ปุจฉา-วิสัชนา > บอกบุญ ออกแรง แต่ไม่ออกเงิน จะได้บุญหรือบาป
กลับหน้าแรก

บอกบุญ ออกแรง แต่ไม่ออกเงิน จะได้บุญหรือบาป

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 29 ธันวาคม 2012
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา
ปุจฉา ๑ - กราบเรียนถามพระอาจารย์ค่ะ ถ้าเราอยากทำบุญแต่มีเงินน้อย แล้วเราไปบอกบุญคนอื่นที่เค้าอยากร่วม เช่น งานบุญนี้ซื้อของไป 800 บาท คนอื่นช่วยมา 700 เราออกแค่ 100 หรือไม่ออกเลย แต่เราออกแรงทุกอย่าง ทั้งค่าติดต่อ ค่ารถ และร่วมแรงด้วยใจ แบบนี้เราจะบาปไม๊คะ เพราะคนที่ร่วมบุญไม่ถามรายละเอียดเลย เราก็ไม่ได้บอก แต่เราไม่ได้เอาเงินไปทำอย่างอื่นเลยนะคะ เพียงแต่ไม่มีเงินมากพอที่จะทำน่ะค่ะ พระอาจารย์ช่วยอธิบายได้ไม๊คะ เพราะจะทำแบบนี้มานานแล้ว รู้สึกกังวลใจว่าเราบาปน่ะค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

การทำบุญนั้นทำได้หลายอย่าง นอกจากออกเงินแล้ว ออกแรงก็ได้บุญ เช่น ไวยาวัจมัย คือบุญที่เกิดจากการขวนขวายทำกิจส่วนรวม สิ่งที่คุณทำนั้นจัดว่าเป็นไวยาวัจมัยได้ ที่จริงถึงคุณจะไม่ได้ออกแรงหรือออกเงินเลย(เพราะขัดสน) เพียงแค่คุณยินดีในบุญที่คนอื่นทำ ก็ได้บุญเช่นกัน เรียกว่า ปัตตานุโมทนามัย

มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งนางวิสาขาสร้างมหาวิหารถวายสงฆ์ เมื่อเพื่อนคนหนึ่งรู้เข้าก็อนุโมทนา เธอใส่ใจในการอนุโมทนาอย่างจริงจัง ไม่นานก็ตาย ปรากฏว่าอานิสงส์ดังกล่าวส่งผลให้นางไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บางคนเพียงแค่บอกทางไปทำบุญ อานิสงส์นั้นก็ส่งผลให้ไปเกิดในสวรรค์ ดังนั้นจึงควรเข้าใจว่าการทำบุญนั้นไม่ต้องใช้เงินก็ได้ สิ่งสำคัญก็คือใจที่เป็นบุญ เป็นกุศล เช่น มีเมตตา ความปรารถนาดี

ปุจฉา ๒ - กราบเรียนถามพระอาจารย์เจ้าค่ะ งานทอดกฐินที่ผ่านมา (กฐินสามัคคี) ดิฉันเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการหาเงินไปทอดในครั้งนี้ แต่ดิฉันไม่ได้ถือผ้าไตรและประเคนพระสงฆ์ตามความตั้งใจ คนถือเป็นสามีดิฉัน ดิฉันตั้งใจมากในการทอดกฐินในครั้งนี้ แต่ดิฉันกลัวว่าจะไม่ได้อานิสงส์ในครั้งนี้ค่ะ พระอาจารย์ให้ความกระจ่างด้วยเจ้าค่ะ

 

บุญจะมีอานิสงส์มากหรือน้อย อยู่ที่การวางใจเป็นสำคัญ แม้คุณไม่ได้ออกเงิน แต่อนุโมทนาที่ผู้อื่นได้ออกเงินถวายทาน คุณก็ได้บุญแล้ว เรียกว่า ปัตตานุโมทนามัย หรือบุญที่เกิดจากการยินดีในความดีที่ผู้อื่นได้ทำ ดังนั้นถึงแม้คุณไม่ได้ถือผ้าไตรและประเคนถวายพระสงฆ์ คุณก็ได้บุญแล้ว หากมีใจปีติยินดีที่ได้ทำบุญ

ความเป็นห่วงว่าจะได้บุญหรือไม่ต่างหาก ที่ทำให้ใจเศร้าหมอง บุญย่อมลดลงตามส่วน หรือทำบุญแล้วอยากได้อานิสงส์มาก ๆ บุญก็น้อยลงไปด้วย เพราะใจนั้นมีกิเลสเจือปน ตรงข้าม หากทำบุญแล้ว มุ่งประโยชน์แก่ผู้รับ ไม่ปรารถนาหรือคาดหวังประโยชน์ที่จะเกิดแก่ตนเลย คือทำบุญด้วยใจปล่อยวางอย่างแท้จริง กลับจะได้บุญมาก

ใครที่ทำบุญแล้วอยากได้โน่นได้นี่ หรือเป็นนั่นเป็นนี่ พึงพิจารณคำสอนของพระสารีบุตรที่ว่า “บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่ให้ทานเพราะเห็นแก่อุปธิสุข(โลกียสุข) ย่อมไม่ให้ทานเพื่อภพใหม่ แต่ บัณฑิตเหล่านั้นย่อมให้ทานเพื่อกำจัดกิเลส เพื่อไม่ก่อภพต่อไป”

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved