นอาจิณมาหลอกหลอน) สุดท้ายคือ "คตินิมิต" หรือนิมิตเกี่ยวกับภพภูมิที่จะไปเกิด ไม่ว่าสุคติหรือทุคติก็ตาม

คนที่ทำบุญสร้างกุศลมา ย่อมมีโอกาสมากที่จะเกิดกรรมนิมิตฝ่ายกุศล แต่หากมีอะไรฝังใจ ก็อาจเกิดกรรมนิมิตที่เป็นอกุศลได้ หรือแม้ไม่เกิดนิมิต แต่ใจก็อาจปรุงแต่งไปตามอำนาจของความห่วงใยหรือรู้สึกผิด ในกรณีเช่นนั้นก็จะมีความทุกข์ ทำให้เกิดความทุรนทุราย สิ่งที่คนรอบข้างจะช่วยได้ก็คือ น้อมใจผู้ใกล้ตายให้นึกถึงพระรัตนตรัยหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ หรือนึกถึงบุญกุศลและความดีงามที่เคยทำ อาจชวนเขาสวดมนต์ รับศีล หรือรับไตรสรณาคมน์ แต่ถ้าไกลวัด ก็ต้องอาศัยสิ่งอื่นแทน เช่น ประสบการณ์ในอดีตที่ประทับใจหรือการกระทำที่ตนเองภาคภูมิใจ

สำหรับกรณีของคุณนั้น สิ่งที่จะช่วยคุณแม่ได้เป็นประการแรก คือ ช่วยให้ท่านคลายความห่วงใยในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่า ลูกหลาน ทรัพย์สมบัติ การงาน ลูกหลานอาจมาพูดให้ท่านมั่นใจว่า จะรักกัน จะดูแลกัน และทำตามที่ท่านได้เคยแนะนำสั่งสอน จากนั้นควรมีการขอขมา ขออโหสิกรรมจากท่าน ถ้าท่านมีพื้นทางธรรมหรือคุ้นเคยพิธีกรรมทางพุทธศาสนาอยู่บ้าง ก็ชวนท่านรับศีล รับไตรสรณาคมน์ ถ้ามีพระที่ท่านคุ้นเคย มานำท่านทำก็ยิ่งดี แต่ถึงจะไม่มีก็ไม่เป็นไร ลูกหลานก็สามารถชวนท่านทำได้

ระหว่างนี้นอกจากชวนท่านทำบุญ เพื่อเป็นเครื่องระลึกนึกถึงในยามใกล้ตายแล้ว ลูกหลานควรเอาหนังสือธรรมะง่าย ๆ มาอ่านให้ท่านฟังวันละนิดละหน่อย ๕ นาทีก็ยังดี เพื่อช่วยน้อมนำใจท่านไปในทางธรรมบ้าง พร้อมกันนั้นก็น่าลองชวนท่านทำสมาธิหรือเจริญสติดู วิธีง่าย ๆ ก็คือ ให้มีความรู้สึกตัวเวลายืดแขน หดแขน กำมือ แบมือ เอามือวางบนท้องเพื่อรู้สึกถึงท้องที่พองยุบ ระหว่างที่ทำก็น้อมใจจดจ่อหรือรับรู้ถึงความรู้สึกทางกายดังกล่าว โดยไม่ต้องปิดตา ทำอย่างน้อย ๕ นาที ถ้าลูกหลานทำพร้อมกับท่านหรือทำเป็นเพื่อนท่าน ก็ยิ่งดี ถ้าทำสม่ำเสมอ สติที่เกิดขึ้นจะช่วยท่านได้มากเวลาเกิดทุกขเวทนาหรือเกิดความว้าวุ่นตื่นกลัวเมื่อใกล้ตาย

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved